นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า จระเข้สามารถลอยคอตามกระแสน้ำในทะเล เดินทางไกลไปตามเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกได้
นักนิเวศวิทยาชาวออสเตรเลียรายงานในวารสารของสมาคมนิเวศวิทยาอังกฤษ Journal of Animal Ecology ว่า พวกสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้ พากันไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในแปซิฟิกใต้ได้เพราะการลอยตัวตามกระแสน้ำ
เฮมิช แคมพ์เบล บอกว่า จระเข้น้ำเค็มซึ่งมีลำตัวยาวถึง 6 เมตร สามารถเล่นโต้คลื่นไปได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร
งานวิจัยนี้ลงมือเมื่อปี 2545 ที่รัฐควีนส์แลนด์ซึ่งเป็นเขตร้อนของออสเตรเลีย โดยมีสตีฟ เออร์วิน นักทำสารคดีสัตว์ทางโทรทัศน์ เจ้าของฉายา พรานจระเข้ร่วมด้วย สตีฟได้เสียชีวิตเพราะถูกปลากระเบนแทงที่นอกชายฝั่งควีนส์แลนด์เมื่อปี 2549
แคมพ์เบล นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ได้ติดอุปกรณ์โซนาร์ติดตามตัวในจระเข้ 27 ตัวที่แม่น้ำเคนเนดี แล้วคอยติดตามความเคลื่อนไหวของพวกมันตลอดเวลา 12 เดือน
เขาบอกว่า พวกจระเข้นั้นว่ายน้ำแค่ 20 นาทีก็เหนื่อยแล้ว แต่เขาแปลกใจที่ได้พบว่าจระเข้ที่ถูกติดตามตัว 8 ตัวได้ออกจากปากแม่น้ำสู่ท้องทะเลไปตามกระแสน้ำ เป็นระยะทางถึง 60 กิโลเมตร
เจ้าตัวขนาด 3.8 เมตรตัวหนึ่งได้ท่องทะเลไกล 590 กม. ใช้เวลา 25 วัน ไปยังอีกลุ่มแม่น้ำหนึ่ง ใช้เวลาอยู่ที่นั่น 7 เดือน แล้วกลับมาที่เดิม “มันไปที่นั่นทำไม เราไม่รู้ แต่ดูเหมือนมันตั้งใจที่จะไป” เขาบอก
เขาพบว่า กระแสน้ำสามารถนำพาจระเข้เดินทางข้ามมหาสมุทรได้ พวกมันสามารถอยู่รอดได้นานหลายเดือนโดยไม่ได้กินอาหารหรือน้ำจืด
งานวิจัยนี้ช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมจระเข้น้ำเค็มสายพันธุ์เดียวกันจึงมีอยู่ในหลายประเทศทั้งๆ ที่มีทะเลขวางกั้น
นักสัตววิทยา เกรแฮม เว็บบ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้ซึ่งไม่ได้ร่วมในงานวิจัยนี้ บอกว่า การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าจระเข้รู้จักอาศัยกระแสน้ำในการเดินทางไกลไปในทะเล
จระเข้น้ำเค็มมักอาศัยอยู่ตามแม่น้ำและป่าชายเลนในอาณาบริเวณ 10,000 ตารางกิโลเมตร ในย่านตะวันออกเฉียงใต้ของแปซิฟิก ตั้งแต่อินเดียถึงฟิจิ และจีนลงมาถึงออสเตรเลีย.








