เรือกู้ภัยซึ่งบรรทุกผู้อพยพ 230 คน เข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตูลงของฝรั่งเศส ท่ามกลางความขัดแย้งที่เป็นประเด็นลุกลามระหว่างฝรั่งเศสและอิตาลี หลังเกี่ยงกันว่าประเทศใดควรจะรับผู้อพยพเหล่านี้เข้าประเทศ

ผู้อพยพบนเรือกู้ภัยโอเชียน ไวกิ้ง ที่ได้รับการช่วยเหลือให้ขึ้นฝั่งประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน (Photo by Vincenzo Circosta / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2565 กล่าวว่า เรือโอเชียน ไวกิ้ง ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มเอ็นจีโอของฝรั่งเศส ได้แล่นออกไปรับผู้อพยพที่ล่องเรืออยู่กลางทะเลในน่านน้ำสากลใกล้ชายฝั่งประเทศลิเบีย ก่อนที่จะใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาท่าเรือของประเทศที่ยินดีต้อนรับผู้อพยพเหล่านั้น
อีเวนซ์ ริชาร์ด อธิบดีประจำภูมิภาคกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เรือโอเชียน ไวกิ้ง เทียบท่าฝรั่งเศส เมื่อเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น (14.50 น. ตามเวลาประเทศไทย) และผู้อพยพเริ่มได้รับการเคลื่อนย้ายลงจากเรือแล้ว"
ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสไม่เคยอนุญาตให้เรือกู้ภัยที่บรรทุกผู้อพยพจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาเทียบท่าขึ้นฝั่งมาก่อน แต่คราวนี้จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพราะประเทศอิตาลีปฏิเสธการต้อนรับผู้อพยพ
เจอรัลด์ ดาร์มานิน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้อพยพเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของอิตาลีภายใต้กฎของสหภาพยุโรป และการเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสเป็นมาตรการพิเศษที่จะไม่ผูกมัดต่อการวิธีปฏิบัติในอนาคต
ดาร์มานินกล่าวว่า การที่อิตาลีปฏิเสธผู้ย้ายถิ่นฐานนั้นไม่เป็นไปตามข้อตกลงและจะมีผลร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีของอิตาลีกับฝรั่งเศส และกับสหภาพยุโรป และยืดอกรับว่าฝรั่งเศสปฏิบัติตามหน้าที่ด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มที่แล้วในกรณนี้
ในช่วงก่อนหน้า เรือโอเชียน ไวกิ้ ที่ได้เข้าช่วยเหลือผู้อพยพจากกลางทะเล ได้พยายามเข้าถึงชายฝั่งของอิตาลีซึ่งใกล้กับจุดรับผู้อพยพมากที่สุด โดยอ้างว่าสุขภาพและสุขอนามัยของคนบนเรือกำลังเข้าขั้นวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือโดยเร็ว
แต่รัฐบาลอิตาลีปฏิเสธคำร้องขอขึ้นฝั่ง พร้อมให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้ประเทศของตนและประเทศใดๆ ต้องมาแบกรับภาระมากขึ้นในการรับผู้อพยพหลายพันคนจากแอฟริกาเหนือที่พยายามเข้าถึงยุโรปในแต่ละปี
ในกลุ่มผู้อพยพ 230 คน มีอยู่มากกว่า 50 รายที่เป็นเด็ก และต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน โดยทีมแพทย์ฝรั่งเศสเข้าให้การอภิบาลผู้อพยพที่เป็นผู้หญิงและเด็กก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้นผู้อพยพทั้งหมดจะต้องถูกกักตัวไว้ในเขตเฝ้าระวังระหว่างประเทศเพื่อรอดำเนินการขอลี้ภัย
นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลแบบอนุรักษนิยมในรอบหลายทศวรรษ พร้อมปะทะกับข้อพิพาทและข้อกล่าวหาดังกล่าวของฝรั่งเศส และพร้อมผลักดันประเด็นขัดแย้งเหล่านั้นให้มีการพิจารณาในระดับภาคียุโรป
มัตเตโอ เปียนเตโดซี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของอิตาลี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาคำขอลี้ภัยดังกล่าวของผู้อพยพ 230 คน โดยอิตาลีรับผู้ลี้ภัยไปแล้วกว่า 90,000 คนในปีนี้
รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสกล่าวว่า 9 ประเทศในยุโรปอาสาเปิดรับผู้อพยพจำนวน 2 ใน 3 ให้สามารถลี้ภัยในประเทศของตนได้ โดยส่วนที่เหลือจะได้รับการพิจารณาให้ลี้ภัยในฝรั่งเศส
ทั้งนี้ เยอรมนีอาสาเปิดรับผู้อพยพประมาณ 80 คน ขณะที่โครเอเชีย,โรมาเนีย, บัลแกเรีย, ลิทัวเนีย, มอลตา, โปรตุเกส, ลักเซมเบิร์กและไอร์แลนด์ จะแบ่งสรรปันส่วนในการรับผู้อพยพที่เหลือ ในฐานะพันธมิตรเพื่อความเป็นปึกแผ่นของยุโรป
ในการตอบโต้จุดยืนของอิตาลีที่ปฏิเสธผู้อพยพกลุ่มดังกล่าว ฝรั่งเศสได้ระงับแผนการรับผู้ลี้ภัย 3,500 คนที่อาศัยอยู่ในอิตาลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแบ่งภาระของยุโรป พร้อมเรียกร้องให้เยอรมนีและประเทศในสหภาพยุโรปอื่นๆ ปฏิบัติแบบเดียวกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เยอรมนีและฝรั่งเศส ระงับโครงการเครื่องบินขับไล่ FCAS
เก้าปีหลังจากประกาศโครงการเครื่องบินรบร่วมกัน เยอรมนีและฝรั่งเศสได้ตัดสินใจยุติโครงการ FCAS ภายหลังข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานาน แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีที่กรุงเบอร์ลินเมื่อวันจันทร์
เหตุฆาตกรรมเด็กหญิงในฝรั่งเศส รัฐมนตรียุติธรรมสั่งให้ทบทวนข้อกล่าวหา 70,000 คดี
หลังเกิดเหตุฆาตกรรมเด็กหญิงไลฮันนา วัย 11 ขวบ เฌอรัลด์ ดาร์มาแนง-รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ประกาศว่าจะสั่งการให้สำนักงานอัยการสูงสุดทบทวน “คดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเด็ก” ซึ่งมีประมาณ 70,000 คดี ภายในวันที่ 14 กรกฎาคม
'สีหศักดิ์' รายงานนายกฯ แผนรับมือเขมร ลากไทยเข้า UNCLOS
นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' รายงานแนวทางรับมือหลัง 'กัมพูชา' เดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS
ประธานผู้ลี้ภัยอวยพรให้ 'ธนาธร' หลุดคดีวัคซีนพระราชทาน!
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน
ปลื้มมาครงให้เกียรติไทย เลื่อนครม.สัญจรสงขลา
นายกฯ หารือ ปธน.ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

