Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

สองอัลบั้มเพลงรัก จาก จอร์จ เบนสัน และ บอยซ์ทูเมน


ถ้ามองโดยเอาวันวาเลนไทน์เป็นตัวตั้ง อัลบั้มสองชุดที่หยิบเอามาฝากกันวันนี้ก็คงจะอยู่ในข่ายล่าช้า แต่หากเอาเรื่องความรักของผู้คนเป็นพื้นฐาน

ทั้งสองอัลบั้มที่มีคอนเซ็ปต์เกาะเกี่ยวกับเรื่องความรัก ย่อมเป็นงานที่สามารถหยิบมาพูดถึงได้ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนๆ

อัลบั้มแรกก็คือ Classic Love Songs ของจอร์จ เบนสัน มือกีตาร์แจ๊ส-โซลระดับหัวแถว ที่ปีนี้มีแผนจะออกทัวร์กับมาร์ตี เพลโลว์ นักร้องนำของวงที่ไม่เคยแห้ง เว็ตเว็ตเว็ต ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ออกมาในวาระวาเลนไทน์ที่ผ่านมานี่ล่ะ โดยเพลงทั้งหมดในอัลบั้มจะว่าด้วยความรัก แล้วก็เป็นงานของเบนสันที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว (แต่ไม่มี Nothing Gonna Change My Love For You ที่ดูจะฮิตเฉพาะในแถบเอเชียมากกว่า) และหลายๆ เพลงก็แสดงศักยภาพของการเป็นกระบี่มือต้นๆ ของวงการเพลงแจ๊ส-โซลให้ได้เห็นเป็นประจักษ์ ตัวงานมีทั้งความนุ่มนวลและสีสันสนุกๆ ไม่ใช่งานเพลงรักแบบบ้านเรา ที่มักจะมากไปด้วยเพลงช้าๆ ในทางบัลลาด กับดนตรีฟังย้วยๆ ระทวย ใน Classic Love Songs เบนสันแสดงให้เห็นว่าเพลงที่มาพร้อมท่วงทำนองคึกคัก มีงานในส่วนของดนตรีที่หวือหวาก็สามารถให้ความรู้สึกละมุนได้

และไม่ใช่แค่พาร์ตของกีตาร์ที่ให้อารมณ์นวลหู อุ่นใจ เสียงร้องของเบนสันก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งให้งานชุดนี้เป็นงานเพลงเพราะ สำหรับสร้างบรรยากาศสวยๆ ในวันแห่งความรักที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นวันวาเลนไทน์เสมอไป โดยเฉพาะเพลงขายของตายอย่าง Breezin'

ขณะที่งานของเบนสันอยู่ในข่ายของงานรวมเพลงรัก กับบอยซ์ทูเมนกลุ่มนักร้องประสานเสียงเจ้าของเพลงอย่าง End of the Road หรือ I'll Make Love to You อัลบั้มเพลงรักของพวกเขาก็คือการนำเพลงรักเก่าๆ ที่คุ้นกันดีอยู่มาร้องใหม่ และหากมองย้อนไปถึงอัลบั้มหลังๆ ของบอยซ์ทูเมน Love อัลบั้มชื่อง่ายๆ ชุดนี้ ก็เป็นงานคัฟเวอร์ชุดที่ 3 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว

แต่ที่ต่างไปจากงานสองอัลบั้มก่อนก็คือ Love ไม่ใช่การนำเอาเพลงของศิลปินผิวดำจากยุคต่างๆ มาร้องหรือตีความงานเพลงของตัวเองใหม่ หากเป็นการหยิบเพลงของศิลปินที่ส่วนใหญ่เป็นผิวขาวมาคัฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่อย่าง เทคแธต กับ Back For Good, Time After Time ของซินดี ลอเปอร์ หรือว่าเพลงคันทรีเก่า Amazed ของโลนสตาร์ แน่นอนว่าโดยมาตรฐาน เสียงร้องของบอยซ์ทูเมน "น่าจะ" ดีกว่าเสียงของงานต้นฉบับอยู่แล้ว แต่กับการทำงานเพลง องค์ประกอบที่ดีกว่าไม่ได้หมายความว่าจะสร้างงานที่ดีกว่า และก็เห็นกันหลายต่อหลายครั้ง ที่งานคัฟเวอร์ที่ถึงพร้อมด้วยสรรพกำลังกลายเป็นความล้มเหลวเมื่องานที่ออกมาขาดไร้ "เสน่ห์" โดยสิ้นเชิง

และกับ Love ของบอยซ์ทูเมนก็อยู่ในข่ายเดียวกัน แรนดี แจ็กสัน โปรดิวเซอร์กับทีมบอยซ์ทูเมนไม่สามารถสร้างงานที่ผสมผสานลักษณะเด่นของต้นฉบับ เข้ากับศักยภาพของบอยซ์ทูเมนได้อย่างลงตัวออกมาได้ ทำให้ตัวงานเป็นได้ก็แค่ความสดใหม่ของเพลงฮิตเพลงเดิมๆ ที่เคยรู้จักกันดีแต่ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้

Time After Time ของซินดี ลอเปอร์ คือหนึ่งตัวอย่าง และกับ Iris เพลงป็อปร็อกของกูกูดอลล์สก็ใช่ ขนาดเพลงของศิลปินผิวดำด้วยกันอย่าง Cupid ที่ต้นฉบับเป็นของแซม คุก พวกเขาก็ยังสอบไม่ผ่าน

ในเมื่อฟังแล้ว ได้ยินแล้ว ก็ยิ่งทำให้นึกถึงเวอร์ชั่นต้นฉบับ ว่ามันลงตัวและงดงามขนาดไหน

หาก Classic Love Songs คือการแสดงให้เห็นถึงความหวานของความรักว่ามีแง่มุม มีสีสันมากขนาดไหน Love ของบอยซ์ทูเมนก็เป็นตัวอย่างของความหวานแบบลูกกวาด หมากฝรั่งลิ้มรสแล้วก็จบกัน ไม่ต้องจำ หรือติดอยู่ในใจอีกต่อไป.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์