Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

วัยแห่งสุนทรียะ


    เพราะเชื่อว่าการดูแลเอาใจใส่ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างสมดุลครบถ้วน จะเป็นรากฐานที่สามารถทำให้เจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในอนาคต นิตยสาร Modern Mom จึงจัดเสวนาในหัวข้อ 'สุนทรียศาสตร์ ทางลัดในการเลี้ยงลูกให้สมองดีและมีความสุข' โดย นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาสมองเด็ก กล่าวว่า สุนทรียศาสตร์ เป็นเรื่องของการรับรู้ รับรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ เกลียดหรือไม่เกลียด ชิงชัง ประทับใจ หรือสะเทือนใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในมนุษย์ได้นั้นต้องอาศัยสิ่งเร้า และเมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามามันก็จะผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และถูกปรุงแต่ง ฉะนั้น ถ้าประสาทสัมผัสไม่ทำงาน เช่น ทานอาหารไม่รู้รส ไม่รู้สึกดื่มด่ำกับรสชาติของอาหาร ฟังเพลงไม่รู้ว่ามีเครื่องดนตรีอะไรบ้าง หรือมีเสียงสูงต่ำแตกต่างกัน
     "เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ การพัฒนาในเรื่องของประสาทสัมผัส หากเราไม่สามารถพัฒนาสิ่งนี้ได้ เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าอาหาร 2 จานมีรสชาติแตกต่างกันอย่างไร สิ่งนี้คือสิ่งที่เราจะต้องสร้างให้กับเด็กตั้งแต่เขายังเล็กๆ"
     แพทย์หญิงสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านการพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ประสบการณ์หรือการใช้ชีวิตประจำวันมีผลในด้านการพัฒนา ทั้งยังเป็นตัวกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 อีกด้วย
      "เด็กจำเป็นต้องได้รับประสบการณ์ และในช่วงแรกเกิดถึงสามปีแรก นับว่าเป็นหน้าต่างแห่งโอกาส ดังนั้น ถ้าเด็กไม่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่มีโอกาสได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การได้กลิ่น และการรับรส ก็จะทำให้ระบบประสาทบกพร่องไปได้ ซึ่งการเล่นหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทุกอย่างที่ผ่านสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์ที่เด็กเจอ สามารถเป็นตัวกระตุ้นประสาทสัมผัสทุกๆ ด้านได้ดีที่สุด ซึ่งหมอเชื่อว่าการปล่อยให้เด็กได้เล่นโดยอิสระ โดยที่เราไม่เข้าไปก้าวก่าย ซึ่งเด็กจะเล่นคนเดียวหรือจะเล่นกับเพื่อนก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้จะมีค่าอันมหาศาล" แพทย์หญิงสินดี กล่าว
      นอกจากนี้ การสัมผัสและการมองเห็นจะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันจนทำให้เกิดการเรียนรู้และเกิดประสบการณ์ขึ้นมา ฉะนั้น ในช่วง 3-6 เดือนแรก หากพ่อแม่มีโอกาสได้สัมผัสลูกมากๆ คุยกับเขา เล่นกับเขา เด็กก็จะเกิดความผูกพัน เพราะเมื่อเด็กได้รับการสัมผัส เช่น การกอด การโอบ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการกระตุ้นสมองในเรื่องของสติปัญญาและเรื่องอารมณ์ด้วย
     ดังนั้น เด็กจะซาบซึ้ง สะเทือนใจ หรือมองเห็นความงามของสิ่งรอบตัวได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับประสาทสัมผัส โดยการป้อนข้อมูลให้สมองจากสิ่งแวดล้อม เมื่อลูกถูกกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าไปในสมอง กลายเป็นกระแสประสาท เป็นพลังงานไฟฟ้าเล็กๆ และกลายเป็นสารเคมีหลั่งออกมา ต่อมาสมองจะสร้างเส้นใยแขนงประสาท และสร้างไขมันล้อมรอบหุ้มเส้นใยประสาท ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมากในช่วง 6 ปีแรก ทั้งนี้ เด็กที่มีสุนทรียศาสตร์นั้น เขาจะรู้จักตัวเอง รู้จักพ่อแม่ รู้จักสื่อสาร เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น รู้อะไรควรหรือไม่ควร
     นอกจากจะมีการให้ความรู้เรื่องสุนทรียศาสตร์และการพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 แล้ว ยังมีกิจกรรม Workshop แสนสนุกที่จะมาช่วยเสริมสร้างสุนทรียศาสตร์ให้แก่ลูกน้อย ในหัวข้อ 'สุนทรียศาสตร์ด้านศิลปะ' โดยครูชีวัน วิสาสะ นักเขียนอิสระผู้สร้างสรรค์หนังสือสำหรับเด็ก เจ้าของรางวัลหลากหลายสาขามาร่วมให้ความรู้ และสอนน้องๆ หนูๆ วาดภาพให้เหมาะสมกับพัฒนาการในแต่ละวัยอีกด้วย
     "ศิลปะใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ ไม่ใช่ว่าเราเริ่มต้นด้วยศิลปะแล้วเราต้องจบลงแค่ศิลปะเสมอ แต่ศิลปะจะนำไปสู่ธรรมชาติ ทำให้อยากรู้เรื่องธรรมชาติ อยากรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการต่อยอดไปถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าธรรมชาติรอบตัวเราจะเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้ลูกของเราสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาได้ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่เขาได้มอง ได้เห็น ซึ่งเมื่อเขาได้เห็นเขาก็จะเกิดความประทับใจในสิ่งนั้นๆ และถ่ายทอด สร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาในมุมมองของเขา" ครูชีวัน กล่าว
     สุนทรียศาสตร์นั้นช่วยเสริมสร้างสมองและจิตวิญญาณของลูกให้เข็มแข็ง มีวุฒิภาวะ และจิตใจมั่นคงแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีของลูกให้เผชิญกับปัญหาของชีวิตในอนาคตว่าจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งสิ่งที่เป็นพื้นฐานก็คือ จิตวิญญาณ และถ้าตัดสินใจได้ถูกต้อง ดีงามแล้ว ก็ย่อมส่งผลต่อคนรอบข้างในสังคมไปด้วย.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์