ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น ฤดูหนาวสั้นลง ฝนตกหนักเป็นระยะเวลานาน ชายหาดถูกกัดเซาะ และปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว สิ่งเหล่านี้นอกจากจะนำพาโลกสวยงามใบนี้สู่วิกฤติ ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ปัญหาภาวะโลกร้อน เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต การคมนาคมขนส่ง การเกษตรและการป่าไม้ รวมทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงาน The International Panel on Climate Change (IPCC) ได้ประมาณการว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน เมื่อปี 2006 มีการปล่อยก๊าซดังกล่าวทั่วโลกรวมกัน 26,400 ล้านตัน และคาดว่าวิกฤติดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หากทุกภาคส่วนยังขาดมาตรการและการปฏิบัติ เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว องค์การท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ประมาณการว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลกมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ รวมทั้งสิ้น 1,307 ล้านตัน ในปี ค.ศ.2006 หรือราวร้อยละ 5 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการปล่อยจากการคมนาคม ทางอากาศ ร้อยละ 40 การขนส่งทางบก ร้อยละ 32 การขนส่งอื่นๆ รวมกันร้อยละ 3 ที่พักแรม ร้อยละ 21 และกิจกรรมท่องเที่ยว ร้อยละ 4 ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อสภาพการณ์ และมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
"โครงการปฏิญญา รักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน" การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสการรับรู้เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการรณรงค์และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันดำเนินการลดภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น โดยดำเนินการภายใต้กรอบแนวความคิด 7 Greens ซึ่งเป็นแนวทางดำเนินงานในการปกป้องรักษาสิ่งแวดลล้อม และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ
๐ GREEN HEART (หัวใจสีเขียว)
นักท่องเที่ยวจะต้องร่วมใจกันป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม
๐ GREEN LOGISTICS (รูปแบบการเดินทางสีเขียว)
นักท่องเที่ยวจะต้องวางแผนการเดินทาง ช่วยประหยัดพลังงานและลดการเกิดภาวะโลกร้อน
๐ GREEN ATTRACTION (แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว)
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องดำนินงานในการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เช่น ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่รุกล้ำชายหาด
๐ GREEN COMMUNITY (ชุมชนสีเขียว)
ผู้ที่อาศัยในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท ต้องมีการมีการบริหารการจัดการที่ดี ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน
๐ GREEN ACTIVITY (กิจกรรมสีเขียว)
กิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับคุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
๐ GREEN SERVICE : การบริการสีเขียว
รูปแบบการให้บริการของธุรกิจท่องเที่ยว ต้องสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานคุณภาพที่ดี รักษาสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
๐ GREEN PLUS : ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การแสดงออกของบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรในการสนับสนุนแรงกาย หรือสติปัญญา หรือบริจาคทุนทรัพย์ เพื่อร่วมมือดำเนินการในการปกป้องรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว หรือกิจกรรมที่ช่วยลดภัยคุกคามอันเกิดจากภาวะโลกร้อน
จากแนวคิด 7 Greens ที่ทาง ททท.มุ่งมั่นจะให้ทุกภาคส่วนยึดเป็นแนวทางปฏิบัติแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชน นักศึกษา ได้ร่วมการประกวดตราสัญลักษณ์ของโครงการ ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจส่งผลเข้าประกวดทั้งสิ้น 298 ผลงาน และผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ นายธีรพร ศรีพลพรรค ได้รับรางวัล 100,000 บาท ใน Concept ที่ว่า "ร่วมมือ ร่วมใจ เป็นหนึ่งเดียว" โดยใช้ใบไม้สีเขียวทั้ง 7 ใบ แทนแต่ละกิจกรรมของแนวคิด 7 Greens ซึ่งใบไม้มีลักษณะที่ม้วนเป็นวงกลมคล้ายเลข ๑ ซึ่งหมายถึง คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันในการรณรงค์และรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว รวมไปถึงการเป็นหนึ่งเดียวกันของคนไทย ไม่แบ่งพรรค แบ่งพวก เพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤติ
นายธีรพร ศรีพลพรรค กล่าวว่า "ผมรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ ซึ่งแรงบันดาลใจจากการออกแบบโลโก้ในครั้งนี้คือ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งมีผลทำให้การท่องเที่ยวของประเทศเสียหายไปด้วย"
จากการดำเนินโครงการในครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการผลักดันและกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว ได้ตระหนักและเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีสาเหตุหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว ได้หันมาใส่ใจ ร่วมกันอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศให้ยั่งยืน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามต่อไป
"ปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง ที่ส่งผลกระทบกับทุกคน ดังนั้น ทุกคนต้องใส่ใจและคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อม ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น รักษาความสะอาดในทุกๆ ที่ที่ไป เพื่อลดปริมาณของขยะ รวมไปถึงลดการใช้ถุงพลาสติกและใช้วัสดุที่ย่อยสลายง่ายแทน หรือการรีไซเคิล ซึ่งเป็นการช่วยโลกในระยะยาว บ้านเมืองก็สะอาด เป็นการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว และเป็นแรงผลักดันให้นักท่องเที่ยวใส่ใจในการรักษาความสะอาดของประเทศนั้นๆ ในยามที่เดินทางไปท่องเที่ยว" นายธีรพรกล่าว
น.ส.ณัฐยา วิริยะอมรตระกูล (หนึ่ง) นิเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา เล่าว่า ที่เข้าร่วมรณรงค์โครงการในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวกำลังถูกทำลายโดยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะลงในทะเล หรือสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอย่างวัดเก่าแก่ และยังเป็นขยะที่ย่อยยาก อย่างพวกพลาสติก โฟม ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน จึงอยากให้คนไทยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมของเราให้คงสวยเหมือนเดิม เพื่อที่จะได้ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเยอะๆ ถ้าเราไม่ช่วยกันต่อไปประเทศไทยจะไม่เป็นแดนสวรรค์ของชาวต่างชาติอีกต่อไป
"อย่างคำว่า GREEN COMMUNITY คือ การที่ผู้ที่อาศัยในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท ต้องมีการมีการบริหารการจัดการที่ดีในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และต้องคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ไม่ควรที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเองตามกระแสต่างชาติ เพราะวิถีชีวิตของคนในชุมชนคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาเที่ยวและสัมผัส เพราะเรามีเอกลักษณ์เป็นของตนเองที่ไม่มีใครเหมือน ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะคะ อย่าเพิกเฉยกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น" หนึ่งกล่าว
น.ส.ปิยดี อัมพะสุธากุล (เต๋า) นิเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา เล่าว่า คำว่า Green Plus คือ การแสดงออกของบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กร ที่สนับสนุนแรงกาย สติปัญญา เพื่อช่วยกันรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอะไรก็ตามที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ไม่ควรเปิดไฟทิ้งไว้ รู้จักใช้กระดาษหรือกระดาษชำระอย่างรู้คุณค่า เพราะกระดาษผลิตจากต้นไม้ ถ้าไม่รู้จักใช้ ต้นไม้ซึ่งเป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะถูกทำลายมากขึ้น โลกของเราร้อนมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด เราทุกคนจะต้องให้การสนับสนุนสินค้าหรือการบริการต่างๆ ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการให้กำลังใจและสนับสนุนให้พวกเขาเหล่านั้นดำเนินการลดภาวะโลกร้อนต่อไปนานๆ ตอนนี้ก็มีสินค้าและบริการมากมายที่ออกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
น.ส.ภารณี น้อยดัด (แอ้ป) นิเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา อยากให้นักท่องเที่ยวทุกคนมีหัวใจสีเขียว หรือ Green Heart นั่นคือจะต้องรู้ว่าปัญหาภาวะโลกร้อนหมายถึงอะไร ต้นเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนคืออะไร และที่สำคัญจะต้องรู้ว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้ ตอนนี้มีองค์กรภาครัฐและเอกชนมากมายผลิตสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงอยากให้ทุกคนศึกษาและปฏิบัติอย่างเข้าใจและจริงจัง ช่วงแรกที่ทำอาจจะดูอึดอัด ไม่ชิน แต่ถ้าทำไปเรื่อยก็จะชินเอง อย่างเช่น ปกติเวลาเราไปเที่ยวภูเขาหรือทะเล ใกล้ไกลแค่ไหนก็จะขับรถไปออกไปเที่ยวตามที่ต่างๆ จึงอยากให้เปลี่ยนวิธีการเที่ยวเป็นเดินด้วยเท้าหรือจักรยาน ถ้าระยะทางไม่ไกลมาก ถ้ากลัวจะร้อน แดดเผา ก็เลือกเวลาตอนเช้า หรือย่ำค่ำใกล้พระอาทิตย์ตกดิน จะได้สัมผัสบรรยากาศแสนโรแมนติกของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและดีต่อสุขภาพอีกด้วย ช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันตอนนี้ โลกของเราจะได้เย็นลง.








