สตรี

Monday, 17 September, 2012 - 00:00

ยำหน่อไม้

  ความสนใจกับความตั้งใจของผู้คนเป็นเรื่องขับเคลื่อนที่ทรงพลังมาก เห็นและพิสูจน์กันมาแล้วกับหลายคน หลายชาติ หลายศาสนา คุณๆ ว่าจริงไหม
    และสำหรับ ดร.ร่มเย็น โกไศยกานนท์ ก็เช่นกัน เธอเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สนใจเรื่องสตรีศึกษา จึงเป็นภาพการบรรจบกันของเรื่องปากท้องกับเรื่องการทำมาหากินของสตรีเพศ เล่าไปก็สนุกไป ยุคนี้คนรุ่นใหม่เขาก็ใส่ใจสังคมเหมือนกันนะ อย่าเที่ยวท้อไปว่าจะไม่เหลือใครที่จะช่วยดูแลสังคมต่อ เพียงแต่อาจจะยังหาตัวกันไม่ค่อยเจอะเจอ เพราะมีเรื่องราวของสังคมมากมาย ข่าวล้น ข่าวเฟ้อจนแทบสำลัก หาข่าวดีๆ ยากยิ่งกว่างมเข็ม มีแต่ข่าวร้ายเต็มบ้านเมือง ความจริงมีอยู่ว่า ข่าวดีมีทุกวันแต่ไม่นิยมเป็นข่าว เพราะ “เนื้อข่าว” คือพาณิชย์อย่างหนึ่งที่ต้องขาย ข่าวร้ายจึงเป็นข่าวมากกว่าข่าวดีด้วยประการฉะนี้
    ดร.แตงโม-ร่มเย็นเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด บิดา-มารดา-พี่น้องอยู่กันพร้อมหน้า จบเศรษฐศาสตร์ที่เชียงใหม่ ทำงานแบงก์ชาติสำนักงานภาคเหนือ เป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วรับทุนไปเรียนโท-เอกที่อังกฤษ กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
    ตำแหน่งปัจจุบันคือ ผู้ช่วยอธิการบดี งานจึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยธรรมชาติคือ งานสอน งานวิจัย และงานบริหารดูแลสายงานต่างประเทศ เพราะเชียงรายเป็นเมืองชายแดน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นแน่ๆ เกิดโดยไม่ต้องรอ AEC ซะด้วยซ้ำ งานวิจัยของเธอจึงคาบเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และน่าจะใช้ประโยชน์กับการเตรียมตัวระดับประเทศ หากรัฐบาลนำไปเป็นข้อมูล
    งานวิจัยที่น่าสนใจ อาทิ โลกาภิวัตน์และปรากฏการณ์ธุรกิจเมียสั่งทางอินเทอร์เน็ต ฮือฮากันพักใหญ่ ช่างใจกล้าจริงๆ ตีแสกหน้าหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ที่บอกว่าไม่จริ๊งไม่จริง มิมี้ ไม่มี
    ถัดมาอีกงานคือ ทุนน้ำตาล ที่ข้ามไปลงทุนใน สปป.ลาว เป็นทุนจาก สกว.ที่ต้องการตอบโจทย์ว่า ทุนที่เคลื่อนย้ายไปลงทุนใน สปป.ลาวนั้นไปได้อย่างไร และผลประโยชน์ตกอยู่กับคนเล็กคนน้อย หรือนายทุนหรือประเทศทุนนิยม
    คำตอบที่ได้รับก็เป็นการตีแสกหน้า (อีก) เพราะเงินที่ข้ามไปนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นทุนในภาคการเกษตร หมายถึงการไปลงทุนปลูกอ้อย ปลูกยูคาลิปตัส ผ่านไปทางสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 และประเทศที่เป็นทุนนิยมจะได้ประโยชน์มากกว่า (อาจบอกไม่หมดว่า หมายถึงนายทุน-ผู้นิยมทุนในการทำธุรกิจ)
    ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมามีการเซ็นสนธิสัญญาระหว่าง 6 ประเทศของลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจจึงเคลื่อนตัวได้เร็วมาก โดยเฉพาะจากพี่เบิ้ม (คนใหม่) คือ จีน
    สกว.จึงอนุมัติเงินทุนให้อีกเพื่อทำวิจัยต่อยอด เรื่องนวัตกรรมทางการเงินของจีนที่มีต่อประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อติดตามว่า “หยวน” จะกลายเป็นเงินสกุลหลักในแถบนี้ และระดับโลกได้ในอนาคตอันไม่นานนี้ ส่วนผลวิจัยต้องรออีกนิด รู้แน่ๆ
    หันกลับมาคุยกับ ดร.แตงโมคนโสดสนิทบ้างว่า มุมน่ารักๆ มีบ้างไหม นอกจากมาดนักวิชาการ อ๋อ...มีแน่ อย่างมุมของการเป็นคนตื่นเช้า ตื่นนอนตีสี่ทุกวัน ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าเอง บางวันเป็นข้าวต้ม เป็นกับ และใส่ปิ่นโตไปทานมื้อกลางวันที่มหาวิทยาลัยทุกวัน
    ออกจากบ้านพักก่อนเจ็ดโมง ด้วยรถยนต์ หากเป็นหน้าหนาวจะปั่นจักรยานฝ่าสายหมอก ออกกำลังกาย ถึงที่หมายก่อนแปดโมง รีบเซ็นแฟ้ม มีประชุม งานสอน งานวิจัย งานคุมวิทยานิพนธ์-ตอนนี้มีโท 5 เล่ม, เอก 2 เล่ม หมุนๆ ไปตลอดวัน ตกเย็นกลับไปทานข้าวที่บ้านทุกวัน
    วันหยุดได้พักบ้าง ก็จะเลือกใช้เวลาไปดูหนัง เรื่องล่าสุดคือ รัก 7 ปี ดี 7 หน, ทำงานบ้าน, ขับรถขึ้นดอยแม่สะลอง, ดอยช้าง นอนพักบ้านบนดอย อากาศดี ต้นซากุระ ต้นแมคคาเดเมีย ต้นท้อ บานสะพรั่ง เมืองไทยมีของดีมากมาย มีวัฒนธรรมชงชาให้ได้ชิมกันชื่นใจ
    มีฝีมือทำอาหารติดตัวและชอบทำอาหารซะด้วย ได้ลงมือเป็นอันว่าอร่อยทุกจาน ไหนลองสักจานซิว่าอร่อยยังไง.... ได้เลย นี่เลยอาหารคนเมือง “ยำหน่อไม้”
    ใช้หน่อไม้สดขูดฝอย ลวกให้สุก ใส่กระเทียมสด น้ำปู๋-คือน้ำปูนาต้มเคี่ยว ปรุงรส คลุกให้เข้ากัน (ไม่ต้องใส่น้ำมะนาว) ใบแมงลัก รสชาติออกเค็มเผ็ด แค่นี้ก็อร่อยปากคนเมืองแล้วอ่ะ เล่าไปก็น้ำลายไหลไป
    ชอบอ่านหนังสือกึ่งสารคดี เพราะนำมาสอนหนังสือได้ ชอบเขียนโปสเตอร์ เวลาเดินทางจะมีโปสเตอร์ท้องถิ่น ส่งกลับมาเมืองไทยถึงเพื่อนฝูง ถึงตัวเอง เก็บไว้เป็นที่ระลึก
    ยังมีเรื่องสนุก ที่อยากเล่าอีกมาก แต่เนื้อที่หมดลง ขอยกยอดในโอกาสต่อไป แต่หากขึ้นไปเชียงรายเมื่อไหร่ เป็นได้เจอกันนะคะ...
                                     ดาวเต็มฟ้า