ปารีส ฮิลตัน อ้างว่ากระเป๋าถือพร้อมโคเคนไม่ใช่ของเธอ แต่ยืมมาจากเพื่อน และคิดว่าห่อโคเคนเป็นหมากฝรั่ง
ร้อยตำรวจโทเดนนิส ฟลีนน์ ตำรวจลาสเวกัสผู้จับปารีสกับเพื่อนชาย เขียนรายงานการจับกุมซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ เล่าโดยละเอียดว่า ตำรวจได้กลิ่นกัญชาจากรถคาดิลแล็กเอสคาเลด ซึ่งมีไซ เวตส์ เศรษฐีหนุ่มวัย 34 เจ้าของไนต์คลับหลายแห่งในลาสเวกัสเป็นคนขับ จึงเรียกลงมาตรวจวัดระดับความเมา ผลปรากฏว่าตรวจไม่ผ่าน ระหว่างนั้นปารีสยังอยู่ในรถ เธอบอกว่าอายพวกฝรั่งมุงราว 100 คนที่มารุมล้อมถ่ายภาพด้วยมือถือ (ซึ่งต่อไปนำไปโพสต์บนเว็บไซต์) เธอจึงขอเข้าไปในโรงแรมวีนน์ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อเข้าห้องน้ำ
ฟลีนน์รายงานว่า เขานำตัวเธอเข้าไปในห้องรักษาความปลอดภัยโรงแรม รอตำรวจหญิงมาค้นตัวและพาเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นเอง ปารีสบอกว่าเธออยากได้ครีมทาปาก เขาจึงหยิบกระเป๋าถือให้ พอเธอเปิดออก เขาสังเกตเห็นห่อเล็กๆ ที่สงสัยจะเป็นโคเคน หล่นออกมาจากกระเป๋าและตกใส่มือเขา
ต่อมาจึงพิสูจน์ว่านั่นเป็นโคเคนน้ำหนัก 0.8 กรัม แต่ปารีสอ้างว่าไม่ใช่ของเธอ เพราะเธอขอยืมกระเป๋ามาจากเพื่อน แต่ก็ไม่บอกอีกว่าเพื่อนคนไหน "เธอบอกว่าเธอไม่ได้แกะดู นึกว่าเป็นหมากฝรั่ง" ส่วนเงิน 1,300 ดอลลาร์ และบัตรเครดิตหลายใบในกระเป๋า ปารีสรับว่าเป็นของเธอ รวมทั้งขวดยา Albuterol ยาควบคุมที่ต้องให้แพทย์สั่ง
ปารีสอาจโดนลงโทษจำคุกสูงสุด 4 ปีถ้ามีความผิด แม้โดยทั่วไปศาลจะสั่งรอลงอาญาและคุมประพฤติ แต่ในกรณีที่เคยต้องโทษมาก่อนก็อาจเจอหนัก
ปารีสถูกจับเมื่อคืนวันศุกร์ และถูกคุมตัวไว้ 3 ชั่วโมงก่อนปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางประกัน และยังไม่ถูกตั้งข้อหา ขณะที่เวตส์แฟนเธอ ถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับ ต้องนอนคุกทั้งคืนก่อนได้ประกันตอนเช้า 2,000 ดอลลาร์ นัดขึ้นศาลวันที่ 29 พ.ย.








