หลังจากผ่านการปรับปรุงแก้ไขกันมาหนึ่งปี ในที่สุดค่ายลูกเสือกรุงธน เขตทุ่งครุ และค่ายลูกเสือกรุงเทพมหานคร (พิศลยบุตร) เขตดอนเมือง ภายใต้โครงการค่ายเยาวชนกรุงเทพมหานคร ก็ได้ซ่อมแซมบูรณะเสร็จเป็นที่เรียบร้อย และได้เปิดให้บริการกับเยาวชน ทั้งลูกเสือ เนตรนารี และนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ใช้เป็นสถานที่พัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองและสอดคล้องกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ตรงตามจุดประสงค์ของกิจกรรมลูกเสือที่ได้ก่อตั้งมา ทั้งเรื่องการพัฒนาเยาวชนให้มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ยึดถือเยาวชนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ รู้จักช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น และฝึกความมีระเบียบวินัย
จุดไฮไลต์ของค่อยลูกเสือทั้งสองแห่งอยู่ที่ชุดนิทรรศการ-ฐานการเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของค่ายลูกเสือนั้นได้ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ให้มีรูปแบบที่ทันสมัย โดยที่ค่ายลูกเสือพิศลยบุตรมีความโดดเด่นเรื่องฐานการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนค่ายลูกเสือกรุงธนจะนำเสนอด้านสังคมชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในภาคต่างๆ ผ่านบ้านเรือนไทย 4 ภาค
ด.ช.วิศวชิต เฉลยญาณ ชั้น ป.6 โรงเรียนประชาอุทิศ เขตดอนเมือง หนึ่งในน้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมในค่ายลูกเสือพิศลยบุตร บอกว่า เรียนกิจกรรมลูกเสือมาหลายปีแล้ว โดยโรงเรียนส่งเสริมสนับสนุนทุกปีด้วยการจัดออกค่ายพักแรม เดินทางไกล เล่นรอบกองไฟ ฯลฯ ทำให้ได้รับความรู้หลายเรื่อง เช่น การผูกเชือกแบบต่างๆ ตามรอยเท้าสัตว์ป่า การก่อกองไฟ การหาน้ำดื่ม พวกฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นคานแบบต่างๆ ลูกตุ้ม พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
"สำหรับกิจกรรมที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้เขาจัดทำออกมาได้แปลก ไอเดียความคิดดี ผมเคยเรียนแต่ในหนังสือ ได้มาทดลองปฏิบัติจริงที่นี่ แต่ที่สำคัญก็คือเรื่องฝึกความมีวินัย ซื่อสัตย์ และไม่เอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งผมคิดว่าสำคัญมากในสังคมไทยปัจจุบัน เพื่อนๆ หลายคนที่ไม่เคยลำบากก็ต้องมาอยู่ร่วมกัน ปรับตัวเข้าหากัน ผมได้กินข้าวไหม้จนชิน บางมื้อไข่ทอดก็ไม่สุก เพราะว่าเราแบ่งงานกันทำไงครับ เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนั้นก็ต้องช่วยกันกินให้หมด จบจากค่ายคราวนี้อย่างน้อยผมและเพื่อนๆ ก็น่าจะมีระเบียบวินัยมากขึ้น ใครที่ไม่เคยเรียนลูกเสือลองดูสิครับ"
ด.ญ.กัลยรัตน์ ธนังพิสุทธิ์ อายุ 11 ขวบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชาอุทิศ เขตดอนเมือง เล่าว่า ได้รับความรู้จากชุดนิทรรศการที่จัดสร้างขึ้นมาใหม่มากมาย โดยเฉพาะในบ้านเรือนไทย 4 ภาค แบ่งออกเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งวันนี้มีกิจกรรมพิเศษสอนทำศิลปะพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งเคยเห็นแต่ในหนังสือไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน อาทิ การทำตุง ที่มีลักษณะคล้ายธงในภาคเหนือ หรือทำผ้าบาติกในภาคใต้ จึงได้เห็นวิธีการทำแบบใกล้ชิด ทำให้เราได้รู้ถึงความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายของคนไทย
"ยังมีการจำลองและให้ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมประเพณี อาทิ การสร้างบ้าน อาหารประจำท้องถิ่น การแต่งตัว ผ่านจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส ดูทันสมัย ถ้าเพื่อนๆ ว่างก็น่าจะลองเข้ามาใช้บริการกันดูได้"
ผู้ปกครองหรือโรงเรียนที่สนใจกิจกรรมในค่ายลูกเสือทั้ง 2 แห่ง ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร โทร.0-2913-7555 ต่อ 4844.








