นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน อยู่ในวัยแรงงานประมาณ 41.8 ล้านคน หรือร้อยละ 63 ซึ่งวัยแรงงานเหล่านี้ เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปี 2552 พบว่า ผู้ใช้แรงงานที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุด อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15-29 ปี โดยอาชีพที่เข้ารับการบำบัดรักษามากที่สุดคืออาชีพรับจ้าง มีจำนวน 35,301 คน รองลงมาเป็นกลุ่มว่างงาน 21,703 คน และอันดับ 3 ได้แก่ อาชีพเกษตรกร 10,478 คน
นางอัมพรกล่าวว่า สถิติของวัยแรงงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบในด้านการแข่งขันเสรีทางการค้าของนานาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากละเลยหรือมีการกระทำที่เกี่ยวกับยาเสพติดก็จะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรงในทุกด้านจากสังคมโลก
ดังนั้น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงกำหนดนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ โดยได้จัดทำโครงการโรงงานสีขาวขึ้นเพื่อรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้ยาเสพติดแพร่ขยายเข้าสู่สถานประกอบกิจการ และต้องการลดจำนวนแรงงานที่ติดยาเสพติดให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลในทิศทางบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป โดยตั้งแต่เริ่มโครงการมาจนถึงขณะนี้มีนายจ้างทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ และผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์โรงงานสีขาวทั้งสิ้นจำนวน 3 หมื่นกว่าแห่ง รวมลูกจ้างจำนวน 3.3 แสนคน
ทั้งนี้ นายจ้างที่เข้าร่วมโครงการสีขาว อาจมีการสุ่มตรวจยาเสพติดกับลูกจ้างในสถานประกอบการ ในขณะที่ลูกจ้างก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธเข้ารับการตรวจ แต่ส่วนใหญ่ลูกจ้างมักจะให้ความร่วมมือ และเมื่อนายจ้างพบว่ามีลูกจ้างติดยาเสพติด ซึ่งอาจจะมีฝีมือในการทำงานดี ก็จะส่งเข้ารับการบำบัดรักษาและให้โอกาสกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิม หรืออาจจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อความเหมาะสม
โดยในปี 2552 ที่ผ่านมา มีนายจ้างส่งลูกจ้างเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติด จำนวน 360 คน โดยไม่ถือว่าเป็นวันลาและได้ค่าจ้างตามปกติ ซึ่งอาจเป็นเพราะลูกจ้างมีทักษะฝีมือในการทำงานดี แต่หลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อนายจ้างรู้จากการสุ่มตรวจก็ส่งให้ลูกจ้างมาเข้ารับการบำบัดรักษา แล้วให้โอกาสกลับไปทำงานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการดำเนินงานลักษณะนี้เป็นไปตามโครงการโรงงานสีขาวและการกลับสู่ชีวิตใหม่ เพราะหากปล่อยผู้ใช้แรงงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้รับโอกาสในการทำงานอีกครั้ง ก็จะไม่เป็นภาระให้กับสังคมต่อไป
ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งมีสถานประกอบกิจการประเภทอุตสาหกรรมจำนวนทั้งสิ้น 82 แห่ง และได้เปิดดำเนินการในขณะนี้ 76 แห่ง โดยส่วนมากประกอบกิจการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม, อิเล็กทรอนิกส์, ปุ๋ย, สีและเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีการจ้างแรงงานในพื้นที่นี้จำนวน 12,682 คน
โดยนิคมอุตสาหกรรมบางชันจะกำหนดวันประกาศตัวเป็น "นิคมอุตสาหกรรมบางชันสีขาว" ในวันที่ 26 มิถุนายน 2553 นี้ ซึ่งเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก พร้อมผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายสถานประกอบกิจการในนิคมเข้าร่วมโครงการให้ครบทุกสถานประกอบการด้วย.








