นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเศษซากของวาฬดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีฟันซี่ใหญ่น่ากลัวมาก
รายงานในวารสาร Nature ตั้งชื่อเจ้าสัตว์อายุ 12 ล้านปีตัวนี้ว่า เลอวายแธน เข้าใจว่าตัวมันยาวถึง 17 เมตร
แม้ขนาดและรูปร่างหน้าตาเทียบเคียงได้กับวาฬสเปิร์มในปัจจุบัน แต่จุดต่างก็คือ ขณะที่วาฬสเปิร์มเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่เฉย คอยดูดหมึกกินอยู่ที่ก้นมหาสมุทร เจ้าเลอวายแธนกลับเป็นนักล่าที่ดุดัน
ดร.คริสเตียง เดอ มุยซอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในกรุงปารีส บอกว่า เจ้าเลอวายแธนสามารถล่าสัตว์ใหญ่อย่างโลมา แมวน้ำ หรือแม้แต่วาฬได้เลยทีเดียว
”มันคืออสุรกายแห่งท้องสมุทร มันอาจต่อสู้กับฉลามตัวยาว 15 เมตร” เขาบอก และว่า มันอาจจับเหยื่อที่มีความยาว 8 เมตรได้ โดยใช้ฟันซี่ใหญ่งับและฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ
นักวิจัยได้ค้นพบกะโหลกยาว 3 เมตรของมันในภาคใต้ของเปรูเมื่อปี 2551 ซี่ฟันของมันมีความยาวและความใหญ่มากกว่าของวาฬสเปิร์มกว่า 2 เท่า มีทั้งฟันล่างและฟันบน ขณะที่วาฬสเปิร์มนั้นมีแต่ฟันล่างอย่างเดียว
นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าทำไมวาฬดึกดำบรรพ์ชนิดนี้จึงสูญพันธุ์ แต่คาดเดาว่าสภาพแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกมันจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งอาจทำให้เกิดวาฬสายพันธุ์ใหม่ที่มีนิสัยอ่อนโยนขึ้นอย่างวาฬสเปิร์ม แล้วเมื่อสภาพแวดล้อมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง พวกวาฬกินเนื้ออย่างวาฬเพชฌฆาตก็หวนกลับมาอีก
นักวิจัยทีมนี้ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องวาฬ เป็นแฟนของนิยายเรื่องโมบี ดิก ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวาฬสเปิร์มขาวที่ดุร้าย จึงตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้แก่ฟอสซิลของสัตว์ที่พบนี้ตามชื่อของผู้แต่งคือ เฮอร์แมน เมลวิลล์ โดยมีชื่อเต็มว่า Levaithan melvillei.








