เด็กไทยรุ่นใหม่อาจจะคิดว่าวรรณกรรมไทยเป็นเรื่องเชย ไม่น่าสนใจ แต่ถ้าได้ลองอ่านแล้วหลายคนยอมรับว่าสนุกและได้แง่คิดดีๆ บางครั้งแทบไม่น่าเชื่อว่าผู้ใหญ่สมัยโบราณจะมีกุศโลบายในการเขียนที่เด็กในยุคนี้ยังสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
ศาสตราจารย์เกียรติคุณคุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กล่าวว่า วรรณกรรม คือ ภูมิปัญญา เป็นมรดกและวัฒนธรรมของชาติที่เราต้องรักษาไว้เพื่อสืบทอด
"สำหรับเรื่องราวที่น่าประทับใจที่อยากจะถ่ายทอดเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ คือ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของนักเรียนรู้ นักอ่าน และนักประพันธ์ ทรงเป็นนักศึกษาที่รักการศึกษาตลอดชีวิต ทรงเรียนรู้หมดทุกอย่างที่พระองค์ทรงเข้าไปสัมผัส และจะต้องรู้อย่างแท้จริง พระองค์จะทรงซักถาม ทรงจดทุกงานและจะทรงติดตามในทุกโครงการ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการทำงานที่ดี คือจะทำอะไรก็ต้องศึกษาให้รู้เรื่อง เอาใจใส่ และเอาจริงเอาจัง และก็จะทรงถ่ายทอดออกมาในรูปแบบหนังสือ เช่น ถ้าเสด็จฯ ไปเยือนต่างประเทศก็จะมีหนังสือให้เราได้ติดตามอ่านกัน"
จากเรื่องราวตัวหนังสือในวรรณกรรม หากจินตนาการสร้างสรรค์เป็นภาพวาดได้ ยิ่งจะสื่อสารให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดังเช่นตัวอย่างจากโครงการประกวดวาดภาพจากวรรณกรรม 'จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย' ที่ตระหนักถึงคุณค่าของภาษาและวรรณกรรมไทย จึงเชิญชวนเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงอุดมศึกษาร่วมส่งภาพวาดจากการอ่านวรรณกรรมเข้าประกวดชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา
สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่ 4 ของโครงการ ภายใต้แนวคิด "ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมไทย" เพื่อให้น้องๆ เยาวชนอ่านวรรณกรรมที่หลากหลายมากขึ้น และเน้นถึงสิ่งที่เยาวชนได้รับจากการอ่าน อาทิ ข้อคิด คติธรรมต่างๆ ที่สอดแทรกอยู่ในวรรณกรรม ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าของการอ่าน รวมทั้งสามารถนำประโยชน์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตตนเองได้อย่างเหมาะสม
สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (มหาชน) กล่าวว่า อยากเห็นเยาวชนไทยได้สัมผัสและใกล้ชิดวรรณกรรมไทย เพื่อให้เด็กๆ เกิดความชื่นชมภูมิใจในชาติว่ามีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม จากการดำเนินโครงการ 3 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่า 6,000 ผลงาน โดยเป็นผลงานจากวรรณกรรมไทยกว่า 350 เรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนไทยให้ความสนใจและรักการอ่านวรรณกรรมไทยที่หลากหลายมากขึ้น
"ในปีนี้เราให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ได้รับจากวรรณกรรมไทย ที่มักจะแฝงข้อคิดดีๆ อยู่มากมาย โดยเน้นวรรณกรรมที่ใกล้ตัวเยาวชน สามารถหยิบหาอ่านง่าย อาทิ พระมหาชนก แว่นแก้ว ม้าก้านกล้วย โคลงโลกนิติ โคลงสุภาษิต และสุภาษิตสอนหญิง ถ้าเยาวชนได้อ่านและนำข้อคิดจากวรรณกรรมแต่ละเรื่องมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ประเทศของเราก็จะมีเยาวชนที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ"
ทิว-ด.ช.ทิวทัศน์ คะนะมะ ชั้น ป.5 รร.ประถมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ชนะเลิศระดับประถมศึกษาตอนปลายในปีที่ 3 เล่าว่า โครงการนี้ทำให้อ่านหนังสือมากขึ้น และได้รับประโยชน์จากการอ่านคือ อ่านมากก็จะได้ข้อคิดที่หลากหลาย รวมทั้งยังช่วยฝึกทักษะการวาดซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบ เมื่อได้ทำแล้วมีความสุข
"สำหรับตัวอย่างการวาดภาพในวันนี้ นำมาจากวรรณกรรมเรื่องพระเวสสันดรชาดก ตอนกัณหาชาลีหนีชูชกลงไปในสระบัว ข้อคิดดีๆ ที่ได้คือ ความรักและความสามัคคีของพี่น้องที่คอยช่วยเหลือกัน"
เมย์-น.ส.มณีรัตน์ ประสบบัว ชั้น ม.4 จากมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) เจ้าของผลงานวาดภาพจากวรรณกรรมเรื่องปลาบู่ทอง ที่ให้ข้อคิดดีๆ เรื่องความรักของแม่ที่มีต่อลูก บอกว่า ความสวยงามของภาพอยู่ที่จินตนาการของเรา ศิลปะทำให้ได้หลายๆ แบบ มีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อมีเวลาว่างได้วาดรูปแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลินและช่วยฝึกสมาธิ
"งานวรรณกรรมเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้มีมุมมองกว้างขึ้น ทำให้เกิดมุมมองใหม่ที่เราสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ ในปีนี้แนวคิดในการวาดภาพได้สอดแทรกสาระ แต่ไม่ปิดกั้นสำหรับจินตนาการของเยาวชน เพราะในวรรณกรรมไทยแต่ละเรื่องมีคุณค่ามากมาย นอกจากภาษาที่สวยงามแล้ว ยังแฝงแง่คิดดีๆ อยู่ในทุกบททุกตอน ทำให้น้องๆ ได้รับความเพลิดเพลินสอดแทรกความรู้ไปด้วย" ความรู้สึกของ เสริฐ-ประเสริฐ ยอดแก้ว ชั้นปีที่ 4 คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ชนะเลิศระดับอุดมศึกษา โครงการปีที่ 3 ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
น้องๆ ที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ที่โครงการ 'จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 4' สำนักกิจกรรมสัมพันธ์ เลขที่ 414 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคมนี้ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.shincorp.com.








