Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เสื้อแดงอย่าแหย็มทำรุนแรง-ชุมชนสู้ 'กิ่งเพชร'จำบทเรียน วอนทหารช่วยดูแล!


รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ปะทะกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อช่วงเมษา.เลือดปีก่อน ส่วนใหญ่เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ วอนอย่าใช้ความรุนแรง ชุมชนเพชรบุรีซอย 7 เป็นจุดอ่อนไหวต่อการนองเลือด ชาวบ้านระบุไม่ยอมแน่หากถูกระรานก่อน ชาวนางเลิ้งแนะทหารต้องคุมสถานการณ์ให้อยู่หมัด อย่าปล่อยให้ประชาชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาลในวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ โดยจะปิดล้อมและปักหลักประท้วงตามเส้นทางสำคัญหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลายถึงขั้นก่อจลาจลซ้ำรอยเดือนเมษายนปี 2552 โดยเฉพาะชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ที่ไม่พอใจจากการเคลื่อนขบวนเกินขอบเขตของคนเสื้อแดง นำไปสู่การกระทบกระทั่งและปะทะกัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่ใกล้เข้ามา เริ่มจากชุมชนเพชรบุรีซอย 7 หรือซอยมัสยิดดารุ้ลอะมาน นางสมปอง โพธิ์ศิริ แม่ค้าร้านกาแฟบริเวณปากซอย วัย 53 ปี บอกว่า เมื่อปีที่แล้วได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวกันบุกรุกและทำลายข้าวของภายในร้านจนเสียหายยับเยิน ทั้งตู้กระจก โต๊ะและเก้าอี้พังหมด จนเสียเงินค่าซ่อมแซมและซื้อของใหม่เป็นเงินประมาณกว่า 3,000 บาท แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ใดมารับผิดชอบ แม้ทางราชการจะเข้ามาประเมินความเสียหาย แต่ก็เงียบหายไป

"การชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ไม่ควรทำผิดกฎหมาย ไม่น่าจะมาทำลายข้าวของชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น ขณะนี้คิดว่าหากกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนตัวมาแถวนี้อีก ก็ต้องรีบปิดร้านแล้วเก็บสิ่งของให้อยู่ในที่ปลอดภัย" แม่ค้าร้านกาแฟ ปากซอยเพชรบุรี 7 กล่าว

เธอบอกอีกด้วยว่า ในวันที่ 12-14 มีนาคม ตนจะไม่สวมเสื้อแดง เหตุผลไม่ใช่เพราะอยู่ฝ่ายตรงข้ามเสื้อแดงหรือเป็นฝ่ายเดียวกับเสื้อเหลือง แต่เราต้องทำมาหากิน จำเป็นต้องขายของหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงไม่อยากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย อีกทั้งยังขอเรียกร้องให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบสันติและไม่ใช่ความรุนแรง ส่วนรัฐบาลต้องทำหน้าที่ดูแลปกป้องประชาชนให้ดี

นายสมพงษ์ บุหงาแดง ชาวบ้านวัย 72 ปี เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากคนเสื้อแดงใช้ท่อนไม้ทุบทำลายกรงนกหน้าบ้านที่ติดกับมัสยิด บอกว่า ไม่ค่อยกังวลมากนักกับเหตุการณ์ข้างหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราต้องระมัดระวังป้องกันตนเองให้ดี และขออย่าให้เกิดความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะทหารต้องควบคุมสถานการณ์ให้ชาวบ้านรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ตนเห็นว่าหากคนเสื้อแดงก่อจลาจล ก็ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน ไม่ออกไปไหน และนำกรงนกไปอยู่ในจุดปลอดภัย

"ทหารต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ อย่าให้บานปลายเหมือนปีที่แล้ว ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรเป็นทหารอีกต่อไป" นายสมพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนในชุมชมเพชรบุรีซอย 7 ร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นจุดอ่อนไหวต่อการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสร้างบาดแผลให้พวกเรา ต้องให้จิตแพทย์เยียวยาสภาพจิตใจมาแล้ว หากยังเคลื่อนตัวเข้ามาระรานอีกครั้ง ก็เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ พวกเราก็ต้องป้องกันตนเอง ไม่มีใครอยากให้คนเสื้อแดงมารุมทำร้ายพี่น้องลูกหลานในชุมชน เหตุการณ์สงกรานต์เลือดปีก่อน คนเสื้อแดงบุกเข้ามาทำลายทรัพย์สิน ทุบรถยนต์พังยับหลายคัน บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง และยังยิงปืนเข้าไปในมัสยิดซึ่งเหยียบย่ำศาสนสถานคนมุสลิม จึงไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก เพราะเชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงแน่นอน หากถูกคนเสื้อแดงบุกรุก

"อยากให้นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และแกนนำคนเสื้อแดงคนอื่นๆ เดินทางมาที่ชุมชนเพชรบุรีซอย 7 ด้วยตัวเอง อย่าพาชาวบ้านหรือคนต่างจังหวัดมาเจ็บตัวโดยไม่รู้เรื่อง ถ้ามาวุ่นวายอีกจะได้เจอของจริงยิ่งกว่าครั้งนั้นแน่ๆ เพราะจะมีพี่น้องมุสลิมจากชุมชนอื่นๆ มาช่วยเหลือ" บังเลาะห์ ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ประกาศท้าแกนนำเสื้อแดง

สำหรับชุมชนนางเลิ้ง เป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่เกิดเหตุปะทะกันจนมีชาวบ้านในชุมชนเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน โดยนางวนาพร บุญญานุวัตร อดีตประธานชุมชนนางเลิ้ง บอกว่า เวลานี้สภาพจิตใจของคนในชุมชนเป็นปกติแล้ว และไม่ค่อยรู้สึกกังวลหรือตื่นเต้นกับสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ เพราะชุมชนนางเลิ้งได้ผ่านเหตุการณ์ประท้วงและปิดถนนมาหลายครั้ง ผ่านม็อบมาแล้วมากมายหลายกลุ่ม จนได้บทเรียนว่าจะต้องเตรียมพร้อมอย่างไร จึงไม่ค่อยหนักใจกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ยังไงก็ตามไม่อยากให้คนเสื้อแดงหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้ความรุนแรง หรือสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนวุ่นวาย

"สิ่งที่ชาวนางเลิ้งหวาดผวามากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องไฟไหม้ บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นไม้ หากคนเสื้อแดงปาระเบิดเพลิงหรือจุดไฟเผายางรถยนต์ เกรงว่าจะไหม้ลุกลามบ้านเรือนได้ง่ายๆ" นางวนาพรกล่าว และว่า ชาวบ้านทุกคนเตรียมตัวอยู่แล้ว ผลัดกันเฝ้าเวรยามช่วงกลางคืนและจัดหาถังดับเพลิงไว้ให้พร้อม แต่จะไม่ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน

ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาก่อจลาจล ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยป้องกันอย่างเต็มที่ อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องรับเคราะห์อย่างโดดเดี่ยว ทหารต้องควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ชาวบ้านบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนี้ ตนคิดว่าการที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านอุ่นใจมากว่าจะเกิดความปลอดภัย

หญิงชาวชุมชนนางเลิ้งอีกรายหนึ่งบอกด้วยว่า รู้สึกกังวลว่าคนเสื้อแดงจะบุกรุกเข้ามาทำลายทรัพย์สิน โดยเฉพาะเรื่องไฟไหม้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องระมัดระวังมากที่สุด ตนขอให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิตามกรอบกฎหมาย ไม่ก้าวร้าวหรือใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านที่แสดงความคิดเห็นตรงข้าม อีกทั้งแกนนำคนเสื้อแดงก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ หากควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่จนถึงขั้นก่อจลาจล ไม่ใช่ป้ายสีว่าเป็นมือที่สามสร้างสถานการณ์

ส่วนชุมชนแฟลตดินแดง แม้จะไม่มีเหตุการณ์ปะทะกับคนเสื้อแดงจนเลือดตกยางออก แต่ภาพเหตุการณ์รถแก๊สคันใหญ่มาจอดอยู่หน้าแฟลต ยังคงติดตาและหลอกหลอนพวกเขาจนถึงทุกวันนี้ โดยชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า หากคนเสื้อแดงต้องการชุมนุมเพื่อล้มล้างรัฐบาล ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ก็ไม่ควรทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพราะรับไม่ได้จริงๆ หรือถ้าจะใช้รถแก๊สมาข่มขู่ทหาร ก็ควรไปจอดไว้หน้าบ้านพวกเสื้อแดง.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์