การเล่นกีฬาถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดสมาธิ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงมักพาลูกๆ หลานๆ ไปฝึกหรือเล่นกีฬาที่เด็กๆ ชอบ ในช่วงเย็นหลังโรงเรียนเลิก หรือในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมความรักความผูกพันในครอบครัวอีกด้วย
ดังนั้น ในการแข่งขันกีฬาแต่ละครั้ง เรามักจะได้เห็นเยาวชนซึ่งเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่มาประดับวงการกีฬาเสมอ จากการที่มีแรงกายแรงใจจากครอบครัวนั่นเอง และจากการแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (มิสเตอร์ไทยแลนด์ ครั้งที่ 30) ครั้งล่าสุดเช่นกัน เป็นปีแรกที่มีการเพิ่มการแข่งขันรุ่นเยาวชนฟิตเนสหญิงอายุไม่เกิน 18 ปีเข้ามา เนื่องจากต้องการผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาฟิตเนสที่มีคุณภาพในอนาคต ขึ้นมาแทนรุ่นพี่อย่าง "เจี๊ยบ" อภิภรณ์ ชมสมบูรณ์ และ "ซิงห์" รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ ที่เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ และแน่นอนว่าวงการกีฬาไทยก็ได้นักกีฬาเยาวชนหน้าใหม่ มาประดับวงการเพิ่มอีกหลายคนทีเดียวจากงานนี้
เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันกีฬาเพาะกาย รุ่นเยาวชนฟิตเนสหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี ในครั้งนี้คือ เด็กหญิงจิดาภา ตาละอุปละ อายุ 14 ปี ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เล่าด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
"หนูเล่นกีฬาฟิตเนสมาได้เกือบปีแล้วค่ะ เข้ามาเล่นเพราะว่าพี่เจี๊ยบ-อภิภรณ์ ชมสมบูรณ์ นักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ชวนมาลองเล่นดูค่ะ เพราะปกติแล้วหนูเป็นนักกีฬายิมนาสติก แอโรบิกทีมชาติไทยอยู่แล้ว ก็เห็นว่าน่าสนใจดี จึงได้ลองเข้ามาฝึกที่เพาเวอร์โซนยิมของพี่โอ๋-สิทธิ เจริญฤทธิ์ (นักเพาะกายแชมป์โลก 3 สมัย) แล้วก็ได้มีโอกาสลงแข่งรายการนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ สำหรับความสำเร็จที่ได้รับ ต้องขอบคุณครอบครัวที่น่ารักค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ ที่คอยดูแลเรื่องการเรียน อาหาร การฝึกซ้อม รับส่งทั้งที่โรงเรียนและที่ยิม แม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะช่วยดูแล แต่เราก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีของการเล่นกีฬานะคะ เพราะว่าช่วยทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ร่างกายแข็งแรงด้วย ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องไปหาคุณหมอเลยค่ะ"
"น้องพันช์" เด็กหญิงพัชราเพ็ญ ธรรมญาณรังสี ซึ่งได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากรุ่นเยาวชนฟิตเนสหญิงอายุไม่เกิน 18 ปีเช่นเดียวกัน ต้องบอกว่าจิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ เพราะน้องพันช์อายุเพียง 12 ปี และกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ตัดสินใจเข้ามาเล่นกีฬาฟิตเนส เพราะเรื่องสุขภาพ "น้องพันช์" ให้เหตุผลว่า
"หนูเป็นเด็กสุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ค่ะ เพราะคุณแม่คลอดหนูตอนอายุได้เพียง 6 เดือนครึ่ง นอกจากที่หนูอยากจะแข็งแรงแล้ว ก็อยากจะมีหุ่นสวยๆ ด้วยค่ะ หนูเล่นกีฬาฟิตเนสมาได้ 2 ปีแล้วค่ะ แต่เริ่มเล่นกีฬามาตั้งแต่อายุ 8 ปีค่ะ หนูเคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันยิมนาสติกลีลา รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผลงานระดับนานาชาติที่หนูภูมิใจมากค่ะ"
ในเรื่องนี้ คุณแม่ของ "น้องพันช์" นางวิจิตรพรรณ ธรรมญาณรังสี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "หลังจากที่น้องพันช์ได้เริ่มเล่นกีฬา ก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เมื่อก่อนต้องไปหาหมอบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอมาก ก็กลายเป็นว่าน้องสามารถทำกิจกรรมที่ใช้กำลังได้เหมือนเด็กๆ รุ่นเดียวกันได้เป็นปกติ ทางพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนน้องตลอด เพราะกีฬาเป็นยาที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาร่างกายของเราได้จากภายในค่ะ"
ทั้งนี้ น้องจิดาภาและน้องพันช์ได้ฝากข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายให้เพื่อนๆ เยาวชนไทยไว้ว่า "การเล่นกีฬาไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ถือว่าดีทั้งนั้นนะคะ เพราะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง และสุขภาพดีด้วย เป็นการใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเรา และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัวและประเทศได้ด้วย"
นับว่าปัจจุบันผู้คนต่างหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับกระแสรักสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเผยแพร่กีฬาฟิตเนสให้เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เอ้า! มาร่วมกันออกกำลังกายและเชียร์กีฬานะคะ...








