Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"สารตะกั่ว" น่ากลัวนะ


    มีเรื่องราวที่น่ากลัวกว่านักเรียนถูกครูตีก้นมาเล่าสู่กันฟัง
     ที่ว่าน่ากลัวกว่า เป็นเพราะการลงโทษเห็นกันชัดๆ แต่สารตะกั่วนี่สิ ต้องใช้คำว่าคุกคามเด็กไทยแบบภัยมืดจริงๆ
     จากการเปิดเผยของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (สช.) ที่ลงพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หลังพบรายงานจาก ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ร้อยละ 13 ของเด็กผู้อพยพที่มาจากศูนย์พักพิงผู้อพยพนุโพ แม่หล่ะ และอุ้มเปี้ยม ตั้งแต่ปี 2550-2552 มีระดับสารตะกั่วในเลือดสูงมากกว่าค่ามาตรฐาน แต่ยังไม่มีการศึกษาสถานการณ์การสัมผัสสารตะกั่วในเด็กไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
     พญ.นัยนา ณีศะนันท์ กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า จากรายงานดังกล่าวทำให้คณะทำงานห่วงใยในปัญหาพิษของสารตะกั่ว ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กไทยซึ่งอยู่รอบๆ พื้นที่ศูนย์อพยพ จึงลงพื้นที่เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงของสารตะกั่ว ซึ่งระดับตะกั่วที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ WHO กำหนดคือ 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ก็สามารถส่งผลให้เด็กมีระดับสติปัญญาต่ำลง เรียนรู้ช้า และมีปัญหาพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น ซน สมาธิสั้น และส่งผลต่อระบบสมองและประสาทที่กำลังพัฒนา หากได้รับพิษจากสารตะกั่วก็จะไม่สามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติได้ และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อคนสูงมาก
     อย่างไรก็ตาม เมื่อลงพื้นที่กลุ่มเด็ก 220 คนจาก 6 หมู่บ้าน พบว่า 1 ใน 4 ของเด็กก่อนวัยเรียนอายุตั้งแต่ 2-5 ปี มีค่าสารตะกั่วในเลือดเกินมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 26 หรือ 57 คน โดยเด็กผู้ชายจะมีปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าเด็กผู้หญิง รวมทั้งสภาพที่อยู่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล โดยบ้านที่มีการใช้แบตเตอรี่แบบเติมไฟได้และการใช้น้ำจากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำประปาในการอุปโภคบริโภค จากการศึกษาตัวอย่างน้ำที่ใช้จากบ้านของเด็ก พบว่ามีค่าสารตะกั่วในน้ำสูงเกินมาตรฐานของ WHO ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้จะมีค่าเฉลี่ยของสารตะกั่วในเลือดสูง 
     ด้าน พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวรณ์ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กฯ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องสารตะกั่วยังมีอยู่และเกิดขึ้นจริง ถึงแม้เรื่องพิษของสารตะกั่วไม่ได้เป็นปัญหาสาธารณสุขลำดับต้นๆ ของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่เมื่อเกิดจะส่งผลอย่างรุนแรงในด้านสติปัญญาและพัฒนาการของเด็ก "ผลการศึกษาในครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางหรือนโยบายด้านสาธารณสุข เพื่อที่จะดูแลป้องกันสุขภาพของเด็กไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เบื้องต้นได้ประสานกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จัดทำแนวทางการดูแลเด็กในกลุ่มพื้นที่เสี่ยง และจะขยายผลต่อไปว่าจะมีกลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงที่ไหนอีกบ้าง เพื่อที่จะปกป้องเด็กไทยไม่ให้เกิดปัญหาจากสารตะกั่วต่อไปในอนาคต" พญ.ศิราภรณ์ระบุ
     ทั้งนี้ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะองค์กรที่ดูแลสุขภาพของเด็กไทยในทุกมิติ ได้จัดทำโครงการ "รณรงค์ป้องกันภัย อาหารปนเปื้อนสารตะกั่ว" เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ภายใต้โครงการ "อาหารปลอดภัย เด็กไทยฉลาด" ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กไทยฉลาดรู้ ฉลาดเลือก และฉลาดบริโภค ตามข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิเด็กของ UNICEF และ UNEP ที่ระบุว่าเด็กควรได้รับการปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากผลกระทบสิ่งแวดล้อม 
     เรื่องเงียบๆ แบบนี้ก็น่ากลัวไม่น้อย.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์