นอกเหนือจากความสามารถและศักยภาพในตัวของแต่ละคนแล้ว คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า 'โอกาส' คือบันไดอีกขั้นหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จดั่งที่ได้วาดฝันไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เหล่าเยาวชนในเขตพื้นที่ห่างไกลจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่พรั่งพร้อม นอกจากอุปกรณ์การเรียนการสอนจะขาดแคลนแล้ว น้องๆ เหล่านั้นยังไม่ได้สัมผัสกับรูปแบบการเรียนสู่การพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เหล่าพี่ๆ พนักงานจิตอาสาธนาคารกสิกรไทยจึงเดินทางไปกับคาราวาน 'แคมป์เยาวชนสัญจร ครั้งที่ 1' เพื่อจุดประกายความคิดเพิ่มพูนความรู้และเทคนิคเฉพาะด้านให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ และผู้ที่สนใจ ณ โรงเรียนร่อนทองพิทยาคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
ตลอดทั้ง 3 วันของการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ น้องๆ เยาวชนกว่า 172 คนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมทั้งสนุกสนานไปกับกิจกรรมสนุกๆ ที่ทางวิทยากรได้สอดแทรกในวิชาที่สอน ซึ่งเด็กๆ จะได้เปิดโลกทัศน์แห่งความรู้ใหม่ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญการสอนทั้ง 9 สาขาวิชา ในสาขาศิลปศึกษา เด็กๆ จะมี 3 วิชา ได้แก่ วิชาวาดภาพ ซึ่งเรียนรู้เทคนิคการวาดภาพกับ อ.วินัย มารักษ์ ที่มีผลงานการประกวดภาพจิตรกรรมรางวัลยอดเยี่ยมและอื่นๆ มากมาย สนุกสนานกับวิชาศิลปะเพนต์สี โดย อ.จิตเกษม อุ่นเรือน จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร และเรียนรู้เทคนิคการใช้เสียงในวิชาขับร้องประสานเสียงจาก อ.ดาเรส รักษาราษฎร์ ครูตาล แห่งบ้านเอเอฟ
ส่วนสาขากีฬามีการติวเข้มเทคนิคการเล่นแบบมืออาชีพในวิชาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล และฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีวิชาวางแผนทางการเงิน ที่สำคัญคือมีวิทยากรจากโรงเรียนเทคนิคการอาชีพสตึกมาสาธิตในวิชา 108 อาชีพให้เยาวชนได้มีความรู้เพิ่มเติม และสามารถสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว ตลอดจนชุมชนได้ อีกทั้งยังได้รับรู้ถึงภูมิปัญญาความรู้ของชุมชนด้านการทอผ้าหรือทอเสื่อกกธรรมชาติ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทอผ้าพื้นเมืองจากหนองแม่มดมาเผยแพร่วิชาการถักทอที่สวยงาม
ต่าย-ด.ญ.วารุณี อนุชิม โรงเรียนบ้านโคกสุพรรณ บอกว่า นับเป็นโชคดีของตนเองและเพื่อนๆ อีกกว่า 20 คน ที่มีโอกาสเข้าร่วมแคมป์ครั้งนี้ เพราะแม้โรงเรียนจะอยู่ไกลจากสถานที่จัดกิจกรรม แต่พี่ๆ จิตอาสาก็ส่งรถไปรับ-ส่งตลอด 3 วันที่ผ่านมา
"หนูได้เรียนเพนต์สีกับ อ.จิตเกษม รู้เทคนิคการใช้พู่กัน การผสมสีให้สวยงาม และเคล็ดลับการทำให้สีติดทนไม่ให้หลุดลอกเมื่อซักไปแล้ว ครูก็ให้ลงสีจริงบนกระเป๋าผ้า ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น กลัวทำสีเลอะ แต่เมื่อครูบอกให้เราตั้งสติ หายใจลึกๆ ตอนจรดปลายพู่กันระบายสีให้กลั้นหายใจ มือก็นิ่งลง สีไม่เลอะเลย พอได้เห็นผลงาน หนูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผลงานของเราเอง อยากเอาไปอวดคนที่บ้านค่ะ"
เก่ง-ด.ช.คณาการ จันทรทอง นักเรียนชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านปรือเกรียง เล่าความรู้สึกว่า กิจกรรมครั้งนี้ได้ลองทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ ได้เรียนวิชา 108 อาชีพ โดยลองทำน้ำยาซักผ้าเองกับเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังได้ไปดูการสาธิตทอผ้าพื้นเมืองจากคุณยาย
"ยายทอผ้าให้พวกเราดู และเล่าถึงการถักทอให้สวยงาม ขั้นตอนกว่าจะได้ผ้าทอลายสวยผืนนี้ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรสืบสานให้อยู่คู่กับชาวบุรีรัมย์ ประสบการณ์ครั้งนี้ผมจะไม่ลืมเลยครับ และคราวหน้าถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อีก ผมก็อยากเรียนจักสานของใช้ต่างๆ เมื่อทำเองได้ที่บ้านก็ไม่ต้องซื้อตะกร้าหรือหมวกแล้วครับ ที่สำคัญเป็นอาชีพเสริมยามว่าง ช่วยที่บ้านได้อีกทาง"
ขณะที่ แต้-ด.ญ.นุสรา ฟ้าจันทร์ จากโรงเรียนกุดน้ำขุน ก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากเพื่อนๆ
"ร่วมทำกิจกรรม 108 อาชีพ เลือกเรียนวิชาทำน้ำแข็งไส เพราะหนูชอบช่วยคุณแม่ทำอาหารและขนมค่ะ พี่ๆ ชวนให้เราลองทำ พอได้เรียน ลองใช้อุปกรณ์ และแต่งหน้าน้ำแข็งไสให้น่าทานก็รู้สึกชอบ ได้รู้วิธีการทำน้ำแข็งให้เป็นเกล็ด ตกแต่งด้วยน้ำหวานและผลไม้ให้ดูสวยงาม ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ ทำง่ายมาก ตอนนี้ทำเป็นแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากทำขายที่บ้านค่ะ จะได้ช่วยที่บ้านหารายได้เพิ่ม"
ประสพสุข ดำรงชิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กีฬา ดนตรี ศิลปะ สามารถเสริมสร้างสุขภาพพลานามัย จิตใจ ตลอดจนความเข้มแข็งของเยาวชน จึงริเริ่มเปิดห้องเรียนสอนวิชาความรู้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงขยายเครือข่ายการช่วยเหลือสู่พื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อนำความรู้สู่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในชุมชนที่ห่างไกลทั่วทุกภูมิภาค
"การทำกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากเยาวชนจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังเป็นการจุดประกายความคิดและจินตนาการให้กับเยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพ พร้อมนำไปต่อยอดเพิ่มพูนความสามารถของตนต่อไปในอนาคตได้ไม่มากก็น้อย".








