Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เสียงสะท้อนจากเด็กไทย


จากความเรียงนับร้อยชิ้นที่ส่งเข้ามา แต่ละชิ้นต่างบรรยายถึงเรื่องราวของชุมชนในความใฝ่ฝันของพวกเขา

จตุชัย แซ่จือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม เล่ามาว่า พอเห็นคำว่าชุมชนในฝันของเด็กไทย รู้สึกสะดุดขึ้นมาทันที เป็นความรู้สึกที่เปิดกว้าง เป็นอิสระทางความคิด กระตุ้นให้ข้าพเจ้าลงมือทำ

เขาออกตัวว่า บางทีข้าพเจ้าอาจเป็นเด็กแว่นที่แสนซุ่มซ่ามคนหนึ่ง แต่ก็อยากอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่งดงาม..

เราอยากรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ อยู่เสมอ..การมีมนุษยสัมพันธ์จะช่วยเปิดโลกกว้าง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้นตลอดเวลา

ขณะที่ นางสาวปานแก้ว ยักกะพันธ์ จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย อ.เมืองฯ จ.สตูล เล่าถึงความประทับใจในชุมชนที่เต็มไปด้วยไมตรีจิตและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ทุกคนมอบให้แก่กัน "แม้ไม่ใช่หมู่บ้านเจริญรุ่งเรืองเช่นหมู่บ้านในเมืองใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน คือความสุขที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในชุมชน

การร่วมแรงร่วมใจยังก่อให้เกิดความสามัคคี จึงเป็นพื้นฐานในการนำพาชุมชนให้ก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง เพราะหากผู้คนในชุมชนรักและปรองดองกัน เปรียบเป็นรั้วป้องกันภยันตรายและผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว การพัฒนาให้คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบและรักษาผลประโยชน์ ก็นับเป็นการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญปัญหาวิกฤติต่างๆ ได้

น้องๆ บางคนอย่าง น้องพงศกร กุลพัฒนปรีชา นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4/1 จากโรงเรียนฤทธิณรงค์รอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3 แสดงความเห็นว่า มนุษย์เรามีความฝันมากมาย ฝันอยากมีบ้าน ฝันอยากมีรถ หรือฝันหาเลขเด็ด

สำหรับชุมชนในฝันนั้น น้องพงศกรมีความเห็นว่า การที่มนุษย์รู้จักการให้ อยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติ มีชีวิตที่พอเพียงและยิ้มได้อย่างสุขใจ โดยไม่มีอบายมุขเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพียงพอที่จะไม่ต้องสรรค์หาความสุขใดมาเติมเต็ม ดังที่พระเจ้าอยู่หัวตรัสไว้ว่า "พอเพียงก็คือสุข สุขแต่พอเพียง"

น้องเบญจวรรณ สุวรรณแพทย์ ชั้น ม.5/1 จากโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี แสดงความเห็นไว้ว่า

ความฝันแรกที่สำคัญ คืออยากให้ชุมชนมีความสามัคคี เพราะความสามัคคีคือสายใยบางๆ ที่เชื่อมระหว่างคนหมู่มากให้สามารถมีชีวิตอยู่ร่วมกันในชุมชนได้

ความฝันที่สองรองลงมา คือการมีกินใช้อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง ทุกคนในชุมชนจะมีความพอดีในสิ่งที่ตนมี ไม่โลภมากเกินความพอดี ทุกคนในชุมชนรู้จักใช้ธรรมชาติมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ เช่น บางครอบครัวเลี้ยงปลา เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัวควายไว้ใช้งาน

บางครอบครัวปลูกผักสวนครัวในพื้นที่หลังบ้าน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ฯลฯ เหมือนคำกล่าวที่ว่า ทรัพย์อยู่ในดิน สินอยู่ในน้ำ ที่ไม่มีวันหมด

ฝันที่สาม คือความปลอดภัยของชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่ดี

ฝันที่สี่ คือการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ชีวิตมีความสุข สิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งที่อยู่คู่ชุมชน

ฝันที่ห้า คือเส้นทางคมนาคมสะดวก การเดินทางสบาย มีถนนเชื่อมต่อกับชุมชนอื่น มีทางรถไฟอยู่ห่างจากชุมชนพอสมควร สำหรับไว้เดินทางไกลไปในต่างจังหวั ส่วนประจำทางก็ให้มีพอสมควร ไม่น้อยจนเกินไป

สิ่งที่กล่าวมานี้ เป็นความฝันของเด็กไทยคนหนึ่งที่ต้องการให้ชุมชนเป็นอย่างที่จินตนาการอยู่ในใจให้มีจริง และคิดว่าความฝันนี้แม้จะยาก แต่คงไม่ยากเกินไป เพียงแต่ทุกคนในชุมชนเปิดใจ ร่วมมือร่วมใจกันทุกอย่าง

เห็นไหมว่า ข้อเสนอจากความคิดของเด็กไทยที่ผู้ใหญ่อาจเคยมองข้าม หรือไม่สนใจ บัดนี้ พวกน้องๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขารู้จักคิด ปรุงแต่งความฝัน และกล้าที่จะนำเสนอผ่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย

ยังมีความเห็นดีๆ อีกมากมาย ไว้ติดตามกันต่อในคราวต่อไป.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์