บันเทิงไทย

Wednesday, 13 November, 2013 - 00:00

หน้าที่ดารา

   หน้าที่ของดารา ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ นอกจากจะต้อง "จ่ายภาษี" เหมือนกับประชาชนทุกสาขาอาชีพแล้ว ผมคิดว่ายังจะต้องมีจิตสำนึกเพื่อสาธารณะ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มักจะยึดถือ "ดารา" เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต ถ้าหากดารานักแสดงแสดงออกให้เห็นถึงความเสียสละ เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ผมคิดว่าดาราคนนั้นๆ ก็จะได้รับความรักจากประชาชนมากขึ้น
    ยกตัวอย่าง ดารารุ่นใหม่ที่มีวัยรุ่นและแฟนๆ ชื่นชอบมากมายอย่างแตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ที่ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนรักชาติบนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับถูกทักษิณ ชินวัตร กลั่นแกล้งด้วยการขู่ว่าจะฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท
    ผมอยากให้คนที่ไม่ได้ไปชุมนุมหรือไม่ได้ดูทีวีช่องบลูสกาย ก็ลองอ่านดูแล้วคุณจะรักนางเอกสาวคนนี้มากขึ้น
    "ตอนเด็กไม่เคยเข้าใจเรื่องการเมือง พอโตขึ้นมามีคนชั่วทำให้เห็น ก็เลยเข้าใจเรื่องการเมือง ตัวหนูเป็นนักแสดง ปล่อยให้หนูทำหน้าที่ของหนู ไม่ต้องกลับมากราบแผ่นดิน ไม่ต้องมาเป็นนักแสดงแทนหนู"
    "ที่เห็นได้ชัด รับรู้กันมาโดยตลอดคือการทำร้ายประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งปวงที่ผ่านมาของคุณนักโทษ ฆ่าคน โกงกิน ทำไทยให้ไม่เป็นไทย เปลี่ยนประเทศที่มีแต่คนรักกัน จิตใจดี สามัคคีกัน เป็นเอกลักษณ์เลื่องลือของประเทศไทยให้แตกพรรคแตกฝ่าย กลายเป็นคนหัวรุนแรง ฆ่าแกงกันเอง ด้วยความคิดถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก"
    "ถ้าการแสดงออกครั้งนี้มีผลกระทบต่องานและเพื่อนบางคน ก็จะยอมสละคนเหล่านั้นทิ้ง ขอร่วมงานและมีเพื่อนที่กล้าแสดงตนว่ารักในหลวงและรักประชาชนอย่างชัดเจน"
    "หนูขอสาบานตรงนี้ว่า ไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงแค่ไหน หรือจะต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อความสงบสุขของประเทศไทย วันนั้นถ้าไม่เจอหน้าหนู ให้มาเหยียบหน้าเลยค่ะ"
    หลังจากนั้น ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หรือโตโน่ เดอะสตาร์ นักร้องดังประกาศจุดยืนต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษฯ ระยำ บนเวทีเสรีชน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 9 พ.ย.
    "ผมไม่มีผลประโยชน์ฝ่ายใด ไม่ได้เป็นสีเหลือง สีแดง วันนี้เพราะผมรักชาติ"
    "วันนี้ไปทำงาน มานั่งคิด รู้สึกทุกครั้งที่หายใจเข้าไป รู้สึกเจ็บ ลำบากใจ เพราะอยากขึ้นมาเวทีนี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ว่าคนที่รักผม ครอบครัวผม คนที่ปลุกปั้นผม เขาเป็นห่วงจะมีปัญหากับหน้าที่การงานของวงการบันเทิง
    แน่นอนว่า ผมอาจจะได้รับผลกระทบ แต่ทุกคนต้องรู้ว่าผมไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งนั้น ผมกลัวทุกอย่างจะกระทบกับผม แต่ผมทำใจไม่ได้ว่า ถ้าเกิดพวกเราพูดกันว่า เราอยากมีพรุ่งนี้ที่สดใส เราอยากมีนายกรัฐมนตรีที่ทำเพื่อชาติ มีกลุ่มคน กลุ่มพรรคที่ทำเพื่อชาติไทยอย่างแท้จริง
แต่ถ้าผมมัวแต่นอนอยู่ที่บ้านและกังวลว่ามันจะมีปัญหากับโฆษณาผมไหม มีปัญหากับเรตติ้งผมไหม แล้วเมื่อไหร่แม่งประเทศไทยจะเจริญ"
    "ผมขึ้นมาบนเวทีนี้ เพราะคิดว่าที่นี่คือเวทีของประชาชนโดยแท้จริง ผมอยากพูดให้ทุกๆ อาชีพ ทุกๆ คนไม่ว่าจะอยู่ที่นี่ อยู่ที่ไหนหรืออยู่ต่างประเทศได้ฟังไว้ว่า ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่อยากจะให้สังคมดี อยากให้ประเทศชาติมันเจริญจริงๆ เลิกนึกถึงแต่ตัวเอง และทำเพื่อส่วนรวมสักที"
    อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้าง สำหรับผม รักดาราทั้งสองคนนี้มากขึ้นครับ.
                        องคุลี
                    1thaipost@gmail.com