ในการแข่งขันรถประหยัดเชื้อเพลิงในโครงการเชลล์อีโค-มาราธอน เอเชีย 2010 ที่สนามแข่งรถนานาชาติเซปัง ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 8-10 ก.ค.ผ่านมา โดยมีบริษัท สยามมิชลิน จำกัด ได้ให้การอนุเคราะห์นำคณะสื่อมวลชนมาทำข่าวการแข่งขันถึงสนามแข่งขัน
ผลการแข่งขันซึ่งมีทีมเด็กไทย 13 ทีมร่วมลงสนามประลองฝีมือในการประดิษฐ์รถประหยัดเชื้อเพลิง และฝีเท้าในการขับขี่บนสนามระดับโลก ผลปรากฏว่า ทีม ATE.1 จาก รร.กองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. คว้าตำแหน่งชนะเลิศการแข่งขันระดับทวีปเอเชีย ในรุ่นรถต้นแบบ (Prototype) ประเภทเชื้อเพลิงแก๊สโซลีนมาได้สำเร็จ ด้วยผลงานวิ่งประหยัดน้ำมัน สามารถทำได้ระยะทาง 1521.9 กม.ต่อเชื้อเพลิง 1 ลิตร และทีม Inno-Gen KMITL จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่แข่งขันได้อันดับที่ 3 ในรุ่นรถต้นแบบ (Prototype) ประเภทเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่วิ่งได้ 379 กม.ต่อเชื้อเพลิง 1 ลิตร รวมถึงทีมอื่นๆ ของไทย ที่แม้ไม่ได้รางวัล แต่ก็ทำผลงานได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติอื่นๆ เลย
การแข่งขันเชลล์อีโค-มาราธอน เอเชีย 2010 เป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้ออกแบบคิดค้นนวัตกรรมยานยนต์ประหยัดพลังงานชนิดใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งการแข่งขันรถประหยัดพลังงานในรายการนี้จะเป็นการแข่งที่ตัดสินจากรถคันที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุด และใช้เชื้อเพลิงน้อยที่สุด
ตัวแทนเยาวชนของไทยที่เป็นสมาชิกทีม ATE.1 ประกอบด้วย จิรพงค์ นัยบุรุษ ผู้จัดการทีม, กิตติวงค์ แก้วบำรุง คนขับ, นพรัตน์ พูลจวน นักขับสำรอง/ช่างเครื่อง และแทนไทย จิตคราม นักขับสำรอง/ช่างเครื่อง
อย่างไรก็ตาม การที่เด็กไทยสร้างผลงานไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะสามารถชนะคู่แข่งขันประเทศชั้นนำในเอเชียอย่างญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ได้นั้น ทำให้ย้อนกลับไปดูว่าอะไรคือ "ที่มา-ที่ไป" ของแนวความคิดในการสร้างสรรค์รถประหยัดงานพวกเขา และหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว พวกเขาจะนำความรู้ความสามารถที่มีไปต่อยอดความรู้ได้อย่างไรบ้าง อีกทั้งเขามีทัศนะต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาพลังงานที่กำลังจะหมดลงอย่างไรบ้าง
กิตติวงค์ แก้วบำรุง หรือ นุ๊ก นักขับประจำทีม ATE.1 ประเภทประหยัดพลังงาน ที่สนใจเรื่องรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บอกว่า ตัดสินใจร่วมทีมทันทีและสนใจมากขึ้นเมื่อการแข่งขันครั้งนี้ต้องสร้างเครื่องยนต์แบบใหม่ๆ ชนิดที่เน้นการลดใช้พลังงาน เพราะการที่น้ำมันบนโลกใบนี้กำลังลดน้อยลง คงจะทำให้พวกเรามีพลังงานน้ำมันเหลือให้ใช้อีกเพียงไม่กี่ปีเป็นแน่ การนำแนวคิดรถประหยัดพลังงานจากการแข่งมาใช้ จึงน่าจะนำไปประยุกต์ใช้กับรถบนท้องถนนในอนาคตได้ เพียงแต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะตอนนี้เครื่องที่นำมาใช้แข่งก็เป็นแค่การนำเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์มาใช้ไม่ใช่เครื่องยนต์จากรถยนต์แต่อย่างใด
ในฐานะแชมป์ นุ๊กมองอนาคตไว้ว่า เขาเป็นคนที่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์มาตั้งแต่เด็กแล้ว ในอนาคตจึงอยากที่จะเป็นอู่ซ่อมรถเป็นของตัวเอง แล้วเอาความรู้ที่มีอยู่มาใช้ในการดัดแปลงรถ ซึ่งอาจเริ่มจากการทำมอเตอร์ไซค์ที่ดัดแปลงให้รองรับกับการประหยัดพลังงาน สามารถวิ่งได้ฉิวเหมือนกันกับรถปกติบนท้องถนน
จิรพงษ์ นัยบุรุษ หรือ จิ เยาวชนผู้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม ATE.1 ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการอธิบายการปรับแต่งรถให้เข้ากับกฎกติกา ที่ทางคณะกรรมการของสนามได้แจ้งมาในแต่ละครั้ง และทำหน้าที่เป็นตัวแทนทีมในการประชุม รวมถึงยังต้องทำหน้าที่เป็นช่างเทคนิคประจำทีม คอยซ่อมรถ ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สอดคล้องกับกฎกติกาที่เน้นความปลอดภัย และการประหยัดเชื้อเพลิงมาเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ
รถประหยัดพลังงานในมุมมองของ "จิ" นั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ในอนาคต
"ทุกคนอาจมองว่าน้ำมัน ใครมีเงินก็สามารถซื้อได้ไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก แต่น้ำมันก็คือทรัพยากรที่หมดไปได้ถ้าเรายังไม่รู้จักประหยัด ซึ่งการแข่งรถเองก็เป็นได้แค่การจุดประกายแนวคิด ที่ทางพวกผู้ผลิตยนต์กรรมต้องนำไปต่อยอดอีกทอดหนึ่ง
"จิ" ไม่ได้มองแค่การแข่งขันแล้วได้รางวัลมาเป็นแค่ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เขายังมีความคิดความฝันไปไกลว่า ในอนาคตอยากทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับด้านยนตรกรรม เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศที่ประดิษฐ์ยนตรกรรม แต่เราก็มีบุคลากรพอจะสู้กับต่างชาติได้ รวมทั้งตัวเขาเองอยากนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ที่มีไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นๆ ที่สนใจ
"เพราะความรู้ของผมที่มีอยู่ตอนนี้นั้น มันมีมากเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียวได้ โดยอาจจะเริ่มจากการทำเป็นเว็บไซต์เผยแพร่ความรู้ด้านยนตรกรรมของตัวเองก่อนเลย" จิกล่าว
อีกทีมของเด็กไทยที่น่าสนใจ แม้จะได้แค่รางวัลที่ 3 ในการแข่งขันครั้งนี้ แต่เรื่องความคิดนั้น ฟังแล้วจะต้องทึ่งในมุมมองหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องการขาดแคลนพลังงาน และแนวคิดเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก
สุรดล ภู่กลั่น หรือ โจ๊ค หัวหน้าทีม Inno-Gen KMITL จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ที่คว้ารางวัลที่ 3 ประเภทรถใช้พลังงานไฮโดรเจน กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มแรกที่ตนเองและเพื่อนสนใจที่จะเข้าร่วมการแข่งรถประเภทประหยัดพลังงาน เนื่องจากสภาวะการใช้พลังงานในปัจจุบัน ในอนาคต อาจก็ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนพลังงานได้ เพราะพลังงานเหล่านี้คงมีเหลือไว้ให้เราได้ใช้กันอีกเพียงไม่กี่ปี การมองหาพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่จึงดูเป็นอะไรที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
"ผมมองว่าพลังงานทดแทนประเภทไฮโดรเจนจะมีความสำคัญในอนาคตมาก จะเป็นเชื้อเพลิงหลักในอนาคต ส่วนการขับเคลื่อนรถของทีม Inno-Gen KMITL ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไฮโดรเจนเป็นพลังงานที่สามารถหาได้ง่าย คงไม่หมดไปง่ายๆ อย่างพลังงานประเภทอื่นๆ ดูได้ใจมวลพลังงานในอวกาศ มีให้โดรเจนเป็นประกอบมากถึง 75% ของจักรวาล" โจ๊คกล่าว.
////////////////////////
โค้ดคำพูด
"ประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศที่ประดิษฐ์ยนตรกรรม แต่เราก็มีบุคลากรพอจะสู้กับต่างชาติได้ รวมทั้งตัวผมเองอยากนำความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ที่มีไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นๆ ที่สนใจ....เพราะความรู้ของผมที่มีอยู่ตอนนี้นั้น มันมีมากเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียวได้ โดยอาจจะเริ่มจากการทำเป็นเว็บไซต์เผยแพร่ความรู้ด้านยนตรกรรมของตัวเองก่อนเลย"
//////////////////////
ล้อมกรอบ
กว่าจะเป็นแชมป์เอเชีย
ในฐานะเป็นคนคุมหางเสือทีม ATE.1 และพาทีมไปสู่ชัยชนะ สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันและประเทศ พ.อ.ธีรพล หมั่นยิ่ง ผู้อำนวยการ รร.กองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. กล่าวถึงแง่มุมต่างๆ ไว้ดังนี้ ตั้งแต่ปัญหาพลังงานกำลังจะหมดไป จนถึงกว่าที่ทีมจะกลายเป็นแชมป์ได้ดังนี้
"ผมมองว่าปัญหาทรัพยากรในอนาคตกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต แต่ถ้าเรามีการริเริ่มการใช้พลังที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือการใช้พลังงานทดแทน ก็จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ซึ่งในการแข่งรถประหยัดพลังงานเองก็เหมือนเป็นสิ่งริเริ่มให้รู้จักการประหยัดพลังงานอย่างคุ้มค่า ประกอบกับการที่โรงเรียนของตนเน้นเรื่องนี้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแนวคิดในการริเริ่มในการสร้างรถประหยัดน้ำมัน โดยเน้นไปที่การแข่งรถประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะ"
สำหรับการออกแบบตัวรถประหยัดน้ำมัน พ.อ.ธีรพลกล่าวว่า ทีมจะเน้นไปที่วิธีทำให้น้ำหนักของตัวรถให้เบา รูปทรงตัวรถที่มีแรงส่ง ลดแรงเสียดทาน สตาร์ทติดง่าย และดับเครื่องไม่ใช้น้ำมัน เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องติดเครื่อง อย่างไรก็ตาม องค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้มีการสะสมมาตลอด 10 ปีของโรงเรียน จากการตระเวนแข่งตามเวทีต่างๆ จะมีวิธีการถ่ายทอดให้เด็กในรุ่นต่อไป แบบรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง โดยทุกครั้งที่มีการแข่งจะให้เปิดโอกาสให้รุ่นน้องได้ติดตามรุ่นพี่มาในทีมที่เข้าการแข่งขันในฐานะตัวสำรองด้วย รวมถึงจะมีการให้รุ่นพี่ที่ผ่านประสบการณ์จากการแข่งขันแล้ว อย่างกิตติวงค์ นักขับประจำทีม ก็จะได้ทำหน้าที่เป็นครูผู้ช่วยในการบอกเล่าถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่น้องๆ อีกด้วย
"ในการแข่งขันรถประหยัดน้ำมัน ถ้าหากจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการขับขี่บนท้องถนนจริงในบ้านเรา ยังต้องดัดแปลงในเรื่องต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของรูปทรงและเครื่องยนต์ที่ต่างออกไปจากรถที่ใช้ในการแข่งขัน เช่น ในการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ไม่กินน้ำมัน หรือด้านรูปทรงที่สามารถอาศัยแรงส่งของลมเข้าช่วยในการเคลื่อนที่ได้ หากแต่สภาพถนนปัญหาบนถนนบ้านเรายังมีปัญหาเรื่องรถติดอยู่ ตรงนี้จึงอาจดูเหมือนเป็นข้อจำกัดอยู่ในการออกแบบ" ผอ.ธีรพลกล่าว.








