นายสมบัติ คุรุพันธ์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยถึงการประกวดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ว่า "หลังจากที่ได้มีการรับสมัครทีมเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในประเทศ เพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาและคัดเลือกโครงงานนวัตกรรม โดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกที่คำนึงถึงประโยชน์การนำไปใช้งานในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งในเรื่องของการออกแบบ ความเหมาะสมของสิ่งประดิษฐ์ และเป็นผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬาได้
ซึ่งทีมที่ผ่านการคัดเลือกดังนี้
ประเภทระดับอาชีวศึกษา 4 ทีม ได้แก่
1.เครื่องทดสอบสมรรถภาพทางกาย 4 รายการ (วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย จ.สุโขทัย)
2.เครื่องฝึกความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด (วิทยาลัยการอาชีพสอง จ.แพร่)
3.ชุดทดสอบสมรรถภาพทางกาย (วิทยาลัยการอาชีพดอกคำใต้ จ.พะเยา)
4.เครื่องทดสอบลุกนั่ง Sit up 30 sec (วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี)
ประเภทระดับอุดมศึกษา 4 ทีม ได้แก่
1.เครื่อง BIKE FOR HEALTH AND ENERGY (ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
2.เครื่องมือการออกตัวในกรีฑาระยะสั้น (ม.ศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ จ.นครปฐม)
3.ชุดฝึกซ้อมความว่องไวสำหรับนักกีฬา (ม.ศรีนครินทรวิโรฒ)
4.ชุดทดสอบสมรรถภาพทางกาย (ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ)
สำหรับผลงานทั้ง 8 ทีมนี้ จะได้รับเงินสนับสนุนในการประดิษฐ์ผลงานทีมละ 12,500 บาท จากนั้นประดิษฐ์เป็นชิ้นงานเพื่อส่งเข้าประกวดในรอบชิงชนะเลิศ โดยแต่ละทีมจะต้องนำผลงานมาแสดงการทำงาน เพื่อโชว์ศักยภาพของเครื่องทดสอบสมรรถภาพทางกายที่ใช้ได้จริง สำหรับทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลเพื่อเป็นทุนการศึกษา จำนวน 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกียรติบัตร และของที่ระลึกจากผู้สนับสนุนมากมาย และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลการตัดสินในวันที่ 9 กันยายนนี้ ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน
ผลงานนวัตกรรมที่เยาวชนประดิษฐ์คิดค้นขึ้น นอกจากจะช่วยในด้านการพัฒนาทักษะทางความคิดของเยาวชนไทยแล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำพาวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้เข้าถึงกลุ่มคนและชุมชนได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าของเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งมีราคาสูงได้อีกด้วย.








