Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เด็กนักเรียนก็เสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท


    เปิดเทอมทีไร...เห็นเด็กนักเรียนทั้งแบก   ทั้งหิ้ว  กระเป๋านักเรียนใบใหญ่  ที่ข้างในเต็มไปด้วยสมุด  หนังสือ  อุปกรณ์การเรียน  ของเล่น  หรืออื่นๆ  อีกมากมาย  โดยไม่เคยรู้เลยว่าการแบกน้ำหนักเกินตัวเกือบ  10  กิโลกรัมไปโรงเรียนทุกวัน  อาจกลายเป็นอันตรายต่อระบบโครงสร้างร่างกาย  กระดูกสันหลัง  ส่งผลเสียในระยะยาวโดยที่พ่อแม่อาจคาดไม่ถึง

    นางบัณลักข  ถิรมงคล  ผู้อำนวยการคลินิกกายภาพบำบัด  ดีสปายน์  ไคโรแพรคติก  ให้ข้อมูลว่า  สภาพร่างกายและโครงสร้างทางร่างกายของเด็กไทยในยุคปัจจุบันผิดปกติไปจากเดิมมาก  ทั้งนี้  เป็นผลมาจากการดำรงชีวิตที่ไม่สมดุล  ทั้งการเดิน  นั่ง  นอน  หรือแม้แต่การแบกกระเป๋าหนักๆ  ก็อาจส่งผลทำให้โครงสร้างร่างกายของเด็กผิดปกติได้

     จากข้อมูลของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคระบุว่า   เด็กน้อยในระดับชั้น   ป.1  ป.2  และ  ป.3  ไม่ควรแบกกระเป๋าหนักเกินร้อยละ  10  ของน้ำหนักตัว  แต่ในปัจจุบันกลับพบว่ากระเป๋านักเรียนของเด็กๆ  มีน้ำหนักเกินกว่าร้อยละ  20  ของน้ำหนักตัว  สมมติว่าน้ำหนักตัว  30   กิโลกรัม  กระเป๋านักเรียนจะต้องไม่หนักกว่า  3  กิโลกรัม  แต่ประมาณ  80  เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาใช้กระเป๋าหนักเกินร้อยละ  20  ของน้ำหนักตัว  ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติและไม่เหมาะสมกับวัยจะส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลัง   ทำให้ความโค้งของกระดูกสันหลังผิดรูปร่างได้

     นางบัณลักขกล่าวว่า   นักเรียนส่วนใหญ่จะใช้กระเป๋าประเภทสะพายไว้ข้างหลัง  ทำให้น้ำหนักของกระเป๋ากดทับโดยตรงกล้ามเนื้อต้นคอ   ไหล่  หลัง  และกระดูกสันหลัง  ทำให้เด็กประมาณ   29  เปอร์เซ็นต์  มีอาการปวดคอ  ไหล่  หลัง  หรือแม้กระทั่งอาการปวดศีรษะ   หากไม่ได้รับการดูแล  การกดทับของน้ำหนักกระเป๋าจะลงไปสู่กระดูกสันหลังของเด็ก  และหมอนรองกระดูกอาจจะเกิดปัญหาได้   หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจะเกิดผลเสียต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและสุขภาพของนักเรียนต่อไปในอนาคต

    สำหรับแนวทางการป้องกันนั้น   นางบัณลักขให้คำแนะนำว่า  วิธีดีที่สุดก็คือการใช้กระเป๋านักเรียนที่ใส่สัมภาระน้ำหนักไม่เกินร้อยละ   10  ของน้ำหนักตัว  และที่สำคัญขนาดของกระเป๋าก็จะต้องมีขนาดและรูปร่างที่พอดีกับตัวของเด็ก   โดยจัดวางสิ่งของในกระเป๋าอย่างเหมาะสม   โดยให้กระจายน้ำหนักเท่ากันทั้ง   2   ด้าน  หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของหนักเพียงด้านเดียว   ถ้าหากเป็นกระเป๋าสำหรับสะพายไหล่   ควรจะมีความกว้างมากกว่า  6  ซม.  เพราะสายเล็กจะทำให้เกิดการกดทับบริเวณไหล่ได้  และอาจกดลึกจนมีผลต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้   ถ้าหากเป็นกระเป๋าสำหรับสะพายหลัง    ควรปรับสายสะพายเพื่อให้กระเป๋าแนบบริเวณหลัง  ไม่ห้อยต่ำ  ก้นกระเป๋าต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าบั้นเอว  ควรแนะนำเด็กให้เดินตัวตรง  ไม่เอนตัวไปข้างหน้า  หรือทำหลังค่อมเพื่อรับน้ำหนัก  การแบกกระเป๋าจะต้องใช้สายสะพายไหล่ทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดความสมดุล  หากสะพายข้างใดข้างหนึ่งอาจทำให้ไหล่รับน้ำหนักไม่เท่ากัน   และส่งผลทำให้ไหล่ไม่เสมอเท่ากัน  และอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการปวดต้นคอ  ไหล่  และหลังได้

     นางบัณลักขกล่าวทิ้งท้ายว่า  ถ้าหากเด็กเกิดอาการปวดหลัง  ปวดคอ  ปวดไหล่  หรือปวดศีรษะ  ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบโครงสร้างร่างกาย  เพราะหากเกิดการกดทับของแนวเส้นประสาทแล้วจะทำให้ระบบต่างๆ   ที่สัมพันธ์กันถูกรบกวน   ทำให้เกิดความเจ็บปวด  แต่ในปัจจุบันได้มีการนำเอาศาสตร์การแพทย์ไคโรแพรคติกมาใช้ในการป้องกันรักษาเกี่ยวกับระบบโครงสร้างของร่างกาย  โดยเฉพาะกระดูกสันหลังของเด็ก  ซึ่งจะเป็นการรักษาแบบไม่ใช้ยาหรือผ่าตัด  ขั้นตอนการตรวจรักษาจะใช้มือเป็นหลัก  ขึ้นอยู่กับเทคนิคการรักษาของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน  ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่เด็กจะได้รับการตรวจสุขภาพกระดูกสันหลังแต่เนิ่นๆ  หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างร่างกายที่มีปัญหากลับเข้าที่  ก็จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ  ของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล  กลไกอัจฉริยะที่มาพร้อมกับร่างกายอยู่แล้ว  ก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่  อาการปวดหรือเจ็บป่วยก็จะลดลง  ทั้งยังส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์