นักธรณีวิทยาพบว่า โลกมีอายุน้อยกว่าที่เคยเข้าใจกันถึง 70 ล้านปี
ตามที่ยึดถือกันในปัจจุบันนั้น โลกมีอายุ 4,537 ล้านปี แต่นักธรณีวิทยาได้ศึกษาส่วนประกอบต่างๆ ของเปลือกโลก เทียบเคียงกับองค์ประกอบของสะเก็ดดาวตกที่มีอายุเท่ากับระบบสุริยะ จึงได้รู้ว่าโลกไม่ได้ “แก่” ขนาดนั้น
รายงานซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience สรุปว่า การก่อตัวของโลกนั้นใช้เวลานานกว่าที่เคยเข้าใจกัน
นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาว่า โลกใช้เวลานานแค่ไหนในการสะสมสารในช่วงที่ยังเป็น “ตัวอ่อนดาวเคราะห์ ซึ่งมีธาตุต่างๆ เข้ามารวมตัวกันเพื่อก่อตัวขึ้นเป็นดาวเคราะห์
“การชนกันของมวลสารทำให้บางส่วนของโลกหลอมละลาย โลหะได้เข้าไปรวมตัวกันแล้วกลายเป็นใจกลางโลก” ดร.จอห์น รัดจ์ แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ บอก “ในระหว่างกระบวนการนี้ ดาวเคราะห์ได้แยกแยะเนื้อสารเป็นส่วนของโลหะหลอมละลายที่ใจกลางและเปลือกโลกชั้นนอก”
ยิ่งกระบวนการนี้ใช้เวลานานเท่าไหร่ โลกก็ยิ่ง “ก่อกำเนิด” จนมีขนาดและสันฐานทางธรณีวิทยาอย่างที่เห็นเนิ่นช้าออกไปเท่านั้น
ในการศึกษานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยไอโซโทป 2 ชนิดในเปลือกโลกชั้นนอก นั่นคือ แฮฟเนียม-182 กับทังสเตน-182 ในช่วงเวลาหลายล้านปี แฮฟเนียมได้ผุกร่อนลงเป็นทังสเตน ทังสเตนนั้น “ชอบ” พวกโลหะ ดังนั้น ขณะที่แกนของโลกกำลังก่อตัวอยู่นั้น ทังสเตนก็หลอมตัวเข้าไปที่ใจกลางโลกด้วย
กระบวนการนี้ได้ทิ้งร่องรอยไว้ที่เปลือกโลก ซึ่งจะบ่งชี้ได้ว่าโลกใช้เวลานานแค่ไหนในการแยกแยะดังกล่าว
ด้วยการเอาจำนวนของทังสเตน-182 ในเปลือกโลกไปเปรียบเทียบกับจำนวนที่พบในอุกกาบาต นักวิจัยสามารถคำนวณออกมาได้ว่าโลกใช้เวลานานแค่ไหนในการแยกส่วนที่เป็นแกนกับเปลือกออกจากกัน
ทีมวิจัยได้นำผลการคำนวณที่ได้จากเทคนิคแบบนี้ไปเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดียวกันที่ใช้ไอโซโทปต่างออกไปอีก 2 ชนิด
แทนที่จะยึดมั่นว่าวิธีการแบบหนึ่งให้ผลที่แม่นยำกว่าวิธีการอีกแบบหนึ่ง และถือว่าการก่อตัวของโลกเป็นไปในอัตราคงที่ นักวิจัยกลับสร้างแบบจำลองของกระบวนการก่อตัวออกมาหลายๆ แบบ
ดร.รัดจ์อธิบายว่า เมื่อนำผลจากวิธีการทั้ง 2 มาหาจุดร่วมกันแล้ว ก็พบว่ากระบวนการก่อตัวของโลกได้เป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงแรกแล้วเกิดการสะดุด จากนั้นก็มีการสะสมสารอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
นั่นหมายความว่า ช่วงที่โลกก่อตัวนั้นไม่ได้ใช้เวลา 30 ล้านปี แต่ใช้เวลาเกือบ 100 ล้านปี ช่วงที่โลกหยุดชะงักการก่อตัวนั้นอาจสิ้นสุดลงด้วยการถูกชน ซึ่งทำให้เกิดดวงจันทร์
“ถ้าผลคำนวณนี้ถูกต้อง ก็หมายความว่าโลกใช้เวลา 100 ล้านปีในการก่อตัว ฉะนั้น โลกจึงมีอายุ 4,467 ล้านปี ซึ่งเดิมเข้าใจกันว่าโลกมีอายุ 4,537 ล้านปี”.









