นักวิทยาศาสตร์บอกว่า พวกลิงใหญ่ไม่มีหางได้สูญพันธุ์ทั่วทั้งยุโรปเมื่อ 9 ล้านปีก่อน เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
ผลการศึกษาฟอสซิลฟันของลิงเอปบ่งบอกถึงสภาพของยุโรปเมื่อช่วงปลายยุคไมโอซีน
ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลานั้น ได้ทำให้ป่าหลายแห่งกลายเป็นทุ่งหญ้า และพวกลิงมีหางก็เข้าแทนที่ลิงเอป
รายงานซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Royal Society ในอังกฤษ บอกว่า ในยุคนั้นบรรดาสัตว์ที่เป็นญาติของลิงอุรังอุตัง กอริลลา ชิมแปนซี และชะนี ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ในเอเชียและแอฟริกา เพราะสภาพแวดล้อมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
ทีมวิจัยซึ่งนำโดย ดร.กิลดาส แมร์เซรอง แห่งมหาวิทยาลัยโคลด แบร์นารด์ ลียอง 1 ในประเทศฝรั่งเศส ได้ศึกษาฟอสซิลฟันของกวางแอนติโลปที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกับลิงเอปในยุคไมโอซีน โดยดูว่าสัตว์พวกนี้กินอะไรเมื่อหลายล้านปีก่อน
ดร.แมร์เซรองบอกว่า วิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมในอดีตคือ ศึกษาว่าพวกสัตว์กินพืชนั้นกินอะไรบ้าง เหตุที่ดูจากฟอสซิลของแอนตีโลปก็เพราะพวกนี้เป็นสัตว์ที่มีทั่วไปในยุโรปในช่วงเวลานั้น
นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ร่องรอยที่ปรากฏอยู่ที่ฟันของแอนตีโลป เพื่อดูว่าพวกมันกินพืชอะไร พบว่าตอนที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพวกนี้อยู่ร่วมกับลิงใหญ่ไม่มีหาง หรือลิงเอปนั้น สภาพในยุโรปตอนนั้นไม่เหมือนกับช่วงเวลาต่อมา
เขาบอกว่า ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดในชั่วข้ามคืน แต่เมื่อถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของลิงเอปเปลี่ยนไป ป่าหายไป พวกลิงเอปในยุโรปก็ค่อยๆ สูญพันธุ์ แล้วมีลิงจำพวกเมโสพิเธคัสเกิดขึ้นแทน
เมื่อป่าเริ่มหายไป พวกลิงใหญ่ก็ต้องอยู่แยกกันเป็นหย่อมๆ ในป่าเล็กๆ ที่หลงเหลือ เมื่ออยู่แยกกันก็ไม่สามารถแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันได้ ประชากรลิงกลุ่มต่างๆ จึงค่อยๆ ลดลง
ลิงเอปในปัจจุบันก็กำลังเจอสภาพป่าหดหายเช่นกัน แถมยังถูกล่า เวลานี้ลิงอุรังอุตังพันธุ์สุมาตราเหลืออยู่ในป่าแค่ประมาณ 6,000 ตัว กอริลลาภูเขาเหลือประมาณ 700 ตัว.








