ปิดโครงการปั้นผู้ต้องขังเป็นนักร้องรุ่นที่ 2 กรมคุกจับมือสมาคมนักร้องฯ ระดมครูเพลงฝึกสอนนักโทษชาย 30 คนขับร้องเพลงไทยสากล ช่วยขัดเกลาจิตใจผ่อนคลายเครียด พบลูกนักดนตรียุคโก๋หลังวังร่วมเข้าคอร์สด้วย พร้อมเผยหลังพ้นโทษจะขึ้นเวทีคว้าไมค์
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ต้องขังที่จบหลักสูตรโครงการฝึกวิชาชีพขับร้องเพลงไทยสากล รุ่นที่ 2 จำนวน 30 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด โดยมีนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ และนายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร ขณะเดียวกันยังมีการแสดงขับร้องเพลงไทยสากลจากผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรม
นายชาติชายกล่าวว่า โครงการฝึกสอนขับร้องเพลงไทยสากลหรือเพลงลูกกรุงให้แก่ผู้ต้องขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม-2 กันยายนที่ผ่านมา รวมระยะเวลาฝึกอบรม 60 ชั่วโมง โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย และกรมประชาสัมพันธ์ ให้ความอนุเคราะห์ติดต่อศิลปินครูเพลงที่มีชื่อเสียงเข้ามาฝึกสอนทักษะการร้องเพลง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ หลังจากที่โครงการครั้งแรกมีผู้ต้องขังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กิจกรรมครั้งนี้นับว่ามีส่วนช่วยในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง ทั้งในด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม ทำให้ผู้ต้องขังใช้เวลาว่างเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ได้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้ทักษะการขับร้องอย่างถูกต้อง โดยมีศิลปินแห่งชาติและครูเพลงอีกหลายท่านที่เสียสละเวลามาฝึกสอนคนเหล่านี้ ซึ่งคนทั่วไปคงหาโอกาสเช่นนี้ได้ยาก อีกทั้งยังถือว่าเป็นแนวทางในการบำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาผู้ต้องขังให้มีทัศนคติที่ดีต่อสังคม ลดความก้าวร้าว ส่งผลดีต่อการปกครองหรือควบคุมดูแลผู้ต้องขังได้อีกทางหนึ่ง และเตรียมพร้อมจะเป็นคนดีเพื่อพ้นโทษกลับสู่สังคมภายนอกต่อไป
"ผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 มีคนที่พ้นโทษออกเรือนจำไปแล้วได้เดินสายร้องเพลงร่วมกับสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย นอกจากได้กลับตัวเป็นคนดีแล้ว ยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกอย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป" นายชาติชายกล่าว
เรืออากาศตรีสุเทพกล่าวว่า สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการสอนผู้ต้องขังร้องเพลงอย่างถูกต้องแล้ว คณะศิลปินที่เป็นวิทยากรยังได้ถ่ายทอดแนวความคิดหรือคติสอนใจให้แก่ผู้ต้องขังได้นำไปปรับใช้ให้เป็นคนดี แต่ละเพลงมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งและจุดประกายให้พวกเขาพัฒนาตนเอง การขับร้องเพลงยังช่วยจรรโลงหรือขัดเกลาจิตใจให้มีความสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน หรือคลายเครียดระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ นักโทษหลายคนมีแววที่จะพัฒนาเป็นนักร้องอาชีพได้
ด้านนายแมนรัตน์ อายุ 41 ปี ผู้ต้องขังที่ได้รับประกาศนียบัตร บอกว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสพบปะศิลปินแห่งชาติ และได้เรียนรู้การขับร้องเพลงอย่างถูกต้อง ทั้งการใช้ภาษาไทย การฝึกลมหายใจ และตัวโน้ตขั้นพื้นฐาน เมื่อรู้ว่าทางกรมราชทัณฑ์เปิดโครงการรุ่นที่ 2 ก็รีบสมัครทันที เพราะสนใจด้านการร้องเพลงอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีบิดาเป็นนักดนตรีร่วมยุคสมัยเดียวกับโก๋หลังวัง เดิมมีการติดต่อบิดาให้มาเล่นดนตรีแล้วให้ตนเป็นผู้ขับร้องในพิธีปิดโครงการนี้ แต่พ่อยังป่วยอยู่ก็เลยไม่สามารถมาร่วมงานได้ อย่างไรก็ตาม ยังเหลือเวลาอีก 10 เดือนก็พ้นโทษ ตนตั้งใจที่จะเป็นทำความดี ไม่ย้อนกลับเข้ามาอีก หากมีโอกาสก็จะขอทำงานร่วมกับสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย.








