จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจของโลก มีจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อัตราคนว่างงานในสหรัฐอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสูงถึง 8.1% นับเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 25 ปี นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าภายในปีนี้จนกระทั่งต้นปีหน้าสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 มีแรงงานที่ว่างงานแล้วกว่า 5 แสนคน และคาดว่าในปี พ.ศ. 2552 นี้จะมีแรงงานที่ว่างงานเพิ่มเป็น 1 ล้านคน
รัฐบาลโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจึงมีมาตราการบรรเทาปัญหาการว่างงานเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้โครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" หรือโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน โดยจัดฝึกอบรมผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้างแรงงานจากภาคอุตสาหกรรม ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้าง และบัณฑิตที่ยังไม่มีงานทำให้มีความรู้และทักษะเพื่อพัฒนาความชำนาญเฉพาะทางในวิชาชีพต่างๆ ให้สามารถกลับไปสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนท้องถิ่น เสมือนเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงพร้อมเติบโตออกดอกออกผล นำความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ถิ่นกำเนิดต่อไป
นายกอปรศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" เปิดเผยถึงเป้าหมายในการดำเนินการโครงการมีระยะเวลา 2 ปี เพื่อรองรับผู้ว่างงานจำนวน 5 แสนคน ตามมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณไว้ทั้งสิ้น 6,900 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการช่วงปีแรกระยะเวลา 6 เดือน กำหนดฝึกอบรมผู้ว่างงานจำนวนประมาณ 240,000 คน
"เพียงแค่คุณมีสัญชาติไทยและเป็นผู้ที่กำลังว่างงาน ถูกเลิกจ้าง กำลังอยู่ในข่ายถูกเลิกจ้าง ต้องการเพิ่มพูนทักษะ และอยากกลับไปสร้างงานทำงานในชุมชนภูมิลำเนาเดิม มีสิทธิ์สมัครเข้าอบรมเพิ่มทักษะอาชีพในโครงการต้นกล้าอาชีพ โดยได้รับค่าอบรม ค่าพาหนะเดินทาง ฟรี สนับสนุนโดยรัฐบาล พร้อมเงินอุดหนุนเพื่อประกอบอาชีพหากกลับไปทำงานที่บ้านเกิด" รองนายกฯ กล่าว
ผู้สมัครเข้าอบรมในโครงการนี้จะต้องผ่านระบบการคัดกรองเพื่อสุ่มเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ ส่วนหลักสูตรจัดอบรม มีให้เลือกทั้งหมด แบ่งเป็น 7 ประเภท จำนวน 935 หลักสูตร
๐ การเกษตรและการแปรรูป กลุ่มการผลิต เช่น การผลิตไม้ดอกเพื่อการค้า, การผลิตปุ๋ยอินทรีย์, การผลิตไก่อินทรีย์ กลุ่มแปรรูป เช่น การแปรรูปปลานิลแดดเดียว การแปรรูปทำไส้กรอกจากปลาดุก กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเกษตรแบบยั่งยืน การเกษตรผสมผสานตามแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และการฝึกอบรมเกษตรทางเลือก ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง
๐ ภาคการผลิต กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า และแก๊ส ช่างเชื่อมเหล็กดัด ประตู หน้าต่าง ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า, กลุ่มเสื้อผ้า สิ่งทอ เช่น การทำซิลค์สกรีน การทำผ้ามัดย้อมและมัดเพนต์ การทำผ้า ด้วยกี่กระตุก การทำผ้าบาติก, กลุ่มเครื่องยนต์ เช่น การซ่อมรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์ ช่างเครื่องยนต์ชุมชน ช่างเคาะตัวถังรถยนต์, กลุ่มศิลปะประดิษฐ์และอัญมณี เช่น การแกะสลักวัสดุอ่อนเบื้องต้น การขึ้นรูปกระถางต้นไม้ด้วยแป้นหมุน การทำของชำร่วยเซรามิก การออกแบบเครื่องโลหะและอัญมณี
๐ การบริการและการท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ การอบรมมัคคุเทศก์ พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานผสมเครื่องดื่ม การทำอาหารว่างนานาชาติ การฝึกอบรมภาษา และธุรกิจโฮมสเตย์, กลุ่มสุขภาพ ได้แก่ การนวดแผนไทย นวดลูกประคบ สปา การดูแลเด็กและผู้สูงอายุ, กลุ่มการซ่อมแซม และบำรุงรักษา การซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ การซ่อมเครื่องยนต์ดีเซล การซ่อมเครื่องยนต์เบนซิน การซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร การซ่อมจักรอุตสาหกรรม
๐ การค้าและเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อชุมชน การพัฒนา ผลิตภัณฑ์เพื่อชุมชน การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์, การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต การสร้างร้านค้าทางอินเทอร์เน็ต, กลุ่มผู้ประกอบการ เช่น การประกอบการธุรกิจชุมชน ร้านค้าปลีกกลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชน
๐ คอมพิวเตอร์และธุรการ กลุ่มออกแบบ เช่น โปรแกรม AUTO CAD เพื่องานออกแบบก่อสร้าง ออกแบบชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เขียนแบบเครื่องกลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Solid Work, กลุ่มงานในสำนักงาน เช่น Office and Multimedia การจัดทำระบบข้อมูลทางการเงินและบัญชีด้วยโปรแกรม Excel และโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปเพื่อใช้ในการทำงานทางธุรกิจ, การใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานด้วยโปรแกรม Microsoft Office, การพัฒนาโปรแกรมด้วย MS Access โดยใช้ระบบงานบุคคล, การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับการประกอบธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตช่างคอมพิวเตอร์ เช่น ซ่อม ประกอบ ติดตั้งระบบบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
นอกจากนี้ยังมีคมนาคมและการขนส่งวิชาชีพด้าน Logistics หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางเรือ กลุ่มช่างต่างๆ เช่น การปูกระเบื้อง ช่างไม้ก่อสร้าง ช่างสีอาคาร และกลุ่มการผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น การทำบล็อกคอนกรีต การผลิตซีเมนต์ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยของรัฐสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม เช่น เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน และส่วนราชการ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมส่งเสริมการเกษตร
ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.tonkla-archeep.com ตั้งแต่วันที่ 18-24 มีนาคมนี้ หรือสมัครด้วยตนเอง ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ในวันที่ 22 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 10.00-21.30 น. ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถลงทะเบียนสมัครได้ที่สถานที่ฝึกอบรมและสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" Call Center : 1111 หรือ www.tonkla-archeep.com.







