เรียงความหลายร้อยชิ้นถูกส่งเข้ามาจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ตามโครงการเชิญชวนประกวดเรียงความเรื่อง "ชุมชนในฝันของเด็กไทย" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ยังไม่นับสายโทรศัพท์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์จากเทพสิรินทร์ เตรียมอุดมน้อมเกล้า นักเรียนจากสุไหงปาดี มหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งถ่ามไถ่เข้ามาด้วยความใส่ใจว่า พี่คะได้รับงานของหนูไหม? พี่ครับเมื่อไหร่จะประกาศผล?
ยังจำได้วันที่เราไปโรดโชว์เพื่อแนะนำโครงการหน้าเสาธงที่โรงเรียนวัดไตรมิตรวิทยาคม เด็กๆ ทั้งสนามเงียบกริบ ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
ไม่น่าเชื่อว่า เยาวชนไทยยุคใหม่จะสนใจเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมืองและชุมชนมากมายขนาดนี้
เป็นเวลานานนับเดือนตั้งแต่ปิดรับสมัครที่กรรมการที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งล้วนมาจากหลากหลายสาขา เพื่อสามารถทำความเข้าใจกับเด็กๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ใช่เพียงมานั่งจับผิดเรื่องของตัวสะกด หรืออ่านลายมือไม่ออกก็โยนทิ้ง
งานนี้ต้องบอกว่ากรรมการทุกท่านล้วนอ่านผลงานอย่างไตร่ตรอง เพราะรู้ว่าเบื้องหลังของงานที่น้องๆ ส่งกันเข้ามานั้น กว่าจะคิดออกมาได้ต้องผ่านการกลั่นกรองและเป็นประสบการณ์ ที่เด็กๆ ได้พบเจอปะปนออกมาผสมผสานเข้ากับงานเขียน
มีคนบอกว่า หนึ่งภาพแทนคำพูดนับพัน
แต่เรียงความหนึ่งชิ้นนั้นแทนความรู้สึกของเด็กๆ หนึ่งคน
งานเขียนทุกชิ้นในสายตาของกรรมการและทีมงานจึงเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งนัก การจะเลือกผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งขึ้นมาเป็นที่หนึ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าผลงานชิ้นอื่นด้อยค่า เพียงแต่สิ่งที่เราเรียกว่า "รางวัล" นั้นเป็นข้อจำกัด
หลังจากที่คัดกรองกันออกมาอย่างประณีตแล้ว คณะกรรมการก็พากันลงมติให้ผลงานของน้องๆ จากโรงเรียนเหล่านี้ได้รับรางวัล โดยมีรายชื่อดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานของนายกิตติชัย จันทรมณี จากโรงเรียนสตรีทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ผลงานของนางสาววรรณิสา จุ้ยน้อย โรงเรียนสตรีพัทลุง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
รางวัลชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ผลงานของนางสาวปณิตา ชมพูบุปผา จากโรงเรียนวัดนายโรง กรุงเทพมหานคร
สำหรับน้องๆ ที่ส่งผลงานเข้ามาแล้ว แต่ไม่เข้ารอบ ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะนี่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นต่อชุมชนของเรา ซึ่งทางทีมงานจะได้ประมวลมานำเสนอให้คนในสังคมส่วนอื่นๆ ได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง.








