Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"ดอกหญ้าบานไสวในใจน้อง"


     "กลุ่มดอกหญ้า" คือกลุ่มของผู้ติดเชื้อ HIV ในจังหวัดตรัง ที่รวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อช่วยเหลือเพื่อนผู้ติดเชื้อด้วยกันให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กที่ติดเชื้อ HIV มาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตรังเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มดอกหญ้าเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการติดตามและดูแลเด็กกลุ่มนี้ เนื่องจากพบว่ามีเด็กเป็นจำนวนมากต้องเสียชีวิตลงเพียงเพราะว่าไม่ได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง
     จากการศึกษาข้อมูลของเด็กและผู้ดูแลทำให้ทราบถึงสภาพปัญหาว่า เด็กที่ติดเชื้อหลายคนนั้นพ่อแม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ บางคนต้องอาศัยอยู่กับผู้ดูแล ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่จะขาดความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแลเด็ก ทำให้ไม่ได้รับยาตามมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ บางรายมีภาวะดื้อยา เกิดโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนขึ้นกับเด็ก ซ้ำยังถูกเลือกปฏิบัติจากคนในพื้นที่จากความเชื่อและความเข้าใจที่ผิดๆ
     "กลุ่มดอกหญ้า" จึงร่วมกับ "โรงพยาบาลตรัง" และภาคีเครือข่ายจัดทำ "โครงการดอกหญ้าบานไสวในใจน้อง" โดยมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนเพื่อขยายผลการดูแลผู้ติดเชื้อออกไปให้ครอบคลุมถึงเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กที่ติดเชื้อหรืออยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับยาต้านเชื้อไวรัสอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า "เด็กที่ติดเชื้อเหล่านี้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข"
     นายประพันธ์ ซุ้นสั้น หัวหน้าโครงการดอกหญ้าบานไสวในใจน้อง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนเด็กติดเชื้อและเด็กที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังมารับการรักษาจากทางโรงพยาบาลตรังจำนวน 67 ราย อยู่ในวัย 6-14 ปี ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเด็กหลายคนเสียชีวิต โดยมีสาเหตุมาจากผู้ดูแลยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลและให้ยากับเด็ก เพราะหลายรายเป็นผู้สูงอายุ บ้างก็มีฐานะยากจน ไม่สามารถมาพาเด็กมาโรงพยาบาลได้ ทำให้เด็กไม่ได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง
     "โครงการนี้ต้องการให้เด็กที่ติดเชื้อเข้าถึงการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และอยากให้เด็กๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนคนปกติ ซึ่งมีเด็กบางคนที่ได้รับผลกระทบจากโรงเรียน ถูกรังเกียจจากกลุ่มเพื่อนและครู บางครั้งถูกกีดกันไม่ให้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนคนอื่นๆ ทางกลุ่มและทีมงานของโรงพยาบาลตรังก็จะเข้าไปคุยกับทางคุณครูและหรือผู้ปกครอง ให้ความรู้และความเข้าใจว่าโรคนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ที่สำคัญคือต้องการให้ผู้ปกครองมีข้อมูล มีความรู้ในการดูแลเด็กที่ถูกต้อง ให้เขาได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ดูแลมักเข้าใจไปเองว่าพอเด็กกินยาแล้วร่างกายก็แข็งแรงดี หรือคิดว่าหายแล้วจึงไม่พาเด็กเข้ามารับยาต่อ" นายประพันธ์ระบุ.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์