ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน หรือไม่ว่าใคร ก็ย่อมต้องเห็นด้วยกับคำที่ว่า เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว ที่รอคอยให้คนมาแต่งเสริมเติมแต่งสีให้มีความรู้สึกนึกคิด ผิด ชอบ ชั่ว ดี ไปในแนวทางที่ผู้ทำหน้าที่แต่งแต้มสีต้องการ
เหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบในปัจจุบัน เกิดความแตกแยกทางการเมือง สังคมมีความคิดหลายสี ชีวิตน้อยๆ ของเด็กเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ก็มีส่วนร่วมคลุกเคล้าในปัญหาความแตกต่างทางความคิดทางการเมืองนี้ด้วย
นับตั้งแต่การชุมนุมของ "เสื้อเหลือง" ก็จะเห็นได้ว่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง อุ้มลูกจูงหลานมามีส่วนร่วมทางการเมือง
เช่นเดียวกันกับการชุมนุมของ "เสื้อแดง" ก็มีเด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งเข้าร่วมชุมนุมนอนรอนแรมในเต็นท์กลางถนนราชดำเนินนานเป็นอาทิตย์ๆ ฟังการอภิปราย ร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับกลุ่มผู้ใหญ่ อย่างมีเหตุการณ์โกนหัวประท้วงรัฐบาล ก็มีเด็กผู้หญิงอายุ 8 ขวบคนหนึ่งที่ร่วมโกนผมทั้งศีรษะด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองอันเข้มข้นอย่างคาดไม่ถึง
คำถามก็คือ เด็กและเยาวชนเหล่านี้มีความเข้าใจการเมืองมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นระบบระบอบทางการเมือง รวมทั้งถ้อยคำต่างๆ ที่พวกเขาได้ยินอภิปรายบนเวทีอยู่แทบตลอดเวลาของการชุมนุม เช่น คำว่าประชาธิปไตย, อำมาตย์, สองมาตรฐาน, ไพร่, ยุบสภา, เปรม, อภิสิทธิ์, ทักษิณ ฯลฯ คำถามก็คือในความคิดของสมองน้อยๆ ของเด็กๆ เหล่านี้เข้าใจกับคำพูดเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน
วันนี้...เรามาเลียบๆ เคียงๆ ถึงความคิด ความเข้าใจทางการเมืองของเด็กกลุ่มนี้กัน
ด.ช.สุภคนันท์ สระทองแก้ว หรือ น้องพีม นักเรียนชั้น ป.2 จาก จ.ราชบุรี เล่าว่า นับจากปิดเทอมได้มาร่วมชุมนุมเป็นวันที่ 11 แล้ว ก่อนหน้านี้ น้องพีมเคยร่วมกิจกรรมต่างๆ กับพวกเสื้อแดงมาแล้วในต่างจังหวัด ก่อนที่จะไปบ้านนายกฯ กับคนเสื้อแดงด้วย
เมื่อถามว่าใครเป็นคนพามาชุมนุม น้องพีมบอกว่า มีพ่อ แม่ และป้าเป็นคนพามา โดยสาเหตุที่พ่อและแม่มาเข้าร่วมชุมนุมก็เพื่อต้องการมาทวงประชาธิปไตยที่เป็นธรรมของประชาชนด้วยมือเปล่าคืนจากอำมาตย์ ที่เป็นพวกโกงกินภาษีของประชาชน เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีที่ชอบใช้ความรุนแรงกับประชาชน และเอาเงินไปจ้างทหารให้เดินไปเดินมา
คำว่า "2 มาตรฐาน" เป็นอย่างไร น้อมพีมบอกว่า เชื่อว่าเป็นเรื่องที่มีจริง อย่างเมื่อ 12 เมษายนปีที่ผ่านมา ทหารออกมาใช้ความรุนแรงไล่ยิงประชาชนที่เป็นคนเสื้อแดง แต่ก่อนหน้านั้น เมื่อครั้งที่เป็นพวกพันธมิตรฯ พวกทหารกลับไม่ยอมยิงเช่นเดียวกับคนเสื้อแดง
"ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับประสบการณ์ความเป็นประชาธิปไตยจากที่นี่ แต่ผมไม่คิดว่าถ้ามาร่วมชุมนุมแล้วจะทำให้ผมเป็นคนหยาบคาย หากเทียบกันพวกพันธมิตรฯ ขึ้นพูดบนเวทีใช้คำหยาบคายกว่าตั้งเยอะ แต่ที่นี่เขาจะหยาบคายเฉพาะตอนด่าอภิสิทธ์เท่านั้น" น้องพีมบอก
"น้องเอ็ม" หรือ ด.ช.สมชาย สืบพงษ์ นักเรียนระดับชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ บอกเล่าความคิดให้ฟังว่า ไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร และอำมาตย์คือใคร ซึ่งในช่วงปิดเทอมนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเข้าร่วมชุมนุม พ่อเป็นคนชวนมา
"พอได้มาร่วมชุมนุมแล้วผมก็รู้สึกดีใจ ที่รู้มาก็คือพวกเขามาชุมนุมกันเพื่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพราะอดีตนายกฯ ทักษิณเขาเป็นคนดี และเป็นคนที่คอยช่วยเหลือประชาชน"
"น้องม็อบ" ด.ช.แน่นอน ถวิลเดช นักเรียนชั้น ม.5 ในกรุงเทพฯ พูดให้ฟังว่า เพิ่งมีโอกาสมาม็อบเสื้อแดงครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะต้องมาซื้อเสื้อแดงให้คุณแม่ด้วย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่เขามาชุมนุมกันเพื่ออะไรแน่ แต่ประชาธิปไตยในความคิด คือการที่ประชาชนมารวมตัวกัน
"เขาคงจะมาชุมนุมกันก็เพื่อขับไล่อภิสิทธ์ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องขับไล่ โดยครั้งนี้ที่มาก็เพราะผมต้องมารับผลสอบด้วยครับ ก็เลยแวะเข้ามากับป้า แต่หลังจากที่มาแล้วก็คิดว่าจะมาอีก เพราะคุณแม่ก็ชอบและอยากจะมาด้วย" น้องม็อบกล่าว
อนุภาพ พันธุขันธ์ หรือ น้องฟลุ้ก นักเรียนชั้น ป.3 บอกว่า ในช่วงปิดเทอมนี้ได้มาร่วมชุมนุมแล้วราว 2-3 ครั้ง ซึ่งใจจริงไม่ได้อยากมาเลย เพราะที่นี่มีแต่เสียงดังๆ เต็มไปหมด แต่ที่มาก็เพราะไม่มีคนอยู่ที่บ้าน เลยต้องตามคุณตาคุณยายมา โดยสิ่งที่เรียนรู้ได้จากที่นี่ ก็คือการรู้จักความเป็นประชาธิปไตย ที่หมายถึงประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 2 มาตรฐานคือ การปกครอง 2 แบบ ที่มีความยุติธรรมที่มีไม่เท่าเทียมกันในสังคม อำมาตย์คือคนไม่ดี และไพร่ คือชื่อที่ใช้เรียกคนรับใช้ในอดีตที่คอยให้หัวหน้าเรียกใช้งาน
ด.ช.พลโท วัฒนกิจ วัย 7 ขวบ เล่าว่า ได้มาเข้าร่วมชุมนุมแล้วราว 3-4 ครั้ง แต่ไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ไพร่คืออะไร อำมาตย์คือใคร ที่มาก็เพราะพ่อเป็นคนพามา แต่ใจจริงไม่ได้รู้สึกอยากมาเท่าไหร่ ที่นี่มีแต่ความอึกทึกวุ่นวาย แต่ถ้าให้อยู่บ้านก็วุ่นวายอีก
ในมุมของผู้ปกครองเด็กๆ เหล่านี้ คุณลุง วาณิช วัฒนกิจ อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณจาก จ.พังงา บอกว่า ได้พาครอบครัวทั้งลูกและหลานกว่า 2 ชีวิตมาเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย บอกว่า ที่พาเด็กๆ มาก็เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ประชาธิปไตยด้วยตัวเองจากที่นี่ ไม่ใช่ให้เด็กเชื่ออะไรผิดๆ ซึ่งการที่พาเด็กมาเรียนรู้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ดีกว่าให้เด็กเรียนรู้จากที่โรงเรียนแล้วไปเคารพคนผิดๆ ถูกๆ โดยประชาธิปไตยที่แท้จริง คือเรื่องที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งผู้แทน แต่รัฐบาลนี้ไม่ใช่ รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากประชาชน แต่มีทหารเข้ามาควบคุม
นอกจากนี้ คุณลุงวาณิชยังมีไอเดียจัดทำบัตรที่ระลึกเป็นสมุดภาพ เพื่อนำไปมอบให้กับคุณทักษิณ แต่ถ้าหากมีใครสนใจสั่งซื้อได้ใบละ 50 บาท
กรีฑา วัฒนกิจ คุณพ่อของน้องพลโท เล่าว่า ไม่กลัวว่าจะมีอันตรายหรือความรุนแรงเกิดขึ้นกับลูก เพราะเชื่อว่าที่นี่จะไม่มีความรุนแรงอย่างแน่นอน โดยการที่ได้เดินทางมาชุมนุมกันตั้งแต่วันแรก ลูกๆ ทุกคนก็จะเข้าใจว่าพวกเราทุกคนมาเพื่ออะไร รู้ว่าเรามาชุมนุมกันสู้เพื่อท่านทักษิณ เนื่องจากลูกๆ ทุกคนรับรู้ได้ว่าท่านทักษิณเป็นคนดี ต่างจากฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคนไม่ดี








