ศิลปวัฒนธรรม

Tuesday, 15 May, 2012 - 00:00

วิจัยศิลปะ ตีความคำสอนพุทธศาสนา

  ภาพคนไหว้พระทำบุญ ใส่เงินลงตู้บริจาค มีเสียงสวดมนต์ดังกังวาล ประกอบกับบาตรพระรูปทรงแปลกๆ เป็นผลงานของวิชญ มุกดามณี หนึ่งในอาจารย์รุ่นใหม่รั้วศิลปากร ผู้นำเสนอความเชื่อเกี่ยวกับพุทธศาสนาของคนไทยผ่านวิดีโอจัดวางชุด "เปลือก : ศาสนา : ความเชื่อ" เขาไม่เพียงเป็นศิลปินที่มีชื่อเท่านั้น หากแต่สนใจศิลปะในแง่มุมการวิจัยและร่วมแสดงฝีมือในนิทรรศการโครงการวิจัยทางศิลปะ "การตีความคำสอนในพระพุทธศาสนากับการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย" โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สสส.) ณ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
    แต่หากนับจำนวนศิลปินนักวิจัยในโครงการนี้มีมากถึง 12 คน ล้วนเป็นคณาจารย์จากสถาบันศิลปะทั่วประเทศ โดยมีหัวหน้าโครงการวิจัย คือ ศ.วิโชค มุกดามณี เมธีวิจัยอาวุโส สาขาทัศนศิลป์ โครงการนี้เดินหน้ามาแล้วกว่า 2 ปี นักวิจัยรวมตัวกันศึกษาวิจัยและนำผลการวิเคราะห์มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ ทดลองทำในรูปแบบต่างๆ ก่อนนำเสนอสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า ครั้งที่ 2 สัญจรไปที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการบรรยายและเสวนาวิชาการวิธีวิจัยด้วย
    ล่าสุดครั้งที่ 3 นี้ นอกจากเปิดแสดงผลงานชุดใหม่จากโครงการวิจัยทางศิลปะถึงวันที่ 2 มิถุนายน ในวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม เวลา 14.00-16.30 น. เหล่าศิลปินนักวิจัยจัดบรรยายเรื่อง "ศิลปะและการสร้างสรรค์งานศิลป์" เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนใจและนักวิจัยช่วยสร้างมาตรฐานผลงานวิจัยให้ดียิ่งขึ้น
    อาจารย์วิโชค มุกดามณี เมธีวิจัยอาวุโส หน.โครงการวิจัย ซึ่งร่วมแสดงผลงานสื่อผสม 6 ชิ้น ชื่อ "อนายตนะ :ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ" กล่าวว่า ในจำนวนผลงานที่ศิลปินสร้างไว้ ทั้งงานสีน้ำมัน ดรออิ้ง ภาพพิมพ์ สื่อผสม ประติมากรรม วิดีโอจัดวาง เป็นผลผลิตจากการนำคำสอนในพุทธศาสนามาวิเคราะห์และสังเคราะห์สร้างงาน อย่าง ชูศักดิ์ ศรีขวัญ นำเสนอความคิดแสดงตัวตัณหาผ่านภาพร่าง, ชัยรัตน์ แสงทอง สื่อเรื่องของสังขารด้วยรูปทรงของหญิงชรา, พิชัย ตั้งเจริญ เสนอผลงานชื่อ "ผีเสื้อ" สื่อภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลกกระทบระบบนิเวศ นำความทุกข์มาให้คน ศิลปินเห็นเส้นทางธรรมของพุทธศาสนา เป็นอีกวิธีดับทุกข์
    "งานวิจัยทางศิลปะส่วนใหญ่ไม่ค่อยศึกษาวิจัยการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย ขณะที่นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีมุ่งหาความเป็นมาในอดีต ผมต้องการส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ให้หันมาวิจัยมากขึ้น เพราะในสายศิลปะน้อยคนจะชอบ ก็ดึง 12 นักวิจัยให้ร่วมทดลองวิจัย ตีความคำสอนพุทธศาสนาสิ่งใกล้ตัวคนไทย ให้สร้างสรรค์จากเรื่องราวที่สนใจ ครั้งนี้เป็นงานชุดใหม่ บางคนคงประเด็นเดิม บางคนเสนอประเด็นใหม่ อยากชวนมาดูงานและร่วมอภิปรายซักถามวันที่ 28 พฤษภาคม" นักวิจัยรุ่นใหญ่ชักชวน
    ความคาดหวังของโครงการ อาจารย์วิโชคเองออกจะตั้งเป้าไว้สูง ทั้งเกิดรูปแบบการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยในเรื่องพระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับสังคมปัจจุบันให้คนรุ่นใหม่ได้ดู ในอดีตมีจิตรกรรมฝาผนังและสมุดข่อยบันทึกคำสอน ไม่นับรวมปลูกฝังให้ศิลปินรุ่นใหม่รักการวิจัยแทนที่จะเขียนภาพเพียงอย่างเดียว และในปี 2556 ที่ปิดโครงการจะจัดแสดงนิทรรศการโครงการ ณ หอศิลป์ กทม. และได้สรุปรวบรวมผลวิจัย 12 คณาจารย์ครบถ้วนเป็นเอกสารเชิงสร้างสรรค์ 1 เล่ม รวมถึงนักวิจัยแต่ละคนจะทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book ให้อ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วย 
    และนี่คือมูลเหตุของการนำเสนอผลงานคณาจารย์ทุกท่านในโครงการ แวะไปชมและก็ร่วมกิจกรรมได้ 12 ศิลปินนักวิจัยยินดีรับคำติชม หากต้องการหนุนงานวิจัยศิลปะให้มีคุณภาพ.