Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ผู้สูงอายุกับการจ้างงาน


มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) เปิดเผยผลวิจัยการสร้างโอกาสการทำงานของผู้สูงอายุ โดย ผศ.ดร.นงนุช สุนทรชวกานต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยผู้สูงอายุกับการจ้างงาน ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ประชากรวัยสูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น แต่ประชากรวัยทำงานกลับมีสัดส่วนลดลง ซึ่งโครงสร้างของประชากรไทยที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาภาระพึ่งพิงของประชากรสูงอายุที่มีสัดส่วนสูงนี้ย่อมเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังไม่มีการเตรียมความพร้อมในด้านการสร้างหลักประกันทางรายได้เพื่อยามชราภาพ

ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่มีบุตรหลานเป็นที่พึ่ง และยังไม่มีเงินออมเพียงพอที่จะใช้ในการดำรงชีวิตในวัยชรา จึงต้องการทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตนเอง ซึ่งจากการสำรวจสภาวะการทำงานของประชากร ณ ไตรมาสที่ 3 ในปี 2551 พบว่า ร้อยละ 37.9 ของจำนวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปยังอยู่ในกำลังแรงงาน โดยประมาณการณ์แล้วยังมีผู้สูงอายุ 1 ใน 3 ที่ต้องยังชีพด้วยการทำงาน โดยร้อยละ 70 ของกลุ่มผู้สูงอายุชายอายุ 60-65 ปี และร้อยละ 65 ของกลุ่มผู้สูงอายุชายอายุ 65 ปีขึ้นไป ต้องทำงานต่อเนื่องเพราะเป็นรายได้หลักของครอบครัว ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุเพศหญิง มีอยู่ร้อยละ 60 นอกจากนี้ ยังมีผู้สูงอายุอีกร้อยละ 30 ที่ต้องการทำงานแต่ว่างงานและยังพยายามหางานทำอยู่

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ทั้งแรงงานสูงอายุทั้งชายและหญิงกระจุกตัวมากที่สุด อันดับ 1 อุตสาหกรรมการขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ในครัวเรือน 2.อุตสาหกรรมการผลิต 3.อุตสาหกรรมโรงแรมและภัตตาคาร ส่วนลักษณะงานและอาชีพที่มีผู้สูงอายุทำมากที่สุด อันดับ 1 คือ อาชีพการบริการ 2.อาชีพพื้นฐาน และ 3.ความสามารถทางฝีมือ

"ส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุที่ยังทำงานเป็นผู้ที่ไม่มีการศึกษาหรือมีการศึกษาต่ำกว่าประถมและมีรายได้ที่ต่ำ แรงงานกลุ่มนี้จึงแทบไม่สามารถเก็บสะสมเงินออมไว้เพียงพอสำหรับเลี้ยงชีพในวัยชราจึงมีความจำเป็นต้องทำงานต่อไป" ผศ.ดร.นงนุชกล่าว

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของกำลังแรงงานผู้สูงอายุที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีข้างหน้า เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเพิ่มของความต้องการจ้างแรงงานผู้สูงอายุแล้ว พบว่า ยังมีส่วนต่างน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้น เพราะจากการประมาณการความต้องการจ้างแรงงานผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2552-2562 พบว่า ความต้องการจ้างแรงงานผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.5 ต่อปี หรือเพิ่มขึ้นจาก 2.9 ล้านคน เป็น 3.7 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.38 ต่อปี หรือจาก 3 ล้านคน เป็น 5.1 ล้านคนในปี 2562

ดังนั้น การกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มโอกาสและการสร้างงานให้กับผู้สูงอายุ จึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสาขาการผลิตที่คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถรองรับการจ้างแรงงานผู้สูงอายุได้มากที่สุดคือ ภาคการขายส่ง ขายปลีก การซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ รองลงมาคือ ภาคโรงแรม ภัตตาคาร และภาคการผลิต

รัฐบาลจึงควรมีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนในการส่งเสริมสนับสนุนการมีงานทำที่สอดคล้องกับสมรรถนะของผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลต้องมีมาตรการในการสร้างโอกาสการทำงานของผู้สูงอายุ คือ 1.สนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานต่อไปได้ 2.สนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ทำงานที่เหมาะสม 3.การประชาสัมพันธ์ปรับเปลี่ยนทัศนคติการหยุดทำงานเมื่ออายุ 60 ปี 4.ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้นายจ้างจัดเวลาทำงานของผู้สูงอายุให้มีความยืดหยุ่น 5.ควรมีโปรแกรมการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานสูงอายุเป็นพิเศษ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงานของแรงงานสูงอายุ หรือเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้สูงอายุสามารถเลือกอาชีพใหม่หลังออกจากงานเดิม หรืออาจให้การจูงใจนายจ้างจัดอบรมเองแก่แรงงานอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปของตน

ในด้านกฎหมาย ควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบที่เอื้ออำนวยให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานอยู่ได้ อาทิ 1.พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ และลดจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อหนึ่งวันลง ให้มีการพักในระหว่างทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลรักษาสุขภาพได้ 2.พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ไม่ควรกำหนดเจาะจงอายุเกษียณ 60 ปี แต่ให้ข้าราชการทำงานอยู่ต่อได้ตามความสมัครใจเท่าที่สมรรถภาพทางร่างกายจะเอื้ออำนวย และ 3.ควรมีการระบุประเภทอาชีพที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุให้ได้รับความคุ้มครองสนับสนุน

นอกจากนี้ ควรมีการปรับปรุงมาตรการด้านภาษี โดยใช้นโยบายทางด้านภาษีเพื่อจูงใจให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้น การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ นอกจากจะสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุได้พัฒนาศักยภาพต่อไปแล้ว ที่สำคัญคือจะช่วยเพิ่มช่วงเวลาการออมสำหรับใช้ในยามชราภาพและลดช่วงเวลาการเป็นภาระต่อรัฐและประชากรในวัยทำงาน รัฐบาลควรต้องมีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนในการส่งเสริมสนับสนุนการมีงานทำที่สอดคล้องกับสมรรถนะของผู้สูงอายุ.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์