เวลานี้ถ้าเผื่อจะดูหนังไทยดีๆ ในโปรแกรมที่กำลังฉายล่ะก็ อยากแนะนำว่าให้ตีตั๋วดูเรื่อง "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก" ผลงานกำกับฯ ของคุณพุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร กับคุณวศิน ปกป้อง ตอนนี้ นัยว่าเก็บรายได้ไปแล้วเฉียดๆ 70 ล้านบาท กับอีกเรื่อง "กวน มึน โฮ" ของผู้กำกับฯ คุณบรรจง ปิสัญธนะกุล
ซึ่งเรื่องหลังนี้ล่าสุดตัวเลขได้ขยับขึ้นแซง "5 แพร่ง" และ "ชัตเตอร์" หนังค่ายจีทีเอชด้วยกัน จากการฉายเพียง 16 วัน ก็สามารถเก็บรายได้ผ่าน 100,000,000 ล้านไปแล้ว ดูเหมือนคุณวิสูตร พูลวรลักษณ์ ผู้บริหารจะมั่นใจว่าเรื่องกวน มึน โฮ จะเก็บได้ถึง 120 ล้านอย่างแน่นอน
ก็น่าดีใจกับบริษัทสหมงคลฟิล์มและจีทีเอช ที่ทำหนังแล้วเก็บเงินได้มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ เหมือนอย่างที่ "เสี่ยเจียง" คุณสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ มักพูดอยู่เสมอๆ ว่า ทำหนังนะ ถ้าทำเป็น-คิดเป็นมันก็เหมือน "นั่งพิมพ์แบงก์" แต่ถ้าคิดไม่เป็นทำไม่เป็นก็ "นั่งเผาแบงก์" ดีๆ นี่เอง
คงจะหมายถึงว่าเวลา "ได้" จะรวยในพริบตา แต่เวลาพลาดก็ "หมด" ในพริบตาด้วยเช่นกัน..ฉะนั้นจึงเห็นว่าบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ในบ้านเรา จะมีอยู่ไม่มากนัก เท่าที่พอจะนับนิ้วได้นอกจากสองค่ายที่ได้เอ่ยแล้ว ก็มีไฟว์สตาร์, พระนครฟิล์ม, เอ็ม 39, อาร์เอส, โมโน และค่ายเล็กค่ายน้อยอีก 3-4 บริษัท
ในแต่ละปีก็จะมีหนังที่ผลิตออกสู่สายตาผู้ชมอยู่ราวๆ สัก 40-50 เรื่อง บริษัทที่ลงทุนสร้างมากสุดก็เห็นจะเป็น "สหมงคลฟิล์ม" ที่ปีหนึ่งๆ จะมีหนังไม่ต่ำกว่า 12 เรื่อง ในขณะที่จีทีเอช, ไฟว์สตาร์, พระนคร จะสร้างอยู่ 4-6 เรื่อง นอกนั้นก็เรื่องสองเรื่อง
และปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมา จะสังเกตเห็นว่าหนังของบริษัทสหมงคลฟิล์ม ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จด้านรายได้เสียส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับจีทีเอชที่ไม่ว่าปล่อยเรื่องอะไรออกมา ก็มักจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม ซึ่งน่าจะกล่าวได้ว่าชื่อเสียงของทั้งสองบริษัทนี้ คนดูจะให้ความมั่นใจอยู่มาก
แต่จีทีเอชนั้นดูเหมือนค่อนข้างจะรัดกุมอยู่พอสมควร กับการทำหนังในแต่ละเรื่อง และไม่ค่อยจะทำหนังอื่นที่ต่างไปจาก "หนังรักอารมณ์ดี" ที่เน้นกลุ่มตลาดวัยรุ่นเป็นหลัก จะเห็นว่าไม่เคยได้ดูหนังบู๊แอคชั่นจากค่ายนี้เลย
ต่างกับสหมงคลฟิล์มที่มีหนังออกมาให้ดูหลากหลายแนว และแต่ละปีจะต้องมีหนังบู๊แอคชั่นฟอร์มใหญ่อย่างน้อยก็ 1-2 เรื่อง ซึ่งปีนี้แน่นอนแล้วว่าหนังเรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ภาค 3 จะเสร็จและเข้าฉายได้ในวันที่ 5 ธันวาคม
มีคนกระซิบกับผมว่า ปีนี้เป็น "ปีทอง" ของสหมงคลฟิล์ม ก็น่าจะจริง และยิ่งเห็นโปรแกรมจากนี้ไปที่มีหนังเรื่อง "ชั่วฟ้าดินสลาย" เข้าฉาย ก็จะตามด้วยหนังตลกเรื่อง "กะปิ", "พระเท่งนักเลงโหน่ง", "ซามูไร" และอีก 2-3 เรื่องไปจนสิ้นปี ซึ่ง "หน้าหนัง" ล้วนแต่ทำเงินได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับ "เสี่ยเจียง" แล้วคงไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรนักกับธุรกิจของบริษัท เพราะตลอดระยะเวลา 40 กว่าปีได้สัมผัส "สุข-ทุกข์" กับการทำหนังมาโดยตลอด..แต่ถ้าจะพูดว่าปีนี้เป็นปีที่ "เสี่ยเจียง" มีความสุขที่สุด อย่างนั้นล่ะก็น่าจะใช่
แหม...ลูกสาวสุดรักจะเข้าพิธีแต่งงานในวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนนี้แล้ว ใครปะหน้า "เสี่ยเจียง" ยามนี้ย่อมจะเห็นยิ้มระรื่น เอิ๊กอ๊ากอารมณ์ดีทั้งวันเลยแหละ. สันต์ สะตอแมน
Satorman_1@yahoo.co.th








