จับทันควัน มือปืนอาชีวะยิงนักเรียน ป.3 พร้อมรุ่นพี่ต้นเหตุ ตั้งวงเหล้าแต่เช้ามืด รุ่นพี่ขี่จักรยานยนต์ออกไปเติมน้ำมันพบคู่อรินั่งอยู่บนรถเมล์ รีบไปตามพวกมาดักรอก่อนยิงใส่ทันที ศธ.ขู่สถานศึกษาให้ท้ายนักเรียนนักเลงเจอปิดชั่วคราว จนถึงขั้นถอนใบอนุญาต
คดีนักเรียนอาชีวะไล่ยิงกันกระสุนไปถูก ด.ช.จตุพร ผลผกา อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ เสียชีวิตขณะนั่งรถเมล์พร้อมพี่ชายจะไปโรงเรียน เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว และนำตัวมาแถลงที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 2 กันยายนนี้
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) กับพวก แถลงว่า ตำรวจได้จับกุมนายแชมป์ อายุ 16 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 แผนกช่างยนต์ โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ บ้านอยู่เขตหนอกจอก กทม. และนายปริวรรต หรือติ๊บ เลาะภูมี อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 แผนกช่างไฟฟ้า โรงเรียนเดียวกัน อยู่บ้านเลขที่ 122/6 หมู่ 8 ซอยสกุลดี 5 ถนนสกุลดี แขวงและเขตหนอกจอก พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 1 นัด จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ สน.มีนบุรี หลังเชิญตัวจากบ้านพักมาสอบปากคำและแจ้งข้อหา เมื่อวันที่ 2 กันยายน เวลา 02.00 น.
การสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกับพวกรวม 8 คน นั่งดื่มสุรากันภายในซอยรามคำแหง 166 ใกล้กับป้ายรถประจำทางที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายปริวรรตได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปเติมน้ำมัน โดยสวมหมวกแก๊ปที่มีตราสถาบันที่หน้าหมวก ขณะขี่รถกลับพบรถประจำทางสาย 113 มีกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพโดยสารมา และได้ด่าทอพร้อมขว้างปาสิ่งของใส่นายปริวรรต ผู้ต้องหาจึงขี่รถรถไปบอกเพื่อนอีก 7 คนออกมาดักรอพร้อมอาวุธ กระทั่งรถโดยสารคันดังกล่าววิ่งมาถึงปากซอยรามคำแหง 164 นายแชมป์ใช้ปืนลูกซองยิงใส่กลุ่มนักเรียนคู่อริที่อยู่บนรถ แต่กระสุนไปถูกเด็กเสียชีวิต จึงพากันหลบหนี โดยนายปริวรรตทำทีไปเรียนหนังสือ ส่วนนายแชมป์กลับไปหลบอยู่ที่บ้าน
ตำรวจระบุว่า ก่อนหน้านี้นายแชมป์เคยถูกจับทำประวัติ เนื่องจากพยายามชักชวนเพื่อนก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับสถาบันคู่อริ ส่วนเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุอีก 6 คน ขณะนี้ทราบชื่อหมดแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่
ขณะที่นายแชมป์กล่าวว่า ตนพกปืนติดตัวตลอด เนื่องจากเกรงจะถูกคู่อริทำร้าย เพราะมีเหตุทะเลาะวิวาทกันประจำ รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป ส่วนนายปริวรรตกล่าวว่า รู้สึกเสียใจเช่นกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า พวกนี้ไม่เหมือนอดีต อดีตนักเลงจะชกกันซึ่งหน้า พวกนี้จะลอบกัด แอบทำร้ายลับหลังตลอด และความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดกับคู่กรณี แต่ไปเกิดกับคนอื่น ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ทุกสถาบันสนใจนักศึกษาของตนเองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ตำรวจพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุก และต้องแยกนักศึกษาที่ไม่ดีออกมา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วมาให้ตำรวจสืบสวนจับกุม อะไรก็ลงที่ตำรวจ ก็แก้ได้แค่ปลายเหตุ ต้องช่วยกันอย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
หลังการแถลงข่าว ตำรวจได้นำตัวนายปริวรรตซึ่งมีอายุเกิน 18 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางประชาชนมุงดูแน่นขนัด
ตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 เข้าสู่กระบวนการสอบสวน ในส่วนของนายปริวรรต พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำก่อนนำตัวไปฝากขัง ส่วนนายแชมป์ พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำร่วมกับอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และผู้ปกครอง ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวช พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลการชันสูตรศพ ด.ช.จตุพร ผลผกา หรือน้องเทียน อายุ 9 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตว่า ด.ช.จตุพรถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่บริเวณศีรษะและช่องอก กระสุนได้เข้าไปทำลายสมองทำให้เสียชีวิต
พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า ต่อไปตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการเอาผิดกับผู้ปกครองที่เด็กของตนไปก่อเหตุร้าย
ต่อมา นางอังศุ ขำวงศ์ อายุ 39 ปี และ ด.ช.ปฐมพร ผลผกา อายุ 11 ปี พี่ชาย พร้อมญาติ เดินทางมารับศพ ด.ช.จตุพรเพื่อนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบำเพ็ญเหนือ
"ไม่อยากให้คนร้ายไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก" นางอังศุกล่าวได้เพียงแค่นี้เมื่อถูกถามความรู้สึก
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 18 แห่งว่า ศธ.เห็นสมควรให้มีมาตรการเชิงรุก คือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทและไปกระทบต่อสาธารณชน ให้สถานศึกษาจัดทำข้อมูลนักเรียน นักศึกษา เป็นรายบุคคล โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเสี่ยงให้มีการทำข้อมูลไปถึงครอบครัวด้วย ดังนั้น สถานศึกษากลุ่มเสี่ยงทั้ง 18 แห่งจะต้องทำข้อมูลและส่งให้สถานีตำรวจ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจค้นและติดตามเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
"หากสถานศึกษาใดไม่ดำเนินการตามที่ ศธ.กำหนด และมีการกระทำความผิดซ้ำซ้อน ก็จะสั่งปิดชั่วคราว 5-10 วัน และงดให้เงินอุดหนุน รวมไปถึงการยกเลิกใบอนุญาตประกอบการสถานศึกษา" นายชินวรณ์กล่าว และว่า ที่ประชุมยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงได้ หากมีการแจ้งว่ามีการทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ ได้จัดทำสายด่วน 600 ในการแจ้งเหตุนักเรียน นักศึกษาวิวาท สำหรับโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิและเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพที่ก่อเหตุจนทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตนั้นจะยังไม่สั่งปิด เพราะได้ให้ความร่วมมือในการจับกุมคนร้าย
ด้านนายทำนอง นาคสวัสดิ์ ผอ.รร.เทคโนโลยีบางกะปิ กล่าวว่า การก่อเหตุรุนแรงของเด็กต้องถือเป็นภาระของสังคมด้วย ไม่ใช่เหตุเกิดแล้วต้องโทษครูอย่างเดียว ครูต้องมีเวลาพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ใช่ทำหน้าที่ดูแลเด็ก 24 ชั่วโมง.








