บนเนื้อที่กว่า 17 ไร่ 2 งาน มณฑปที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังตั้งตระหง่าน ภายในแบ่งออกเป็น 5 ห้อง กั้นด้วยฝาลูกฟัก เพดานประดับด้วยลายแกะไม้รูปดอกบัวแบบต่างๆ สร้างสรรค์งานเขียนเรื่องราวด้วยลายรดน้ำอย่างวิจิตรบรรจง
มณฑปดังกล่าวคือ มณฑปวัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า "วัดหลวงปู่ทิม" มณฑปแห่งนี้ใช้เป็นที่ตั้งบูชาศพของหลวงปู่ทิม หลังมรณภาพครบ 100 วัน มณฑปเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของนักศึกษาสาขาวิชาศิลปะไทย ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.) ร่วมกับศิษย์เก่าจำนวน 13 คน โดยมี ผศ.บัณฑิต อินทร์คง หัวหน้าสาขาวิชาเป็นผู้ออกแบบ ส่วนนักศึกษาเขียนลายรดน้ำภายในมณฑป รวมทั้งตู้พระไตรปิฎก ผ้ายันต์เทพชุมนุม และตาลปัตร เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงปู่ทิมให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงคุณความดี
เกรียงศักดิ์ ทองใสพร หรือ ป๊อด ศิษย์เก่าจากสาขาศิลปะไทย เขียนลวดลายตู้พระไตรปิฎก เล่าว่า กว่า 1 ปีที่ได้เขียนลวดลายในมณฑปวัดพระขาว รู้สึกภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงปู่ ครั้งที่หลวงปู่ขึ้นฉลองมณฑปก็ได้รับคำชมว่าสวยดี ดูแล้วน่าอยู่ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจทำงาน แต่ตอนนี้หลวงปู่ได้มรณภาพแล้ว รู้สึกเสียใจมาก หลังจาก 100 วัน ก็จะนำศพมาตั้งบนมณฑปเพื่อให้มณฑปเป็นเหมือนกุฎิของหลวงปู่
"ทางพระครูสมุห์สุนทร สุนทโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้สร้างเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาประดับตู้พระไตรปิฎกเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่สร้างขึ้นมา ผมได้รับมอบหมายให้เขียนลวดลายลดน้ำบนตู้พระไตรปิฎก ด้านข้างเป็นลายด้านขด โดยมีพระอินทร์ พระพรหม และพระนารายณ์ ด้านหน้าลายเถา นอกจากจะเป็นสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงปู่แล้ว ยังเป็นชิ้นงานที่ให้คนที่เข้ามาชมได้เรียนรู้ศึกษา และอยู่คู่กับมณฑปวัดพระขาวตลอดไป" เกรียงศักดิ์กล่าว
อาภรณ์ ฉิมมี หรือ พร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ผู้รับผิดชอบการเขียนผ้ายันต์หลวงปู่ทิม หรือรู้จักกันดีในชื่อผ้ายันต์เทพชุมนุม เล่าว่า หลังจากที่ได้ช่วยอาจารย์เขียนลายรดน้ำในมณฑปวัดพระขาวเสร็จ รู้สึกผูกพันกับวัดพระขาว หลวงปู่ทิมเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับความศรัทธาจากประชาชนทั่วประเทศ ตนเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่ศรัทธาในความดีที่ท่านทำไว้ รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นหนึ่งที่ได้เขียนลวดลายรดน้ำในผ้ายันต์เทพชุมนุมของหลวงปู่ทิม เก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู โดยเป็นผ้ายันต์พื้นเดียวที่เขียนด้วยลวดลายรดน้ำ
ส่วนเตย-ขวัญหทัย ซึ้งพานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาศิลปะไทย ก็บอกว่า เลือกเรียนศิลปะทั้งๆ ที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเรียนศิลปะมาก่อน มีเพียงความตั้งใจในการอยากช่วยอนุรักษ์ศิลปะไทย ซึ่งเป็นศิลปะของชาติเอาไว้ให้คงอยู่เท่านั้น และการได้มาร่วมทำงานกับอาจารย์บัณฑิตในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้สร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าให้กับประเทศชาติ รวมถึงการได้เรียนรู้ระบบการทำงานขั้นตอนกระบวนการคิดจากอาจารย์ ถือเป็นความรู้ที่ไม่มีใครสอนให้แล้วในชีวิต
"ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานชิ้นนี้ เพราะอีกร้อยปีก็จะมีคนเข้ามาดูผลงานของเรา ในอนาคตไม่แน่ว่าศิลปะแขนงนี้จะยังมีคนทำอยู่หรือไม่ ทุกวันนี้เวลาไปดูตามวัดต่างๆ ที่มีภาพเขียนฝาผนัง สิ่งแรกที่ไม่ทำเลยก็คือการจุดธูป เพราะควันธูปไปทำลายงานศิลปะเหล่านั้น เราขอแค่เป็นอีกหนึ่งคนที่จะช่วยรักษามรดกของชาติให้คงอยู่ เพราะเราไม่สามารถไปบอกทุกคนให้ช่วยกันรักษาได้" เตยบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจในการทำงานครั้งนี้
สุกิจ อินเดช ผู้เขียนลวดลายตาลปัตร เล่าว่า ภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีคุณค่าแก่แผ่นดินไทย อนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปะลวดลายรดน้ำให้คนรุ่นหลังได้ชมความเป็นไทย กว่า 1 ปีที่ได้อยู่ที่วัด หลวงปู่ทิมมักจะถามพระผู้ช่วยเสมอว่า มณฑปเสร็จหรือยัง อยู่กินกันอย่างไร เป็นสิ่งที่ทำให้ชื่นชมในตัวท่านที่ห่วงใย คอยใส่ใจ
"ตาลปัตร 20 เล่ม ที่ได้รังสรรค์ขึ้นมาประดับภายในมณฑปวัดพระขาว หลวงปู่ทิมต้องการสร้างขึ้นมาให้คนรุ่นหลังได้รู้จักถึงเรื่องราวของพระพุทธเจ้า ผ่านลวดลายศิลปะที่สวยงาม ถึงแม้ว่าหลวงปู่จะได้มรณภาพไปแล้ว แต่ความดีและการกระทำที่ประพฤติดี ปฏิบัติดี จะคงอยู่ตลอดไป" สุกิจกล่าว
ด้าน ผศ.บัณฑิต ผู้ออกแบบลวดลายรดน้ำภายในมณฑปวัดพระขาว กล่าวว่า เลือกใช้ศิลปะสมัยอยุธยาในการออกแบบ โดยส่วนใหญ่แล้วการเขียนลายมักจะทำบนพื้นผนังเรียบๆ แต่ที่วัดพระขาวเป็นการใช้ฝาลูกฟักแบบเรือนไทย จึงต้องออกแบบให้สัมพันธ์กับลักษณะของพื้นที่ภายใน เนื้อหาที่นำเสนอมีเรื่องราวของมงคลร้อยแปดที่ปรากฏยู่ในรอยพุทธบาท ตามคัมภีร์พุทธบาทลักษณะเริ่มจากพระแสงหอก คันฉ่อง และขอช้าง ไล่ลำดับไปเรื่อยๆ และยังมีเรื่องราวไตรภูมิหรือภูมิจักรวาลอีกด้วย
"จุดประสงค์คือ ต้องการสื่อว่าแผ่นดินธรรมในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นเป็นสุข มองเข้ามาจะเห็นตรา ภปร.อยู่ตรงกลาง ตั้งชื่อภาพนี้ว่าพระมหากษัตริย์ในมหาจักรวาล ถือเป็นจุดเด่นของเรื่องราวทั้งหมดภายในมณฑปหลังนี้ นอกจากนี้ บนเชิงผนังได้เขียนลายเทพชุมนุม ภาพสัตว์หิมพานต์ ส่วนเพดานเป็นภาพมารผจญ"
ผศ.บัณฑิตกล่าวทิ้งท้ายว่า เด็กทุกคนที่ได้ทำงานมีความภาคภูมิใจ เพราะในชีวิตของคนเรามีแค่ไม่กี่ครั้งที่จะได้มีโอกาสสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ฉะนั้น ผลงานนี้มีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ที่นับวันจะเสื่อมสลายไป เมื่อเราเป็นอีกกลุ่มที่ได้ร่วมอนุรักษ์ไว้ ถือเป็นมงคลสูงสุดกับชีวิต และผลงานจะอยู่เคียงคู่กับประเทศของเราต่อไปอีกนาน
ผู้ที่สนใจเข้าชมมณฑปวัดพระขาว และเคารพศพหลวงปู่ทิมวัดพระขาว ที่หมู่ 3 ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-3572-6080, 0-3530-8333.








