Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

วิสามัญบันเทิง


จุดจบไม่ต่างกัน

วานนี้..ผมเป็นหนึ่งในจำนวนสื่อที่ได้รับเกียรติจากบริษัทสหมงคลฟิล์ม เชิญไปดูภาพยนตร์เรื่อง "นาคปรก" ในรอบเพรสที่เหมือนจะเป็นประเพณีของผู้สร้างหนังไทย ที่ก่อนหนังจะเข้าโรงฉาย 2-3 วัน จะต้องเปิดฉายให้นักข่าวสายบันเทิงได้ชมเสียทุกเรื่องไป

ทั้งนี้ก็เพื่อผลทางการตลาดที่ค่ายหนังเชื่อกันว่า "ได้" มากกว่า "เสีย" หมายถึงเมื่อเปิดฉายรอบเพรสแล้ว สื่อก็จะได้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ นำภาพ-ข่าวไปเผยแพร่บอกกล่าว ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อ "กระตุ้น" ให้เกิดความอยาก (ดู) ในแต่ละคน และที่ผ่านมา "ผล" ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ก็ใช่จะ "ได้" ไปทั้งหมด ด้านที่ "เสีย" ก็มีอยู่เหมือนกัน

หากว่าหนังเรื่องนั้นๆ ไม่มีคุณภาพดีพอ หรือพูดง่ายๆ เป็นหนังที่ห่วย แทนที่จะฉายให้สื่อดูแล้วเป็นผลดี กลับเป็นว่าฉายหนังให้นักข่าวรุมด่าผลงานตัวเองไปเสียงั้น! ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ หรือจะกล่าวได้ว่าแทบทุกเรื่องเสียด้วยซ้ำ..

แต่ซีกเจ้าของหนังกลับมองและคิดแบบหยาบๆ เอาว่า ไม่ว่าสื่อจะด่าหรือชมผลที่ได้ ก็เกิดคุณทางการตลาดกับตัวหนังอยู่วันยังค่ำ ด่ามากวิจารณ์สาดเสียเทเสียมาก คนอ่านก็ยิ่งอยากรู้อยากดูว่ามันห่วยอย่างที่นักวิจารณ์คนนั้นมันเขียนจริงหรือ? ..กลับกันยิ่งชมยิ่งเยินยอก็ยิ่งทำให้อยากดูอยากรู้ หนังมันดีเลิศถึงขนาดนั้นเชียวรึ?

ก็ดูหนัง "นาคปรก" นี้แหละตัวอย่างล่าสุด เพราะตั้งแต่ผู้กำกับฯ คุณภวัต พนังคศิริ ถ่ายปิดกล้องเสร็จมา มีการนำไปฉายให้นักศึกษาตามสถาบันต่างๆ ชมมาหลายสิบสถาบัน ก็มีเสียงพูดวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา หลากทัศนะต่อเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ในเรื่องพุทธศาสนา ยิ่งพูดกันมากคนก็ยิ่งอยากดู จนที่สุด "นาคปรก" ก็ถูกมองว่าเป็น "หนังแรง" ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้ยลเนื้อหาของหนังเรื่องนี้มาก่อนเสียด้วยซ้ำ..

จนเมื่อค่ำวานนี้แหละที่เราสื่อมวลชน ได้ไปนั่งชมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และก็ดูจะไม่ผิดไปจากเสียงวิจารณ์ที่ได้ยินมา บางคนก็ว่าหนังแรงจริงแต่เป็นการส่งเสริมมากกว่าจะทำลายพุทธศาสนาอย่างที่หวั่นใจกัน ในขณะที่บางคนก็ว่าเป็นความกล้าของผู้กำกับฯ ผู้สร้างที่ได้ฉีกกฎเกณฑ์เก่าๆ เพื่อปูทางให้ผู้กำกับฯ กล้าที่จะคิด-ทำหนังแปลกใหม่ในอนาคต ซึ่งจะทำให้หนังไทยไม่จมปรักวนเวียนอยู่แค่หนังรักวัยรุ่น ตลก ผีอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม มุมมองที่ว่าผู้แสดงใช้ทั้งคำพูดและพฤติกรรมที่หยาบคาย ไม่เหมาะสมกับสถานะของความเป็นพระ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็น "พระปลอม" ที่ปล้นผ้าเหลืองมาคลุมกาย เสียงนั้นก็ยังคงแสดงทัศนะ หนังกำลัง "ทำลาย" มากกว่าพิทักษ์ศาสนาอยู่ดี

ก็นี่แหละความคิดที่เห็นต่าง..ผมฟังก็ได้เพียงแต่ยิ้มให้ทั้งฝ่ายที่ชมและฝ่ายที่ติ ไม่ได้ไปแสดงท่าทีหรือความคิดเห็นอะไรให้ดูเป็นการส่งเสริมหรือคัดค้าน แต่ภายในใจนั้นผมมองหนังด้วยความรู้สึกของตัวเองว่า "นาคปรก" ควรที่จะได้ฉายมาตั้งแต่ครั้งยังมี "กองเซ็นเซอร์" อยู่

ไม่ต้องรอเรตติ้งนานถึงเพียงนี้ เพราะภาพ-เนื้อหาหนังที่ปรากฏต่อสายตา ผมมองไม่เห็นด้วยสัตย์จริงว่าหมิ่นเหม่หรือทำลายพุทธศาสนาตรงไหน ผมออกจะชื่นชมเสียมากกว่า ที่หนังยังได้สรุปบทจบของคนชั่วตามหลักธรรมไว้อย่างชัดเจน

คนชั่วย่อมต้องได้รับผลแห่งการกระทำ..ผู้ที่ยุยงส่งเสริมให้คนเผาบ้านเผาเมือง ฆ่าฟันไทยด้วยกันเองในขณะนี้..จุดจบนั้นก็ไม่ต่องไปจากพวกโจร "ปล้นผ้าเหลืองพระ" นั่นหรอก คอยดูเถอะ!

สันต์ สะตอแมน

Satorman_1@yahoo.co.th



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์