Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เด็กไทยสุดปลื้มรับรางวัล แนวคิด "ชุมชนในฝัน"


อย่างที่เล่าให้ฟังแล้วว่า เป็นเวลานานนับเดือนตั้งแต่ปิดรับสมัคร ที่กรรมการที่ได้รับมอบหมายซึ่งล้วนมาจากหลากหลายสาขา เพื่อสามารถทำความเข้าใจกับเด็กๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ใช่เพียงมานั่งจับผิดเรื่องของตัวสะกด หรืออ่านลายมือไม่ออกก็โยนทิ้ง

งานนี้ต้องบอกว่ากรรมการทุกท่านล้วนอ่านผลงานอย่างไตร่ตรอง เพราะรู้ว่าเบื้องหลังของงานที่น้องๆ ส่งกันเข้ามานั้น กว่าจะคิดออกมาได้ต้องผ่านการกลั่นกรอง และเป็นประสบการณ์ที่เด็กๆ ได้พบเจอปะปนออกมาผสมผสานเข้ากับงานเขียน

มีคนบอกว่าหนึ่งภาพแทนคำพูดนับพัน

แต่เรียงความหนึ่งชิ้นนั้นแทนความรู้สึกของเด็กๆ หนึ่งคน

งานเขียนทุกชิ้นในสายตาของกรรมการและทีมงาน จึงเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งนัก การจะเลือกผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งขึ้นมาเป็นที่หนึ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าผลงานชิ้นอื่นด้อยค่า เพียงแต่สิ่งที่เราเรียกว่า "รางวัล" นั้นเป็นข้อจำกัด

หลังจากที่คัดกรองกันออกมาอย่างประณีตแล้ว คณะกรรมการก็พากันลงมติให้ผลงานของน้องๆ จากโรงเรียนเหล่านี้ได้รับรางวัล โดยมีรายชื่อดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานของนายกิตติชัย จันทรมณี จากโรงเรียนสตรีทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ผลงานของนางสาววรรนิศา จุ้ยน้อย โรงเรียนสตรีพัทลุง

รางวัลชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ผลงานของนางสาวปณิดา ชมภูบุบผา จากโรงเรียนวัดนายโรง กรุงเทพมหานคร

โครงการประกวดเรียงความหัวข้อ "ชุมชนในฝันของเด็กไทย" จัดโดยหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังจะก้าวไปสู่การเรียนในระดับอุดมศึกษา เป็นวัยที่มีความคิด ความเห็นอย่างชัดแจ้ง เป็นวัยที่กล้าแสดงออก

เยาวชนเป็นอนาคตและเป็นบุคคลที่กำลังจะเติบโตขึ้นมามีส่วนรับผิดชอบต่อความเป็นไปของสังคม การปลูกฝังให้เด็กไทยมีความสนใจในสิ่งที่ใกล้ ตัวอย่างเช่น เรื่องราวของชุมชน นับว่าเป็นการสร้างพื้นฐานให้เด็กมีโอกาสคิด รับผิดชอบ รู้จักการมีส่วนร่วม และนำความคิดที่มีมาสร้างสรรค์ให้ชุมชนที่ตนเกี่ยวข้องก้าวหน้ายิ่งขึ้น

โครงการประกวดเรียงความ นับว่าเป็นวิธีการพื้นฐานอันดับแรกที่จะทำให้เด็กสามารถสะท้อนสิ่งถึงความคิด ความต้องการของตนเองต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้เป็นอย่างดี และสามารถสื่อสิ่งที่ต้องการออกมาให้กับสาธารณชนรับรู้ได้ โดยผ่านการเขียนอันเป็นกระบวนการที่ต้องผ่านการกลั่นกรองออกมา

เด็กจึงได้เรียนรู้ตั้งแต่วิธีฝึกคิด สนใจสิ่งรอบตัว และกลั่นกรอง เรียบเรียงเพื่อนำเสนอความเห็นดังกล่าวได้

วัตถุประสงค์

ต้องการฝึกฝนให้เด็กๆ มีส่วนร่วมและสนใจในสังคมที่ตนสังกัดอยู่

* เป็นเวทีให้เด็กสามารถแสดงความคิด ความเห็นเกี่ยวกับชุมชนของตน

* เป็นการฝึกให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็นของตนต่อสาธารณชน

* เป็นเวทีที่เด็กได้แสดงความต้องการหรือความเห็นของตนต่อชุมชนอย่างถูกวิธี

* เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการใส่ใจในเรื่องราวของชุมชนที่ตนเองสังกัดอยู่

* เป็นการฝึกทักษะการสังเกต การคิด เรียบเรียง และนำเสนอความเห็นของตนสู่สาธารณชน

ทางด้านนางสาวปณิดา ชมภูบุบผา หรือน้องเอ อนาคตแพทย์แผนไทยประยุกต์ และนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากการประกวดเรียงความในหัวข้อชุมชนในฝันของเด็กไทย ได้กล่าวถึงรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ว่า รู้สึกภูมิใจกับรางวัลนี้มาก เพราะเรียงความชิ้นนี้ถือเป็นการส่งประกวดในระดับประเทศครั้งแรกของตัวเอง สำหรับเหตุผลที่ส่ง คือต้องการอยากฝึกฝนทักษะด้านการเขียนและการใช้ภาษาไทยให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาจะมีการเขียนเรียงความเข้าประกวดบ้าง ก็เป็นเพียงในระดับชั้นภายในโรงเรียนเท่านั้น นอกจากนี้ ในช่วงเวลาว่างก็มักเขียนนิยายร่วมกับเพื่อนในชั้นอีกคนหนึ่ง

"ทราบข่าวว่าจะมีการประกวดเรียงความนี้มาจากครูนงนุช ซึ่งสอนภาษาไทย หลังจากทราบหัวข้อที่ต้องเขียนแล้ว ไม่กี่วันก็เริ่มลงมือเขียน โดยเริ่มมองจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อนว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง หลังจากนั้นก็ใส่ความคิดและมุมมองที่ต้องการใส่เข้าไป โดยผ่านงานเขียนออกมาในสำนวนของตัวเองที่ใช้เวลาในการเขียน 2 วันเต็ม"

อาจารย์นงนุช นาคมาศ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง กล่าวถึงผลงานเรียงความการประกวดเรียงความของน้องเอว่า ครูรู้สึกภาคภูมิในตัวเขา เพราะตอนแรกที่ครูได้อ่านเรียงความที่เขาส่งมาให้อ่านนั้น ก็คาดไม่ถึงว่าจะเขียนเรียงความที่ดีนี้ออกมาได้ เพราะในเรียงความชิ้นนี้มีการใช้ภาษาที่ดี เรียงร้อยเหตุผลเป็นลำดับขั้นตอนน่าติดตาม โดยเปิดประเด็นที่น่าสนใจและปิดท้ายเรียงความได้อย่างสวยงาม ในส่วนตัวของครูแล้วหวังรางวัลอยู่ลึกๆ เหมือนกัน

"โครงการนี้ครูว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก และน่าจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นต่อไปในทุกๆ ปี เพราะจะทำให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยความคิดเห็นเหล่านี้จะสะท้อนออกมาให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ เพราะเรื่องบางเรื่องที่เด็กมอง เราในฐานะผู้ใหญ่ก็คาดไม่ถึงหรือบางเรื่องอาจหลงลืมมันไป ฉะนั้น เราก็ต้องหันมารับฟัง และอย่าลืมว่าเด็กพวกนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ที่เราจะต้องฝากความหวังไว้กับพวกเขานั่นเอง".



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์