วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ความหลากหลายวัฒนธรรมประตูบานใหญ่สู่สันติสุขถิ่นใต้


    ผู้คนจากจังหวัดต่างๆ ในชายแดนใต้พากันเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม นับตั้งแต่การเดินริ้วขบวนแห่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของทุกอำเภอใน จ.ยะลา สงขลา สตูล ปัตตานี และนราธิวาส การสาธิตงานช่างฝีมือพื้นบ้านเก่าแก่ หรือชมซุ้มนิทรรศการความหลากหลายทางวัฒนธรรมใน 5 จังหวัดชายแดนใต้แล้ว ยังมีมหรสพการละเล่นถิ่นใต้อันสวยงามด้วยท่วงท่าการร่ายรำ ซึ่งยังคงถ่ายทอดสืบต่อจากคนรุ่นสู่รุ่นจัดแสดงให้ชม เนื่องในงาน "มหกรรมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน สู่สันติสุขชายแดนใต้" ที่มีการจัดงานบริเวณโรงพิธีสนามช้างเผือก จ.ยะลา เมื่อวันที่ 1-5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม หวังนำมิติทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเป็นสะพานเพื่อจะสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความสมานฉันท์ในชายแดนใต้
     "จังหวัดชายแดนใต้เป็นอาณาจักรเก่าแก่มาก่อน เรียกว่า "ลังกาสุกะ" เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและการค้าที่สำคัญ จะเห็นได้จากความเป็นอยู่มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม และศาสนาอื่นๆ มีประเพณีเก่าแก่ ภาษา รวมทั้งประวัติอันยาวนาน" เจ๊ะรอหาณี เจ๊ะแว ซึ่งเดินทางมาจาก อ.บันนังสตา เพื่อเข้าร่วมมหกรรมนี้ กล่าว
     และเธอเห็นว่า ในช่วงเวลาสั้นๆ ของงานมหกรรมครั้งนี้ ทำให้ได้รับรู้วัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้อื่นๆ ซึ่งบางอย่างก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หวังว่าจะลดความขัดแย้งและรักกัน เพราะว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่ใช่ปัญหาของการอยู่ร่วมกัน
     งานมหกรรมในครั้งนี้ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน นอกจากมีนิทรรศการจัดแสดงประวัติศาสตร์ ยังมีตลาดนัดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซุ้มขายอาหารพื้นเมือง ขายน้ำชาและขนมใต้ที่หากินได้ยากในบริเวณงาน
      อรสา ณ นคร ชาวปัตตานี กล่าวว่า เดินทางมาที่นี่เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทั้งเสื่อกระจูด เรือกอและจำลอง บูดูสายบุรี ข้าวเกรียบสายบุรี ภูมิปัญญาพื้นบ้านเหล่านี้แสดงถึงทักษะด้านหัตถกรรมพื้นบ้านสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและดีไซน์สมัยใหม่ ทำให้ชาวสายบุรีมีรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ซึ่งมีลูกหลานสืบทอดวิชา ทำให้พวกเขามีทักษะและความรักในศิลปะดั้งเดิม อยากให้คนในจังหวัดภาคใต้มีจิตสำนึกรักแผ่นดินเกิด รวมทั้งคนในสังคมรับรู้เสน่ห์ทางวัฒนธรรม เพราะในพื้นที่ไม่ได้มีแต่ความรุนแรงที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์
     นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมวัฒนธรรมสัญจรที่วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา ซึ่งเป็นความพยายามสร้างการเรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยศิลปะการแสดงหลากหลายเชื้อชาติในเวทีเดียวกันนี้ ทั้งการแสดงที่น่าสนใจจากเกาหลี อินโดนีเซีย และที่ดูจะได้รับความสนใจจากนักเรียนนักศึกษามากเป็นพิเศษก็คือ การแสดงของคณะ "เพอร์ซาตวน เคเชเนียน เสรี เพกาน" จากมาเลเซีย ที่ชวนน้องๆ ออกมาเต้นด้วยจังหวะสนุกสนาน พร้อมกับสอนท่วงท่าการแสดงพื้นบ้านแบบดั้งเดิมให้ด้วยหัวใจ
     ศักดิ์ชัย ยิ่งจำเริญศาสตร์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา กล่าวว่า มหกรรมวัฒนธรรมไทยฯ และกิจกรรมวัฒนธรรมสัญจรเป็นโอกาสให้เยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ได้เรียนรู้ด้านวัฒนธรรมจากประสบการณ์ตรง ดูจากของจริง ไม่ใช่แค่ศึกษาในตำรา ทำให้เยาวชนเข้าใจศิลปวัฒนธรรมของชายแดนใต้และวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่นำมาซึ่งความเข้าอกเข้าใจกัน ช่วยประสานความสามัคคี สร้างความปรองดอง เราจะได้อยู่ด้วยกันด้วยสันติสุขอย่างแท้จริง
     และหนึ่งในนักศึกษาที่เข้าไปร่วมเต้นรำหยอกล้อกับคณะนักแสดงประเทศมาเลเซีย มานิตา เกื้อสกุล นักศึกษา ปวส. ปี 2 คณะบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา บอกว่า สนุกมากๆ เพราะว่าเป็นการแสดงที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ชอบที่คณะนักแสดงมาเลเซียมาถ่ายทอดการแสดงพื้นบ้านให้พวกเรา จังหวะดนตรีก็สนุกสนานคล้ายกับดนตรีทางภาคใต้ แต่ไม่เหมือนเลยทีเดียว ส่วนการแสดงนาฏศิลป์ของอินโดนีเซียชอบที่ท่ารำสวยงาม นักแสดงใช้ตาเป็นส่วนหนึ่งของท่ารำแล้ว ยังได้ความรู้มาว่าการแสดงพื้นบ้านของแต่ละหมู่เกาะในอินโดฯ ก็ยังแตกต่างกัน ในภาคใต้ของเราก็มีการแสดงพื้นบ้านสวยงาม อย่างรำโนรา ลิเกฮูลู รองแง็ง หนังตะลุง อยากให้ชาวต่างชาติรู้จักศิลปวัฒนธรรมของใต้ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
     มหกรรมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน สู่สันติสุขชายแดนใต้ สะท้อนให้เห็นว่าความความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคสำคัญในการอยู่ร่วมกัน แต่ละเชื้อชาติได้พึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันมาเนิ่นนาน การใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ในการเชื่อมมิตรไมตรีในจังหวัดชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน จึงนำมาสันติสุขมาสู่ดินแดนปลายด้ามขวานได้อย่างยั่งยืน.

flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์