คอลัมน์

Friday, 14 December, 2012 - 00:00

สูดโอโซน'ฟลอร่า พาร์ค'

   ปีที่แล้วที่การจัดงานฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้ปิดฉากลงอย่างสวยสดงดงาม ด้วยความสำเร็จของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมสีสันตระการตาของดอกไม้และพรรณไม้กันล้นหลาม ส่งให้ไฮซีซั่นของวังน้ำเขียวในเวลานั้นเนืองแน่นด้วยนักเดินทางมากยิ่งขึ้น เพราะเดิมอำเภอวังน้ำเขียว ดินแดนที่ได้ชื่อว่า ”เป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก” ด้วยสภาพภูมิประเทศตั้งอยู่บนภูเขาสูงต่ำสลับกับพื้นที่ราบสวยงาม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โอบล้อมด้วยเขาใหญ่ เขาภูหลวง และเขาแผงม้า ถึงช่วงฤดูหนาวก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสอากาศเย็น อิงแอบทะเลหมอกกันคึกคักอยู่แล้ว
 และตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 จนถึง 31 มีนาคม 2556 ความงดงามของดอกไม้ในสวนสวยที่ ฟลอร่า พาร์ค หวนกลับมาอีกครั้ง และดูเหมือนว่าการจัดงานครั้งนี้ได้สอดแทรกเรื่องราวของเกษตรอย่างยั่งยืนที่ตลอดจนการเป็นสวนกึ่งถาวร ฉีกรูปแบบจากงานแสดงดอกไม้เดิมไป พร้อมกับเพิ่มเติมร่มเงาให้กับสวนสวยด้วยต้นไม้มงคลกว่า 800 ต้น ในอนาคตจะได้เห็นความเจริญเติบโตของกัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ แคแสด ชมพูพันธุ์ทิพย์ ศรีตรัง คู่กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงนี้ 
 ลักขณา นะวิโรจน์ หัวเรือใหญ่ของการจัดงานฟลอร่า พาร์ค บอกว่า ในงานปีนี้มีไฮไลต์ที่ผู้ชมจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการรวบรวมพันธุ์กุหลาบจากประเทศอังกฤษและสายพันธุ์ในประเทศไทยไว้มากที่สุดในเขาวงกตกุหลาบ และมีการสร้างสวนสวยสไตล์วิคทอเรียน การ์เดน พร้อมกับอุโมงค์ดอกไม้ และพันธุ์ไม้สวยงามที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ที่วังน้ำเขียว โดยฟ้าประทาน ฟาร์ม ศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนบริเวณเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว ได้ความรู้และเข้าใจเรื่องการเพาะพันธุ์และผลิตไม้ดอกไม้ประดับอย่างยั่งยืนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เดินเข้ามาชมพรรณไม้ประดับแล้วกลับบ้าน
 นอกจากเป็นสวรรค์สำหรับวันพักผ่อนของคนรักดอกไม้และพรรณไม้แล้ว ฟลอร่า พาร์ค ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของ อ.วังน้ำเขียว บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เรากำลังยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้กว่าร้อยสายพันธุ์ที่เบ่งบานสะพรั่ง ทั้งดอกไลเซนทัสสีชมพู ม่วง ขาว แดง อวดความสวยของมันในสวน และดอกบลูซัลเวีย เรดซัลเวีย ฟอร์เก็ตมีน็อต พิทุเนีย ไธมอฟิลเลีย และดอกไม้หวาน เช่น ดาวกระจายฝรั่งเศส เป็นดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกได้ดีในสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเย็นสบายที่วังน้ำเขียว โดยออกแบบจัดสวนให้ผู้เข้าชมได้อารมณ์ของสวนแบบเมืองผู้ดีอังกฤษ มีมุมถ่ายรูปให้สนุกสนานกับดอกไม้มากมายที่ชูช่อในสวนสวย
 โดยเฉพาะเจ้าดอกกุหลาบซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น ทั้งดอกใหญ่ดอกเล็ก สีแดง ขาว ชมพู ส้ม แต่งแต้มสีสันทั่วทั้งฟลอร่า พาร์ค บริเวณโซนกุหลาบ (Rose Zone) เนินกุหลาบ (Rose Hill) และสวนกุหลาบ (Rose Garden) เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนรักการถ่ายภาพและผู้ชื่นชอบดอกกุหลาบเลยทีเดียว เพราะมันแข่งกันเบ่งบานอวดความงาม หากอยากเห็นของจริงว่างดงามจับตาขนาดไหน คงต้องรีบพากันไปเที่ยว
  ในอนาคตโซนกุหลาบเหล่านี้จะกลายเป็นสวนกุหลาบแบบถาวรแห่งใหม่ของวังน้ำเขียว ด้วยความตั้งใจให้ฟลอร่า พาร์ค ได้ช่วยรักษาธรรมชาติของวังน้ำเขียวให้ยั่งยืน และเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรได้เห็นความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ดอกไม้ เกิดแรงบันดาลใจมาเรียนรู้และหันมาประกอบอาชีพเพาะปลูกพันธุ์ไม้ดอกแทนการปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ที่กระทบกับสภาพแวดล้อม ใช้สารเคมีรุนแรง แต่การจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรคงต้องอาศัยเวลาและปลูกจิตสำนึกเพื่อให้ความคิดเกษตรยั่งยืนนี้เบ่งบานในจิตใจเฉกเช่นดอกไม้นับล้านที่เบ่งบานในฟลอร่า พาร์ค ซึ่งเกษตรกรวังน้ำเขียวเป็นเรี่ยวแรงที่สำคัญเพาะเลี้ยงฟูมฟักจนงอกงาม
 ช่วงธันวาคมนี้ ถือเป็นเดือนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวชมหมู่มวลดอกที่นี่ ทั้งนี้ ทางฟลอร่า พาร์ค ได้จัดกิจกรรมพานักท่องเที่ยวเยี่ยมชม”ฟ้าประทาน ฟาร์ม” สัมผัสวิถีด้านการเกษตรอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในวังน้ำเขียว ชมโครงการปลูกผักอินทรีย์ มีปลูกผักสลัด  6 ชนิดด้วยเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคอเรล คอส บัตเตอร์เฮด ผักกาดแก้ว มีทั้งที่ปลูกในโรงเรือนกับแปลงปลูกนอกโรงเรือน รวมถึงโรงเพาะกล้าผัก โครงการผักอินทรีย์นี้ยังได้ขยายผลไปสู่เกษตรกรอีกหลายร้อยรายด้วย
 อีกโครงการน่าสนใจในฟาร์มนี้คือ การเลี้ยงไก่ไข่ในระบบเปิดนับพันตัว ใช้ชื่อ ”Eggie Ozone” ให้อิสระไก่เคลื่อนไหวเต็มที่ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ให้อาหารไก่เสริมด้วยผักปลอดสารพิษ แถมเปิดธรรมะให้เจ้าแม่ไก่ฟังเพลินๆ ทั้งอากาศดี อาหารดี อารมณ์ดี อนามัยดี ทำให้ได้ไข่ไก่ฟองเบ้อเริ่มมีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค  
 รถนำเที่ยวฟาร์มยังพาเราลัดเลาะไปชมแปลงกาแฟพันธุ์โรบัสต้า พื้นที่ปลูก 70 ไร่ ที่ออกดอกและติดลูกให้เห็นจำนวนมาก อีกสายพันธุ์ที่ทดลองปลูก คือ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ในแปลงยังปลูกไม้ร่วม ทั้งต้นสะตอ เหลียง ขี้เหล็ก สร้างร่มเงาให้กาแฟ หากประสบผลสำเร็จวังน้ำเขียวจะเป็นด่านหน้าปลูกกาแฟในอีสาน กลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นดีอีกแห่งหนึ่งของไทย ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อนสภาพจากไร่ข้าวโพด เพราะกาแฟเป็นไม้ยืนต้นฟื้นคืนความชุ่มชื้นให้ดินแดนนี้ได้ โดยศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังขยายความรู้สู่ชุมชนและเกษตรกรวังน้ำเขียวที่สนใจมาเรียนรู้ด้วย
 ได้อิ่มเอมกับความสวยงามของดอกไม้ สูดโอโซนสดชื่นจากแดนวังน้ำเขียว ตามด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปทั่วฟ้าประทาน ฟาร์ม ทำให้ทริปตะลุย ฟลอร่า พาร์ค เป็นอีกโปรแกรมน่าสนใจที่อยากแนะนำนักท่องเที่ยวให้เดินทางมารื่นรมย์กับฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียวในปีนี้.