การสร้างสรรค์งานศิลปะภาพถ่าย ดูเหมือนว่าจะถูกจำกัดเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะต้องอาศัยความรู้และความชำนาญ ทั้งเทคนิคการใช้กล้องถ่ายภาพโดยรวม และการจัดวางองค์ประกอบภายในภาพถ่ายให้มีความสวยงาม ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและสื่อความหมายต่างๆ ให้เกิดความน่าสนใจ ดึงดูดสายตาผู้ชม
แม้เด็กทั่วๆ ไปจะสามารถถ่ายภาพได้เพียงยกกล้องขึ้นมา แล้วกดชัตเตอร์บันทึกภาพตรงหน้า แต่สำหรับ ด.ช.ธนวิช คำโสภา หรือน้องซี ที่มีอายุเพียง 14 ปี กลับมีฝีไม้ลายมือสร้างสรรค์งานศิลปะภาพถ่ายไม่ด้อยกว่าผู้ใหญ่ หรือช่างภาพมืออาชีพแต่อย่างใด ขณะที่เด็กที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับน้องซี ยังไม่รู้จักกับคำว่าชัตเตอร์ด้วยซ้ำ
ทุกวันนี้รางวัลมากมายก่ายกองจากการส่งผลงานภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดตามเวทีต่างๆ ถือเป็นเครื่องการันตีฝีมือความสามารถได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากได้ชื่นชมสัมผัสผลงานเด็กคนนี้ด้วยตาตนเองแล้ว วูบความคิดแรกจะต้องเชื่อว่าเป็นภาพถ่ายของนักถ่ายภาพที่มีความสามารถระดับหนึ่ง จนกว่าจะประจักษ์ความจริงว่า เจ้าของผลงานภาพถ่ายเหล่านี้ใช้คำนำหน้านามว่าเด็กชาย
ในวันที่ 19 เมษายนนี้ น้องซีจะนำผลงานส่วนตัวทั้งหมดมาจัดแสดงในนิทรรศการภาพถ่ายหัวข้อ "คำสาระ-ภาพ" ของเด็กเล่นกล้อง โดยงานครั้งนี้เป็นการจัดร่วมกับงานนิทรรศการการประกวดภาพทั่วประเทศ ครั้งที่ 6 ของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ ณ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัล และเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ
น้องซีเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการถ่ายรูปเกิดขึ้นจากติดตามคุณพ่อไปถ่ายรูปตามต่างจังหวัด เนื่องจากคุณพ่อเป็นกรรมการอยู่ในสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ จึงรู้สึกชอบและเริ่มถ่ายภาพโดยใช้กล้องฟิล์มตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เพราะต้องการสะสมภาพถ่ายให้มีหลากหลายรูปแบบ มีกล้องติดตัวตลอด เวลาเดินทางไปที่ไหนแล้วเจอจุดที่น่าสนใจ ก็จะหยิบกล้องมาถ่ายรูปทันที
"ถ้ามีการจัดประกวดภาพถ่าย ก็จะต้องศึกษาก่อนว่ามีหัวข้ออะไร กรรมการต้องการภาพแนวไหน แล้วถ่ายภาพออกมาตามจุดประสงค์ของหัวข้อนั้นๆ ความรู้ในการถ่ายภาพเกิดจากการได้รับคำแนะนำจากอาจารย์นักถ่ายภาพ เช่น อ.ยรรยงค์ โอฬารชิน ศิลปินแห่งชาติ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ" น้องซีกล่าว
สำหรับรางวัลที่ประทับใจที่สุดคือ เวทีนานาชาติของยูเนสโก ที่จัดขึ้นในระดับเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อปี 2550 เพราะเป็นภาพที่ได้รับรางวัลที่ 1 จาก 38 ประเทศ มีจำนวนกว่า 3,200 ภาพ จัดประกวดในหัวข้อ สารถึงอนาคต โดยน้องซีส่งภาพหนังตะลุงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถ่ายทอดการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้ชนรุ่นหลัง จนสามมารถเอาชนะใจกรรมการได้สำเร็จ
"คติพจน์ของผมคือ ความสำเร็จได้มาจากพรสวรรค์ 1% ที่เหลือคือ ความพยายาม และความตั้งใจ ส่วนการแบ่งเวลาระหว่างการเรียนกับการทำกิจกรรมนั้น ผมจะทำการบ้านก่อนแล้วจึงค่อยถ่ายภาพ เพราะการเรียนคืออนาคตของเรา ถ้าเราไม่ตั้งใจเรียนแล้วสอบตก จะต้องเสียเวลามาแก้ผลการเรียนใหม่ แต่การถ่ายภาพ ถ้าวันนี้ไม่ได้ถ่ายภาพ พรุ่งนี้ค่อยไปถ่ายก็ได้" ด.ช.ธนวิชเผย
นายแมนสรวง คำโสภา บิดาของน้องซีที่กำลังวิ่งวุ่นในการช่วยจัดงานนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรกของลูกชาย พูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจในความสามารถของลูกชายตัวเองว่า น้องซีสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำผลงานได้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และอีกหลากหลายงานประกวดในประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคนนี้ภูมิใจมากที่สุด ก็คือการที่น้องซีไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ ตามที่คุณพ่อได้มุ่งหวังไว้ตั้งแต่แรก
"จริงๆ แล้วที่พาลูกชายติดตามไปถ่ายภาพด้วย เวลาที่เดินทางไปทำกิจกรรมทัศนาจรของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ ตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าอยากให้เขาอยู่ใกล้ชิดเรา พาเขาไปเที่ยวด้วยในทุกๆ ที่ที่เราไป ก็เพื่อใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวไปด้วย"
"แต่ปรากฏว่า เขาก็หันมาสนใจการถ่ายภาพอย่างจริงจังมากขึ้น อย่างเวลาส่งประกวดแล้วตกรอบ เขาก็จะไปถามกรรมการตัดสินว่า ภาพของเขายังบกพร่องตรงไหนบ้าง แล้วเขาก็เอามาปรับปรุงพัฒนาการถ่ายภาพของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ซีเลือกที่จะทำเองอย่างอิสระ เราไม่ได้บังคับอะไรเขา และเขาก็บอกว่าเขาสนุกที่ได้ถ่ายภาพจริงๆ ก็เป็นอันว่าเขาเจอสิ่งที่เขาชอบแล้ว เราก็ดีใจ เพราะเขาก็จะได้ถอยห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ"
คุณพ่อของเด็กเล่นกล้องคนเก่งที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพถ่ายมากมาย ทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำบัตรประชาชนกล่าวต่อไปว่า ตนเองพยายามสอนลูกอยู่ตลอดว่าให้ทำอะไรด้วยตัวเอง และให้ภูมิใจในภาพที่ตัวเองเป็นคนถ่าย เวลาที่ส่งประกวดในงานอะไรแล้วไม่ได้รางวัล ก็อย่าไปคิดว่าภาพนั้นมันไม่มีค่า มันอาจจะตกรอบในสนามหนึ่ง แต่ก็อาจจะเป็นภาพที่ได้รางวัลในอีกสนามหนึ่งก็ได้
ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่คุณพ่อสอนให้น้องซี เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนทำอย่างตั้งใจ ซึ่งโยงใยไปถึงการเห็นคุณค่าในตนเอง และมีความมั่นใจในการลงมือถ่ายภาพและการลงมือทำในสิ่งต่างๆ จนขณะนี้น้องซีมีฝีมือล้ำหน้าพ่อไปเรียบร้อยแล้ว
"เวลาถ่ายภาพน้องซีจะมั่นใจมากขึ้นแล้ว จะไม่ค่อยมาถามมาปรึกษาเหมือนเมื่อก่อน แล้วเขาก็ชอบที่จะมีมุมมองแปลกๆ แตกแนวไปสู่มุมมองใหม่ เพราะความที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่ จึงกล้าที่จะทดลองทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าผู้ใหญ่ที่มักยึดติดอยู่ในกรอบ ผมเชื่อว่าเขาสามารถหาแนวทางของตัวเองได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้เขาเป็นช่างภาพมืออาชีพ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบว่าจะเลือกในสิ่งที่เขามีความสุข"
นายแมนสรวงยังฝากข้อคิดดีๆ ไปถึงคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ ว่า การจะป้องกันเยาวชนและลูกหลานไม่ให้มั่วสุมสิ่งไม่ดี ไม่ได้มีแค่การถ่ายภาพ อันที่จริงแล้วการสนับสนุนให้เขาได้ทำงานศิลปะ เล่นดนตรี ได้เล่นกีฬาทั่วๆ ไป หรือแม้แต่การเล่นกีฬาที่วัยรุ่นมักจะชอบอย่างพวกกีฬาผาดโผนท้าทายความสามารถ จะช่วยให้เขามีอะไรที่ชอบ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการคอยติดตาม ดูแล และไถ่ถามอย่างใกล้ชิด อย่างสังคมที่ใกล้ตัวที่สุดอย่างครอบครัวด้วย.
ประวัติผลงาน
ด.ช.ธนวิช คำโสภา มีชื่อเล่นว่า น้องซี เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2537 อายุ 14 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา เตรียมขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดตามเวทีต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ระดับเยาวชน และประชาชนทั่วไป น้องซีกวาดรางวัลประดับตู้โชว์มาแล้วมากมายได้อย่างน่าทึ่ง ดังนี้
ปี 2551
-รางวัลชนะเลิศ ประเภทนักเรียนและนักศึกษา ได้รับถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จากการประกวดหัวข้อ "เด็กไทยมุ่งมั่น สานฝันเรียนรู้"
-รางวัล 2 เหรียญทอง ประเภทภาพไฟล์ดิจิตอล สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ในหัวข้อ "เศรษฐกิจพอเพียง" ประกวดภาพทั่วประเทศ ครั้งที่ 6 ของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ
-รางวัลที่ 2 สสวท. ครั้งที่ 3 หัวข้อ "มองผ่านมุมกล้อง ส่องโลกวิทย์-คณิต"
-รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โครงการประกวดภาพถ่าย "สาธิตปทุมวันโฟโตคอนเทสต์" ครั้งที่ 1
-รางวัลชมเชย การประกวดภาพถ่ายตามโครงการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ "ฉัน (หลง) รักอัมพวา"
-2 รางวัลชมเชย การประกวดภาพถ่ายหัวข้อ "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"
-รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จากการประกวดภาพกิจกรรมสังสรรค์ของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ
ปี 2550
-รางวัลอันดับที่หนึ่ง ระดับนิสิต นักศึกษาจากการประกวดภาพถ่าย "มรดกสยาม"
- Canon Photo Marathon Thailand 2007 Merit Award 1 ใน Theme 3 Spirit/น้ำใจ
-รางวัลที่ 3 สสวท. ครั้งที่ 2 หัวข้อ "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง"
-บ้านเมืองของเรา ครั้งที่ 7 จากโครงการประกวดภาพถ่ายของมูลนิธิ ฌอง เอมีล การ์โรซ รางวัลที่ 3 ประจำภาค ภาคละ 1 รางวัล (ที่ 2 ของภาค) รางวัลชมเชยทั้ง 2 รางวัล (ภาคละ 2 รางวัล)
-รางวัลชนะเลิศ จากการประกวดภาพกิจกรรมทัศนาจรของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ
ปี 2549
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลชมเชย ประเภทนักเรียนและนิสิต นักศึกษา การประกวดภาพถ่าย "ตลาดคลองสวน 100 ปี อดีตที่สัมผัสได้"
-รางวัลชนะเลิศอันดับสอง ประเภทงานเทศกาลประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองชะอำ การประกวดภาพถ่ายหลากมุมมองความงามของเมืองชะอำ
-รางวัลชมเชย การประกวดภาพถ่ายในงานราชพฤกษ์
-รางวัลชมเชย ประเภทนักเรียน ระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา ประกวดภาพถ่ายพลุเฉลิมพระเกียรติหัวข้อ "ดวงใจประทีปแห่งความรักและความจงรักภักดี"
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากการประกวดภาพกิจกรรมสังสรรค์ของสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ
ระดับนานาชาติ
-Grands Prix Prize of the Chairperson of the Japanese national Commission for UNESCO ACCU Asia-Pacific ESD Photo Message Contest "Letters to Tomorrow 2007"
-PSA RIBBON จาก 17th Siam Colour Slide
-CERTIFICATE OF MERIT จาก 9th Siam Photo Travel Slide International Exhibition 2007
นอกจากนี้ยังส่งภาพเข้าประกวดหลายรายการ เข้ารอบแสดงนิทรรศการบ้าง ตกรอบก็หลายรายการ และร่วมจัดแสดงภาพ
-วิถีไทย...ในสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นผลงานของสมาชิกสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ ปี 2549
-นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ในส่วนที่ฮอลล์ 9 มีการจัดงาน "นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ปวงประชาเป็นสุขศานติ์" จัดโดยสำนักงานพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)
ล่าสุด จัดนิทรรศการภาพถ่ายหัวข้อ "คำสาระ-ภาพ" ของเด็กเล่นกล้อง ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 19-26 เมษายน 2552 เวลา 10.00-20.00 น. วันอังคาร-อาทิตย์ (เว้นวันจันทร์).








