ถึงแม้คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล จะลอยลำเข้านั่งตำแหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ คนที่ 21 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ความทรงจำดีๆ ที่คณะกรรมการและคนทำงานเพื่อผู้หญิง จะมีต่ออดีตประธานสภาสตรีฯ นางเยาวเรศ ชินวัตร ยังคงสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
ปิดฉากลงด้วยความประทับใจกับงานที่มีชื่อว่า "คือแรงบันดาลใจ คือความภาคภูมิใจของชีวิต" ที่จัดขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสส่งท้ายวาระแห่งการทำงานของประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ คนที่ 20 เยาวเรศ ชินวัตร ที่นอกจากจะได้เพื่อนสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงการอำลาด้วยความปีติยินดีแล้วนั้น ในค่ำคืนเดียวกันนี้เองยังมีการทำเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องเพลงให้กำลังใจ พร้อมกับมอบดอกกุหลาบสีแดงและเค้กก้อนโต ที่ทำเอาแม่งานถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
ด้าน นางเยาวเรศ ชินวัตร กล่าวเปิดใจว่า "ในช่วงปีแรกที่เข้ามาทำงานต้องยอมรับว่าตอนนั้นแข่งขันกันมาก บางครั้งก็พูดให้ใครหลายคนน้อยใจไปบ้าง แต่ทุกคนก็ยังเข้าใจทำให้งานมันออกมาราบรื่นดี แต่พอมาช่วงยุคปฏิวัติที่ถือว่าท้อมากเลย เครียดมาก ขนาดที่ว่าจะลาออก ไม่ไหวแล้ว บอกให้พี่ศิรินาขึ้นแทน แต่ทุกคนก็ให้กำลังใจและบอกให้สู้ มองกลับไปในอดีตก็ไม่เคยมีประธานฯ คนไหนที่ลาออกกลางคัน ก็พยายามต่อสู้กันมา ยิ่งในสมัยรัฐบาลขิงแก่ ตอนนั้นก็หาเงินสนับสนุนสมาคมฯ ยากมาก แต่ก็ได้เจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยระดมกำลังหาทุน กอดคอกันจนผ่านพ้นช่วงวิกฤติมาด้วยกัน ไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ก็เพราะความสามัคคีของทุกคน"
ถึงแม้จะเป็นวาระสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีสมัยที่ 22 และ 23 แต่เหล่าคณะกรรมการและคนที่เคยทำงานร่วมกับประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ มาก่อน ยังคงแสดงความอาลัยรักและพูดเปิดใจถึงความประทับใจที่มีต่อเยาวเรศ ชินวัตร เริ่มที่ นางศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา รองประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้กล่าวถึงความรู้สึกในวันนี้ว่า "ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา คุณเยาวเรศทำให้พวกเราทุกคนเห็นว่าเสน่ห์ของสภาสตรีฯ เสน่ห์ของผู้หญิงที่เข้มแข็ง ใจสู้ และสู้ตาย อดทนมากถึงแม้จะต้องเจอวิกฤติมาหลายต่อลหายครั้ง แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ"
นางจิตรี จิวะสันติการ รองประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า "การที่ได้ร่วมทำงานกับพี่เยาวเรศทำให้ได้ซึมซับเอาความเข้มแข็ง แข็งแเกร่ง และความตั้งใจจริงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พี่เยาวเรศเป็นคนตรงๆ ที่บางครั้งอาจจะพูดแรงเกินไป แต่ในใจไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ประทับใจในตัวประธานสภาสตรีคนนี้คือ การให้เกียรติกับเจ้าหน้าที่ทุกคน เวลาที่อยากจะทำอะไรก็จะเข้ามาปรึกษาหารือกัน หากทุกคนเห็นชอบพี่เยาวเรศก็จะสนับสนุนให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ อย่ามองว่าเขาเป็นชินวัตร แต่อยากให้มองลึกลงไปถึงการทำงาน และตัวตนที้แท้จริงของพี่เยาวเรศมากกว่า เพราะผลงานที่ผ่านมานั้นสามารถพิสูจน์ความสามารถของคนเราได้อย่างแน่นอน"
ถึงแม้ค่ำคืนนี้จะจบลงด้วยการจากลา แต่คราบน้ำตาก็ยังคงติดตรึงอยู่ในความประทับใจของใครอีกหลายคน.







