"สถานีวิทยุเพื่อเด็กและครอบครัว" FM 105 MHz ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ที่ปลอดโฆษณาได้ฤกษ์ออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ในเวลา 05.00-24.00 น.ทุกวัน หลังจากทดลองออกอากาศเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีสโลแกนว่า "คลื่นแห่งการเรียนรู้อย่างรื่นรมย์"
คลื่นวิทยุเพื่อเด็ก อยู่ในความรับผิดชอบของเครือข่ายวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว และมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ในฐานะผู้ทำสัญญาเช่าคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 105 กับกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือทีพีบีเอส ให้การสนับสนุนตามนโยบายของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีสถานีวิทยุสีขาว เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนและครอบครัว
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มีการแถลงถึงความพร้อมสถานีวิทยุเพื่อเด็ก โดยนายสาทิตย์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและมีนโยบายในการเปิดพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยเฉพาะการปฏิรูปสื่อ เริ่มจากการทำให้สถานีวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์คือ เอฟเอ็ม 105 เป็นสถานีวิทยุสาธารณะที่ไม่มีการแสวงหาผลกำไรทางธุรกิจ และมุ่งพัฒนาสื่อของรัฐให้มีพื้นที่ตอบสนองการเรียนรู้ของเด็กและครอบครัวต่อไป
เมื่อวันเด็กปี 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศวาระเด็กแห่งชาติที่ทำเนียบรัฐบาลว่า สนับสนุนพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น และผลักดันให้เกิดกองทุนสื่อสร้างสรรค์ เนื่องจากมีผลสำรวจเมื่อปี 2550 ของโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพรายการวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว พบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสัดส่วนรายการวิทยุสำหรับเด็กอยู่เพียงร้อยละ 1.45 และรายการวิทยุสำหรับครอบครัวร้อยละ 0.82 เท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า รายการวิทยุมีคุณภาพยังถูกมองข้ามและไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร
"กว่าจะมีคลื่นวิทยุเพื่อเด็กได้ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ประกอบการเดิมต้องยอมเสียสละคืนสัมปทานคลื่นวิทยุให้กับกรมประชาสัมพันธ์เพื่อมาจัดทำคลื่นวิทยุสาธารณะ โดยมีสัญญาเป็นเวลา 6 เดือน แต่จะยั่งยืนหรือไม่ขึ้นอยู่กับเสียงตอบรับจากผู้ฟัง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวผมก็ต้องการให้มีคลื่นวิทยุสาธารณะได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กฎหมายคลื่นความถี่ ส่วนเด็กในต่างจังหวัดก็ควรได้รับโอกาสรับฟังรายการดีๆ ด้วยเช่นกัน โดยมีแนวทางให้วิทยุชุมชนที่มีประมาณ 7,000 คลื่นทั่วประเทศ ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำคลื่นวิทยุเด็ก" นายสาทิตย์กล่าว
รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคำดี ประธานชมรมวิทยุเพื่อเด็ก กล่าวว่า ที่ผ่านมารายการวิทยุสำหรับเด็กมีปริมาณลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หากเทียบกับสัดส่วนของรายการในสื่อวิทยุในประเทศไทย ดังนั้น จึงตั้งชมรมวิทยุเด็กเพื่อกระตุ้นให้สถานีวิทยุต่างๆ เห็นความสำคัญของรายการเด็ก และเปิดพื้นที่สื่อในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดทักษะและการเรียนรู้ในการพัฒนาตนเอง
"ชมรมวิทยุเด็กเปิดรับผู้สนใจ หรือนักจัดรายการวิทยุรุ่นใหม่ที่สนใจเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เข้าฝึกอบรมทักษะการจัดรายการวิทยุ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมจัดรายการร่วมกับผู้ใหญ่ พร้อมกับชักชวนให้พ่อแม่ ผู้ปกครองหันมาเปิดรายการวิทยุเด็กให้ลูกหลานฟัง เพราะวิทยุเป็นตัวเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี" รศ.จุมพลกล่าว
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า มูลนิธิฯ จะสนับสนุนการบริหารคลื่นวิทยุเด็กร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีรายการส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัว กำหนดทิศทางรายการสร้างสรรค์โดยไม่มีโฆษณา เจาะลึกเรื่องราวครอบครัวและเด็กทุกช่วงวัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง พยายามจะไม่ให้มีเฉพาะรายการเด็ก เช่น เล่านิทานอย่างเดียว แต่ต้องการให้กลุ่มวัยรุ่นได้เสนอแนวคิดที่สื่อไม่นำเสนอ
รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์สื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส. กล่าวว่า รูปแบบและเนื้อหารายการที่ออกอากาศทางคลื่นวิทยุเพื่อเด็กและครอบครัว มุ่งตอบสนองการเสริมสร้างสุขภาวะของกลุ่มผู้ฟังทุกวัย ตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ รับฟังกันได้ทั้งครอบครัว รูปแบบรายการมีหลากหลาย ทั้งเพลงวัยรุ่น เพลงเด็ก นิทาน วรรณกรรม คุ้มครองผู้บริโภค ข่าวสาร และสาระอื่นๆ
"คลื่นวิทยุสาธารณะเอฟเอ็ม 105 จะเน้นรายการสำหรับเด็กมากที่สุด อาทิ รายการจันทร์เจ้าขา ส่งเสริมจินตนาการและการเรียนรู้ด้วยนิทาน เป็นรายการสำหรับเด็กวัย 2-5 ขวบ รายการรถด่วนขบวนเพลงปู๊นปู๊น รายการเพลงเด็ก อายุ 2-5 ขวบ และรายการขบวนการล้านความคิด ส่งเสริมกระบวนการคิดเหมาะสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี" รศ.ดร.วิลาสินีกล่าว
ด.ช.วุฒิพงษ์ รัตนอาสา อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดจันทรประดิษฐาราม พูดถึงคลื่นวิทยุเด็กว่า รู้สึกตื่นเต้นที่จะมีรายการดีๆ ให้เด็กฟัง อย่างเช่น นิทานให้ความรู้และจินตนาการ คิดว่าจะติดตามฟังช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพราะมีเวลาว่างอยู่กับพ่อแม่ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ฟังได้ เพราะแต่ละรายการมีสาระและความบันเทิง
ด.ญ.กรภัทร์ สุขใจ อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดจันทรประดิษฐาราม บอกเช่นเดียวกันว่า ปกติก็ได้ฟังรายการวิทยุเด็กมาบ้างทางสถานีอื่น แต่มีให้ฟังเป็นเฉพาะช่วงเวลาเท่านั้น เมื่อมีรายการวิทยุสำหรับเด็กจะบอกพ่อแม่เปิดให้ฟัง เพราะจะประยุกต์ในการเรียนหนังสือได้ บางรายการก็มีคติสอนใจและสอนงานประดิษฐ์ต่างๆ
ด้าน ด.ญ.สุภัสสร หทัยเดชะดุษฎี อายุ 9 ขวบ ชั้น ป.4 โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา บอกว่า ไม่เคยฟังรายการวิทยุสำหรับเด็กเลย เพราะวิทยุมีแต่รายการข่าว การเมือง และเพลงวัยรุ่น จึงอยากให้มีรายการสำหรับเด็กบ้าง เพราะบางครั้งเมื่อมีปัญหาคาใจ เช่น โดนเพื่อนแกล้ง ก็อยากให้คนอื่นๆ มาช่วยบอกว่าเราควรทำยังไงดี
"ถ้ามีสื่อวิทยุสำหรับเด็ก ก็จะได้ฟังรายการที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ต้องรับรู้เรื่องความรุนแรง และมีคนใจดีมาจัดรายการให้ฟัง หนูจะได้เรียนรู้อะไรได้อีกหลายอย่าง และไม่เหงาเวลาที่พ่อแม่ทำงาน เพราะจะได้มีวิทยุเป็นเพื่อนที่บอกเล่าเรื่องสนุกๆ หรือสิ่งที่เป็นความรู้ในด้านต่างๆ" ด.ญ.สุภัสสรกล่าว
ทั้งนี้ ผู้สนใจรับฟังสามารถตรวจสอบผังรายการต่างๆ ทางสถานีคลื่นวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบครัวได้ทางเว็บไซต์ www.radiothai.fm.








