หลังจากจบการศึกษาสาขาการแสดงจากฝรั่งเศส นิกร แซ่ตั้ง หัวหน้าและผู้ก่อตั้งคณะละครแปดคูณแปด ซึ่งมีผลงานละครเวทีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 มีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ความรู้ และปลูกฝังกระบวนการสร้างละครเวทีอย่างจริงจัง โดยออกแบบหลักสูตรเป็น 3 ส่วน เริ่มจากการฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม ฝึกกล้ามเนื้อให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ จากนั้นก็จะเป็นฝึกฝนพื้นฐานของการแสดง สมาธิ จินตนาการ การแสดงความรู้สึก เรียนรู้ที่จะเข้าใจอารมณ์ต่างๆ แล้วถ่ายทอดตัวละครได้ สุดท้ายคือการทำงานกลุ่ม ที่จะต้องฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเนื้อเรื่องและภาพในละครเวที รู้จักวิธีสร้างเรื่องราว ความต้องการและความขัดแย้งในละคร
"สิ่งสำคัญที่สุดที่มากกว่าการเตรียมตัวคือ การเตรียมใจให้เปิดกว้าง ถามตัวเองว่าอยากรู้จัก อยากค้นหาเพราะสงสัย หรืออยากเรียนรู้จริงจัง เพราะการเรียนการแสดงไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นดาราได้ชั่วข้ามคืน แต่การเรียนการแสดงจะทำให้คุณเข้าใจว่า ดารานักแสดงที่เก่งๆ เขาต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างไรบ้าง ทำงานหนักแค่ไหนถึงจะประสบความสำเร็จ และนั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ หรือไม่" นิกร กล่าว
นี่คือบันไดของการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน คณะละครแปดคูณแปดจึงได้เปิดอบรมศิลปะการแสดงให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจศาสตร์ด้านละครเวทีแบบร่วมสมัย ภายใต้ชื่อโครงการ 'ตัวอ่อน' โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้สนับสนุนตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี มุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้ทำความเข้าใจตนเองและผู้คนรอบข้างด้วยมุมมองในเชิงศิลปะ ค้นหาความสามารถและพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคน เพื่อที่จะกลายเป็นบุคลากรในวงการละครเวทีที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต
เดีย-อาคีรา โหมดสกุล ตัวอ่อนรุ่นพี่ที่เพิ่งค้นพบเส้นทางที่แท้จริงของตนเอง เล่าว่า จบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยบูรพา แต่กลับรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมายังไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง จนวันหนึ่งเห็นข่าวรับสมัครโครงการตัวอ่อนของแปดคูณแปดแล้วรู้สึกสนใจ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน
"ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าละครเวทีคืออะไร มีคนกลุ่มเล็กๆ ทำละครเวทีแบบนี้ด้วยหรือ หลังจากที่ได้ร่วมอบรมครั้งแรกก็ตกหลุมรัก รู้ทันทีเลยว่านี่แหละคือสิ่งที่เหมาะกับเรา เป็นคำตอบที่กำลังตามหาอยู่ ตั้งใจฝึกจนจบคอร์สแล้วก็ได้แสดงละครเวทีเรื่องแรกคือ แม่น้ำแห่งความตาย ในปี 2547 และกลายเป็นสมาชิกของแปดคูณแปดมาจนถึงวันนี้ และล่าสุดยังได้เป็นหนึ่งในนักแสดงชาวไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปแสดงในเทศกาล Festival Tokyo 2009 ณ กรุงโตเกียว"
หนึ่งในตัวอ่อนรุ่นล่าสุด คิด-รุจิวัฒน์ วงชัยวัชรกูล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี เล่าถึงแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า สนใจศิลปะด้านนี้อยู่แล้ว พอมีอาจารย์แนะนำก็เลยสมัครร่วมโครงการ เมื่อได้เรียนรู้การแสดงอารมณ์ต่างๆ ก็ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้มากกว่าที่เคยคิดไว้
"หลังจากการอบรมอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 เดือน ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ไม่ค่อยเป็นใจ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักการแบ่งเวลา เป็นช่วงปิดเทอมที่ใช้เวลาว่างไปกับการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับตัวเองจริงๆ"
จิ๊บ-นิออน ประกฤติพงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสายน้ำผึ้ง เล่าว่า เคยเรียนการแสดงมาบ้างแล้ว แต่เป็นการแสดงสำหรับภาพยนตร์ ยังไม่เคยเรียนการแสดงละครเวที แต่ก็สนใจมาก
"ตอนแรกที่มาเรียนก็ไม่รู้ว่าจะชอบไหม แต่อยากลองเป็นนักแสดง พอยิ่งเรียนก็ยิ่งสนุก ยิ่งชอบ เข้าใจการแสดงมากขึ้น ได้ประโยชน์หลายๆ อย่าง แม้ว่าต่อไปจะไม่ได้เป็นนักแสดงก็สามารถนำประโยชน์ไปใช้ได้ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการมีสมาธิมากขึ้น ถ้าเรามีสมาธิที่ดี ต่อไปเราก็สามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในและนอกห้องเรียน"
อี้-กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็กลับมาเป็นตัวอ่อนอีกครั้งหลังจากเคยเข้าร่วมอบรม แต่ไม่จบหลักสูตร ปี 2549 เพราะเอนทรานซ์ติดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนี้มีโอกาสก็เลยกลับมาเรียนอีกครั้ง
"นอกจากความรู้ด้านการแสดงแล้ว ยังได้รับประโยชน์ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้น แถมยังมีประโยชน์ด้านสังคม เพราะทำงานร่วมกับคนอื่นทำให้เรามีวินัยมากขึ้น เราทำข้อตกลงกันว่าจะมาเรียนเวลานี้ทุกวัน ก็ต้องรับผิดชอบมาให้ตรงเวลา เพราะมีเพื่อนๆ รอเรียนอยู่ด้วย การทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่นที่มาจากหลายๆ ที่ ทำให้เราเรียนรู้ได้และมีประสบการณ์ว่า เรามีวิธีทำงานกับคนในแบบที่แตกต่างกันไป จะต้องรับมือแบบไหนอย่างไร จริงๆ การแสดงก็ถือว่าเป็นการสื่อสารในอีกรูปแบบหนึ่ง ถึงจะไม่ใช่สื่อสารมวลชนแบบที่เรียนอยู่ แต่ก็เอาความรู้ไปปรับใช้ได้"
ในวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค.นี้ เหล่าตัวอ่อนรุ่นที่ 7 จะสร้างสรรค์ผลงานผ่านละครเวทีที่สะท้อนถึงมุมมองต่างๆ ในชีวิตผ่านสายตาเยาวชน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี ที่เดโมเครซี่ สตูดิโอ หรือโทร.08-7794-6990.








