ความเชื่อมั่นที่ว่าคนรุ่นใหม่ทุกคนต่างมีไอเดียอัจฉริยะที่จะช่วยสร้างสรรค์สังคมได้พิสูจน์ว่าเป็นความจริง เมื่อเราได้เห็นผลงานกว่าพันชิ้นที่ส่งเข้าประกวดโครงการ 'BRAND'S GEN-ฉลาดคิดแบบคนรุ่นใหม่ซีซั่นส์ 3' ที่ได้ชวนคนเก่งอายุระหว่าง 15-25 ปี ร่วมส่งผลงานภายใต้แนวคิด "ไอเดียดี โปรเจ็กต์เด็ด" ซึ่งเปิดโอกาสให้น้องๆ เลือกส่งไอเดียอัจฉริยะได้ 2 ประเภท คือ Innovation Inventor การประกวดโครงงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนอีกประเภทคือ Creative Arts การประกวดโครงงานทางศิลปะอันเกิดจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ พร้อมทุนการศึกษารวมกว่า 300,000 บาท ทั้งยังได้รับการเผยแพร่ผลงานสู่สังคมอีกด้วย
หลังจากคัดเลือก 100 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย น้องๆ ก็ได้รับโอกาสพิเศษเข้าร่วมกิจกรรม workshop เตรียมความพร้อมด้านทักษะการนำเสนอผลงานในที่สาธารณะจากวิทยากรที่ประสบความสำเร็จ ทั้งจากด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ เพื่อให้น้องๆ นำความรู้ที่ได้จากการอบรมนี้กลับไปพัฒนาโครงงานของตนเอง
วิทยากรท่านแรกที่มาให้ความรู้คือ ผู้ก่อตั้งเว็บบล็อกยอดนิยม Exteen.com ทีปกร วุฒิพิทยามงคล มาแนะนำเทคนิคการเขียน blog เพื่อแนะนำผลงานอัจฉริยะให้น่าสนใจ
"Blog คือตัวแทนผลงานของเรา เป็นหน้าเป็นตาของเรา ดังนั้น เริ่มต้นที่การตั้งชื่อผลงานให้เข้าใจได้เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย การบรรยายถึงผลงานก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ พยายามเขียนให้สั้น แต่น่าสนใจ อัพเดตข้อมูลบ่อยๆ มีคลิปวิดีโอ มีภาพให้น่าติดตาม อย่างไรก็ตาม หากนำข้อมูลจากที่อื่นมาต้องให้เครดิตด้วย ที่สำคัญในการเขียนภาษาไทยอย่าใช้ภาษาวิบัติ ให้ใช้ภาษาไทยที่สะกดถูกต้องจึงจะดูเป็นมืออาชีพ"
ขณะเดียวกันก็ยังมีวิทยากรที่เป็นพิธีกรและดีเจมืออาชีพ มธุรดา คุโณปการ หรือดีเจเอ ที่มาให้ความรู้น้องๆ ในเรื่อง 'Presentation skill' งานนี้น้องๆ ได้เรียนรู้วิธีการนำเสนอผลงานในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องบุคลิกภาพ น้ำเสียงที่ใช้พูด วิธีเตรียมตัวก่อนการขึ้นพรีเซนต์บนเวทีต่อหน้าคนหมู่มาก ต้องพูดอย่างไรเพื่อจะเรียกคะแนนจากกรรมการและผู้ชมในเวลาที่จำกัด
"เคล็ดลับคือจินตนาการ เรียบเรียง จับประเด็น และสื่อสาร น้องๆ ต้องฝึกตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝึกการออกเสียงให้ถูกต้อง ฝึกพูดทุกวัน จดจำจุดสำคัญของผลงานที่เราอยากนำเสนอให้กรรมการและผู้ชมทราบ ภายในนาทีแรกให้หาวิธีที่ทำให้ผู้ชมและกรรมการสนใจให้ได้ และตรงจุดไหนต้องการเน้นสิ่งที่พูดให้ใช้น้ำเสียงที่ดังฟังชัดด้วย"
สำหรับช่วงบ่ายกูรูผู้เชี่ยวชาญทั้งทางสายวิทย์และศิลป์ กฤษณ์ จงสฤษดิ์ กรรมการผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย และ พิชิต วีรังคบุตร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการออกแบบ TCDC มาร่วมให้คำแนะนำดีๆ รวมทั้งวิเคราะห์ วิจารณ์ ยกตัวอย่างผลงานที่ได้รับรางวัลในปีที่แล้วว่ามีจุดดีตรงไหน อีกทั้งผลงานนั้นคว้ารางวัลมาครองได้อย่างไร
จากนั้นได้เข้าสู่การอบรมในหัวข้อสุดท้าย โดย ปรีดา ยังสุขสถาพร จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA มาให้ความรู้ในเรื่อง 'ข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องการจดสิทธิบัตร และการพัฒนาผลงานให้สามารถจำหน่ายได้จริง'
"คำแนะนำคือ เมื่อน้องๆ มีไอเดียดีๆ มีผลงานใหม่ๆ แล้ว ให้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเลย หลังจากนั้นกรมทรัพย์สินทางปัญญามีหน้าที่ดำเนินการต่อให้เอง เช่น ผลงาน 'Urban Green' ที่คว้าตำแหน่งสุดยอด BRAND'S GEN สายศิลปศาสตร์ในปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็น Trademark ที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าไม่รีบจดทะเบียนสิทธิบัตร ผู้อื่นอาจจะนำชื่อนี้ไปจดทะเบียนก่อนก็ได้"
น้องๆ คนเก่งผู้เข้ารอบ 100 ทีมสุดท้าย อย่าง น้องพี-น.ส.วรารัตน์ ปรีชาเวชกุล จากคณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต มาพร้อมกับผลงานอัจฉริยะ 'โคมไฟจากสายบัว' เจ้าตัว บอกว่า โคมไฟนี้อาจจะดูธรรมดา แต่เป็นความฝันของตัวเองที่เกิดในปทุมธานี จึงอยากจะนำสายบัวซึ่งมีมากในจังหวัดมาแปรรูปเป็นโคมไฟเก๋ๆ หากประสบความสำเร็จก็จะสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อีกด้วย
ส่วน BG 3-น.ส.รัชนีวรรณ ตาลยงค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อนๆ ในทีมพูดถึงผลงานอัจฉริยะที่ส่งเข้าประกวดสายวิทยาศาสตร์ว่า ชื่อผลงานของพวกเราคือ ระบบดูแลสุขภาพทางไกลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ รุ่นพี่ที่เคยเข้าประกวดกับโครงการนี้แนะนำให้เข้าร่วมประกวด เพราะจะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับไป พวกเราดีใจที่ได้เข้ารอบ 100 ทีมสุดท้าย และได้มาเวิร์กช็อปในวันนี้ ซึ่งจะนำเคล็ดลับจากวิทยากรกลับไปปรับปรุงการพรีเซนต์ผลงาน
"ปัญหาของเด็กสายวิทย์ส่วนใหญ่เลยก็คือ เก่งด้านเทคโนโลยี แต่พรีเซนต์งานไม่ค่อยเก่ง คนอื่นจึงเข้าใจผลงานของเรายาก และเด็กสายวิทย์ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับดีไซน์ความสวยงาม ก็หันมาสนใจมากขึ้น เห็นความสำคัญมากขึ้น".








