ชาวคลองสวนเมินนิคมอุตสาหกรรม แม้จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ เพราะวิถีชีวิตคนส่วนใหญ่ทำการเกษตร หวั่นกระทบต่ออาชีพและมลภาวะพิษ
นายสุธีร์ อัศวานิช นายกเทศมนตรี ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) และบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟเทคโนโลยี จำกัด (บริษัทที่ปรึกษา) ได้ร่วมกันจัดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เพื่อกำหนดขอบเขตการศึกษาพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีเนื้อที่โครงการประมาณ 3,542 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.คลองสวน ต.บ้านระกาศ ต.บางพลีน้อย และ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยทิศเหนือติดกับทางหลวงหมายเลข ฉช.3001 ทิศใต้ติดกับทางหลวงกรุงเทพฯ-ชลบุรี (มอเตอร์เวย์) ทิศตะวันออกติดกับบ้านคลองเปร็ง บ้านวัดเวียง และบ้านคลองปลัดสาย ทิศตะวันตกติดกับบ้านคอลาดและบ้านคลองไทรโยค
นายสุธีร์กล่าวว่า บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด ได้รวบรวมที่ดินกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ ต.คลองสวน ต.บ้านระกาศ ต.บางพลีน้อย และ ต.เปร็ง เนื้อที่ประมาณ 3,542 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม โดยในรูปแบบของการร่วมดำเนินการกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสม เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ล้อมรอบด้วยถนนหลวงแพ่ง ถนนรัตนโกสินทร์สมโภชสองร้อยปี และถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี มีฐานการผลิตสินค้าประเภทต่างๆ อันสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญของประเทศได้
นายกเทศมนตรี ต.คลองสวน กล่าวว่า ผู้จัดทำโครงการดังกล่าวได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จึงจัดให้มีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยพื้นที่ทั้งหมดแบ่งการใช้ประโยชน์ออกเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่อุตสาหกรรม 2,743 ไร่ พื้นที่เพื่อสาธารณูปโภค 488 ไร่ และพื้นที่สีเขียว 309 ไร่ มีการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มีการประชุมชี้แจงผลการกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพเบื้องต้นให้กับสาธารณชน เพื่อได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ เนื่องจากชาวบ้านกว่า 80% ประกอบอาชีพปลูกข้าวและเกษตรกรรม ปลูกผัก เลี้ยงปลา หากจะมีนิคมอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะนำพาความเจริญหรือป้องกันในเรื่องมลภาวะเป็นพิษได้ก็ตาม.







