Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เด็กกับความทุกข์


   ความทุกข์เป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใคร ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีสิทธิ์ทุกข์ได้โดยเสมอภาค และยิ่งสมัยนี้มีสิ่งที่เรียกว่าปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดทุกข์ได้มากมายกว่าสมัยก่อน
     ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น สมัยก่อนเด็กๆ อาจจะมีความทุกข์ เพราะขาดปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค
     แต่สมัยนี้ความทุกข์ของเด็กเกิดจากอยากมีปัจจัยที่ห้า ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี่ ไอโฟน การใช้ชีวิตแบบเพื่อน แบบดาราที่เห็นตามสื่อ ถ้าเป็นวัยรุ่นระดับมหาวิทยาลัยขึ้นมาอีกนิดก็อยากได้รถยนต์
     กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ว่าเด็กๆ อยากเป็นคนอื่น ยกเว้นเป็นตัวเอง การมีต้นแบบในใจไม่ใช่การคิดแบบดูฮีโร่ในดวงใจเป็นต้นแบบในเรื่องการทำความดี การเรียน แต่เป็นการอยากเป็นคนคนนั้น เพราะความเด่น ความดัง
     แค่ปัญหาเพียงสองเรื่องหลักๆ เท่านี้ก็ทำให้เด็กๆ ในสังคมของเราวนเวียนอยู่ในความรู้สึกไม่สบายกาย ไม่สบายใจ จนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ความวิตกกังวลในสิ่งที่เป็นทุกข์นั้นมักส่งผลถึงการดำเนินชีวิตประจำวันด้วย
     หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ คนที่เป็นผู้ปกครองต้องให้คำแนะนำอย่างไรดี
     ประการแรกคงต้องทำใจตัวเองก่อนว่า ความรู้สึกไม่พึงพอใจที่เราเรียกว่าเป็นความทุกข์นั้นเป็นของคู่กันกับการเกิดเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เด็กๆ อาจมีความทุกข์ได้ในหลายเรื่อง ขนาดเราที่เป็นผู้ใหญ่ก็ยังมีความทุกข์กันได้ไม่เว้นแต่ละวัน
     การยอมรับว่าเป็นทุกข์ ก็เป็นการทำตัวให้คุ้นเคยกับความไม่พึงพอใจกับสถานการณ์รอบตัวได้อย่างหนึ่ง
     จำไว้ว่าอย่าวิ่งหนีความรู้สึกทุกข์ร้อน และอย่าสอนให้ลูกหลอกตัเอง แต่ควรให้เขาซึมซับอารมณ์แห่งความไม่สบายใจนี้ไว้ โดยมีข้อแม้ง่ายๆ ว่าอย่าไปปล่อยใจให้จมอยู่กับมัน หรือติดค้างแช่อยู่ในความทุกข์ อย่างนั้นเขาเรียกว่าทุกข์ซ้ำซาก
     หากปล่อยให้เกิดภาวะทุกข์ซ้ำซากก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนำไปสู่ภาวะความเครียด ซึมเศร้าติดตามมา
     สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเราตลอดเวลาไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลย นั่นคือการสอนให้รู้จักความทุกข์ จากนั้นจึงหาทางดับความทุกข์ ไปให้พ้นความทุกข์ให้ได้
     เมื่อทุกข์ให้ลูกรู้ว่าทุกข์ แล้วเขียนไล่เรียงมาว่าเป็นทุกข์เพราะเหตุใด เขียนใส่กระดาษก็ได้ง่ายดี จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้วิธีคลี่คลายด้วยการพูดคุยกัน อธิบายให้เห็นทางออกว่าความปรารถนาที่จะเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้เรามีความสุข
     ความภูมิใจที่เราเป็นตัวของตัวเองต่างหากที่ทำให้เรามีที่ยืนบนโลกใบนี้ ยืนด้วยความมั่นคง เพราะเรามีจุดยืน
     ส่วนการไม่ได้สิ่งของที่ต้องการนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน ไม่มีใครอยากได้อะไรแล้วได้สมใจไปหมด และที่สำคัญต้องสอนลูกว่า ความอยากนั้นต่อให้รวยล้นฟ้า ก็ยังไม่หมดสิ้นความอยากมี อยากเป็น ยกเว้นแต่เราจะเข้าห้องเรียน ทำแบบฝึกหัดวิธีตัดใจให้เรียบร้อย
     พ่อแม่อาจเถียงว่าเขียนง่าย แต่ทำยาก ขอบอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคุณได้ลองลงมือทำ และแก้ปัญหาร่วมกับลูกหรือยัง.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์