นิวย่งฮั้วโภชนา ข้าวหน้าเป็ดท่าพระจันทร์
"แม้ขาดโดม-เจ้าพระยา-ท่าพระจันทร์ เสมือนขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม" วันนี้ผมต้องกลับไปชวนชิมอาหารอร่อยที่ท่าพระจันทร์อีกแล้ว เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนตำหนิว่า เสียแรงที่เรียนจบธรรมศาสตร์ แต่ผมไม่ค่อยเขียนถึงอาหารอร่อยที่ท่าพระจันทร์
ถ้าเดินออกจากธรรมศาสตร์ที่ประตูท่าพระจันทร์ ถ้าเลี้ยวขวาจะไปที่ท่าพระจันทร์ ลงเรือข้ามฟากไปฝั่งศิริราช แต่ถ้าข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นร้านนิวย่งฮั้ว ซึ่งเป็นร้านข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ บะหมี่เกี๊ยวเจ้าอร่อย ที่เปิดขายมาเกือบๆ จะกึ่งศตวรรษแล้ว
ผมกินข้าวหน้าเป็ดร้านนี้ตั้งแต่เริ่มเข้าธรรมศาสตร์ จบมาแล้ว 30 กว่าปีก็ยังแวะเวียนไปกินข้าวหน้าเป็ดที่ร้านนี้ เพราะมีความหลังฝังใจที่ไม่มีวันลืม
ผมไม่แน่ใจว่าสมัยที่ผมเรียนธรรมศาสตร์ ร้านนี้จะชื่อย่งฮั้วโภชนาหรือจะเป็นนิวย่งฮั้วโภชนา เพราะดูสภาพป้ายชื่อร้านตอนนี้ก็ทรุดโทรมเต็มที่ ไม่ควรจะมีคำว่านิวอีกต่อไป
แต่จำได้ว่าที่หน้าร้านข้าวหน้าเป็ดร้านนี้ จะมีแม่ค้าขายลอตเตอรี่ตั้งแผงนั่งขายอยู่หน้าร้าน หลังจากผมเรียบจบทุกครั้งที่กลับไปแวะท่าพระจันทร์ แม่ค้าลอตเตอรี่คนนี้จะทักผมเป็นประจำ ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่เคยซื้อลอตเตอรี่ของเจ๊แม้แต่ใบเดียว
สาเหตุเจ๊ลอตเตอรี่จำผมได้ดี เพราะสมัยเรียนผมจะแต่งแฟนซีออกไปแสดงออกทางการเมืองที่หน้าประตูท่าพระจันทร์อยู่เนืองๆ จนเจ๊จำผมได้ติดตา ทุกครั้งที่เดินผ่านร้านข้าวหน้าเป็ด เจ๊จะต้องทักทายผมก่อนทุกครั้ง คงจะจำภาพที่ผมแต่งแฟนซีล้อเลียนเป็นจอมพลประภาส ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
ตัดฉับมาถึงวันนี้ ย่านท่าพระจันทร์เปลี่ยนไปมาก ถนนที่จะไปลงเรือที่ท่าพระจันทร์กลายเป็นลานคนเมือง ให้ตำรวจเทศกิจได้ทำมาหากินกับแม่ค้า แต่ร้านข้าวหน้าเป็ดนิวย่งฮั้วโภชนายังอยู่ที่เดิม แม้ว่าเจ้าของจะเปลี่ยนหน้าไปแล้วก็ตาม
ทุกวันนี้ร้านนิวย่งฮั้วโภชนามี คุณวิรัตน์ จงวัฒนเกียรติ เป็นเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ถ้านับจากรุ่นบุกเบิกคือรุ่นอากง รุ่นที่สองคือรุ่นเตี่ย รุ่นที่สามก็คือคุณวิรัตน์นี่แหละ แค่เห็นรูปร่างหน้าตาบางคนอาจจะคิดว่าเป็นน้องชายอ้วน อรชร เพราะทั้งรูปร่างและหน้าตาไปด้วยกันได้เลย
คุณวิรัตน์บอกว่า เดี๋ยวนี้ขายไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน เพราะนักศึกษาปริญญาตรีของธรรมศาสตร์ย้ายไปเรียนที่รังสิตกันหมดแล้ว เหลือแต่นักศึกษาปริญญาโท และนักศึกษาหลักสูตรอินเตอร์ฯ จะ
ขายดีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงสูงอายุ ที่มาไหว้พระที่วัดมหาธาตุ
แต่รสชาติอาหารร้านนี้คุณวิรัตน์บอกว่ายังเหมือนเดิม เพราะทุกอย่างได้สืบทอดมาจากเตี่ย ไม่ว่าจะเป็นเป็ดย่าง หมูย่าง หมูแดง หรือบะหมี่เกี๊ยว
คุณวิรัตน์บอกว่าคุณพ่อเป็นจีนแคะ เป็นแคะตื้น คือหงีๆ หงายๆ กินข้าวก็บอกว่าซิดผ่อน คนแคะไม่มีถิ่นฐานของตัวเองเป็นพวกอพยพ จึงอยู่กึ่งกลางระหว่างจีนแต้จิ๋วกับจีนกวางตุ้ง และจีนแคะก็ยังแบ่งเป็นแคะตื้นกับแคะลึก คนที่สามารถแยกแยะได้ต้องเป็นจีนแคะเท่านั้น
เป็ดย่างร้านนี้ใช้เป็ดเชอรี่ที่มีน้ำหนักตัวละ 3 กิโลกรัม แต่เมื่อย่างเสร็จแล้วน้ำหนักตัวจะ
หายไปเกือบ 1 ใน 3 ร้านนี้รุ่นอากงย่างด้วยเตาถ่าน แต่รุ่นเตี่ยถึงรุ่นลูกเปลี่ยนมาย่างด้วยเตา
สเตนเลสใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง
เช่นเดียวกับหมูย่างและหมูแดง แต่หมูย่างหรือหมูกรอบค่อนข้างจะพิถีพิถัน คือต้องใช้หมูสามชั้นมาต้มให้พอสุก แล้วใช้เหล็กแหลมมาแทงหนังให้พรุน ซึ่งเป็นเทคนิคทำให้หนังกรอบ แทงหนังจนพรุนแล้วก็เอาน้ำมะนาวมาลูบไล้ที่หนังหมู แล้วเอาไปผึ่งลมเพื่อไล่น้ำออก เมื่อหมูแห้งได้ที่แล้วก็นำไปย่างในเตาสเตนเลสจนสุก แล้วนำเฉพาะส่วนที่เป็นหนังไปทอดอีกครั้งเพื่อเพิ่มความกรอบ
เมนูที่ขายดีที่สุดในร้านคือเป็ดย่าง ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งข้าวหน้าเป็ดล้วนๆ หรือหน้าเป็ดผสมกับหมูกรอบหรือหมูแดง หรือใส่ทั้งสามอย่าง
ร้านนี้ถ้าสั่งข้าวหมูแดงก็จะได้เฉพาะหมูแดงเท่านั้น สั่งข้าวหมูกรอบจะได้เฉพาะหมูกรอบไม่มีกุนเชียง ไม่มีไข่ต้ม คุณวิรัตน์บอกว่าข้าวหมูแดงร้านนี้ไม่เหมือนข้าวหมูแดงทั่วๆ ไป ที่น้ำราดจะมีรสออกหวาน แต่น้ำราดร้านนี้จะมีรสออกเค็ม
บะหมี่ร้านนี้เป็นบะหมี่สูตรกวางตุ้ง จะใส่เป็ดย่าง หมูกรอบหรือหมูแดงก็ได้ จะสั่งบะหมี่อย่างเดียวหรือบะหมี่เกี๊ยวก็ได้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 30 บาทขึ้นไป
ข้าวหน้าเป็ดบะหมี่เป็ดร้านนี้ถ้าเป็นศิษย์เก่าลูกแม่โดม จะมีความรู้สึกว่ากินอร่อยกว่าที่อื่น เพราะกินไปก็คิดถึงความหลังไปด้วย สอบถามรายละเอียดที่โทร.08-1330-3223.








