ชี้สภาพอากาศปีนี้ร้อนระอุ กรมอุตุชี้อุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศา หลายจังหวัดทะลุ 42 องศา แต่หน้าแล้งไม่รุนแรง เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ เตือนเกษตรกรงดปลูกข้าวช่วงนี้ เพราะฝนทิ้งช่วงแน่ ขณะที่นักวิชาการระบุฝนตกหนักในช่วงฤดูหนาว เป็นความผิดปกติในรอบ 50 ปี
นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า สภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ที่มีวันหนาวน้อยมาก เนื่องจากว่าความกดอากาศจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมไม่ถึงภาคกลางและกรุงเทพฯ แต่จะทำให้อากาศหนาวเย็นเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดช่วงฤดูหนาว และในบางช่วงมีฝนตกหนัก เพราะความชื้นจากทะเลจีนใต้ถูกพัดเข้ามาทางภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติของสภาพภูมิอากาศตามที่ประชาชนตั้งข้อสงสัย และไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิร้อนแต่อย่างใด
นายสมชายกล่าวว่า สำหรับการพยากรณ์สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อน ที่จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าอุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะสูงกว่าปกติไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส หมายความว่าปีนี้อากาศร้อนขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และจะส่งผลกระทบต่อหน้าแล้ง ซึ่งมีผลให้ขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตรกรรม จึงขอให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และเตรียมกักเก็บน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอ
"สำหรับเรื่องอากาศร้อนนั้น ตอบไม่ได้ว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดกี่องศาเซลเซียส แต่ตามทฤษฎีบอกได้ว่าจะตรงกับวันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากกับประเทศไทยในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ หลายจังหวัดอาจจะมีอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียสแน่นอน แต่ไม่สามารถระบุพื้นที่ได้ชัดเจน" รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าว
นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาและเฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดภาวะร้อนและแห้งแล้งจัด แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ 100% เพราะปรากฏการณ์เอลนีโญไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลมฟ้าอากาศบ้านเรา แต่มีผลกระทบทางอ้อมในเรื่องความแห้งแล้ง ซึ่งเป็นฤดูกาลปกติของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จะไม่กระจายเป็นวงกว้าง กล่าวคือในพื้นที่อับฝนก็จะแห้งแล้งซ้ำซากทุกปีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาขอยืนยันว่า ในปีนี้ประเทศไทยจะไม่ได้มีอากาศแห้งแล้งจัด แต่ในช่วงฤดูร้อนอาจจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติไม่เกิน 20% ดังนั้น จึงขอให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและหลีกเลี่ยงการทำนาปลูกข้าวในช่วงนี้
ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (ศรภอ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้ประเทศไทยมีอากาศร้อนกว่าปกติ ขณะที่สภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมาเกิดความแปรปรวน มีฝนตกหนักและถี่กว่าปีที่ผ่านมา นับวันที่ฝนตกต่อเนื่องยาวนานได้มากถึง 20 วัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 50 ปี ถือเป็นความผิดปกติในช่วงฤดูหนาว เพราะมีพายุดีเปรสชันขึ้นมาทางฝั่งตอนใต้ของเวียดนาม โดยพัดพามวลอากาศร้อนและชื้นเข้ามาในประเทศไทย ทำให้กรุงเทพฯ และหลายจังหวัดในภาคกลางมีฝนตกหนัก
"พายุดีเปรสชันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากนัก เพราะโดยปกติพายุดังกล่าวจะสิ้นสุดเพียงกลางเดือนธันวาคมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุทางสภาพอากาศที่อาจจะไม่เกิดอีกก็เป็นได้ และยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน" ดร.อานนท์กล่าวสรุป.








