เรื่องปก

Friday, 21 June, 2013 - 00:00

เณรคำกระหึ่มยูทูบ ต่างชาติล้อการ์ตูน

 บริษัทไต้หวันทำการ์ตูนแอนิเมชั่นแพร่ลงยูทูบล้อเลียนหลวงปู่เณรคำนั่งเครื่องบิน ใช้สินค้าหรู คณะศิษย์แถลงอ้างฝีมือคนใกล้ชิดนำคลิปฉาวไปเผยแพร่ เหตุมาขอเงินแล้วไม่ได้ นักวิชาการจี้เร่งกำจัดเหลือบผ้าเหลืองก่อนที่พุทธศาสนาจะมัวหมองไปกว่านี้ ผศ.เผยร่างกฎหมายเพิ่มโทษผู้ที่กระทำพุทธพาณิชย์ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทน
    พระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เจ้าคณะธรรมยุตซึ่งเป็นต้นสังกัดของหลวงปู่เณรคำ เจ้าสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ที่ตกเป็นข่าวโด่งดังนั่งเครื่องบิน ใช้สิ่งของฟุ่มเฟือย กล่าวว่า พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ บวชที่วัดศรีนวล อ.พิบูลมังสาหาร จากนั้นได้ไปจำพรรษาที่วัดบ้านดอนธาตุ อำเภอเดียวกัน ก่อนจะออกจากวัดไปอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ โดยตั้งใจจะไปสร้างวัด จึงมาขอเข้าสังกัดอยู่ที่วัดใต้องค์ตื้อเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา เมื่อไปตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรมที่ อ.กันทรารมย์ได้ระยะหนึ่งก็มาขอย้ายสังกัดไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งไม่ทราบว่าหลวงปู่เณรคำได้แจ้งย้ายเข้าอยู่ในสังกัดของคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษหรือไม่ หากไม่แจ้งย้ายเข้า ทางนิตินัยถือว่าสังกัดกับคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี แต่ทางพฤตินัยถือว่าสังกัดอยู่กับคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษแล้ว เพราะตั้งแต่ขอย้ายออกไปไม่เคยติดต่อมาเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
    สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระราชธรรมโกศลกล่าวว่า ทราบรายละเอียดจากหนังสือพิมพ์ ส่วนเบื้องลึกไม่ทราบ และหากเป็นไปได้อยากให้หลวงปู่เณรคำติดต่อมาเพื่อสอบถามความจริง เนื่องจากมหาเถรสมาคมก็ต้องการทราบความเป็นไปเป็นมา ส่วนที่พระใช้สิ่งของมีราคาแพงเกินฐานานุรูป ก็จะทำให้ถูกทางโลกตำหนิติเตียนได้ตามที่เป็นข่าวอยู่ในเวลานี้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เว็บไซต์แอนิเมชั่นชื่อดัง Next Media Animation หรือ NMATV ในประเทศไต้หวัน ได้ทำคลิปโพสต์ลงเว็บไซต์ยูทูบ มีเนื้อหาล้อเลียนพระภิกษุไทยที่ใช้สินค้าหรูหรา ทำเป็นเรื่องราวของพระภิกษุ 3 รูป สวมแว่นกันแดดยี่ห้อดัง ใส่หูฟังเล่นไอโฟน ถือกระเป๋าแบรนด์เนม และใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อจากเงินทำบุญ มีรถหรูเดินเข้าบาร์ กระโดดร่มชูชีพลงมาจากหอไอเฟล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวเผยแพร่ในยูทูบเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา และสามารถเข้าไปชมได้ตามลิงค์นี้ http://youtu.be/CPU4U-Mgxq8
    ในช่วงบ่าย คณะศิษย์หลวงปู่เณรคำเปิดแถลงที่ร้านทองดำรงชัย 9 ต.บางเสาธง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี อ้างว่าคลิปหลวงปู่เณรคำกับพระอีก 2 รูปนั่งเรื่องบินส่วนตัว ใช้ของฟุ่มเฟือย มาจากศิษย์คนหนึ่งของหลวงปู่ที่เคยมาขอเงินแล้วไม่ได้ จึงนำคลิปไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ส่วนรถโรลล์สรอยส์เป็นของลูกศิษย์ชาวมาเลเซียที่นำมาถวาย ขณะนี้เครื่องเสียยังไม่ได้ซ่อม
    สำหรับหลวงปู่เณรคำ ขณะนี้ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส อ้างว่าติดนิมนต์ จะกลับไทยในอีก 1-2 วันนี้
    ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. เป็นประธาน เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ประชุม มส.ไม่ได้มีการนำประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติธรรม มาหารือในการประชุม ขณะเดียวกัน กรรมการ มส.หรือพระผู้ใหญ่ในที่ประชุมก็ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดในการประชุมแต่อย่างใด โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เลิกการประชุม
    นายวิรอด ไชยพรรณา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งทางวาจาจากผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เข้าดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของวัดป่าขันติธรรมว่ามีเงินเข้า-ออกอย่างไร มีรายรับมาจากไหน มีรายจ่ายอะไรบ้าง ขณะนี้กำลังศึกษารายละเอียดว่าด้วยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ว่าจะสามารถตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการจะตรวจสอบโดยละเอียดคงจะต้องรอให้พระวิรพลกลับมาที่วัดก่อนจึงจะดำเนินการได้
    นายหอม พรมอ่อน อาจารย์ประจำวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ พระชื่อดังใน จ.ศรีสะเกษ พร้อมพวกตามที่ตกเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ รวมถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ อาทิ ถ่ายรูปคู่กับรถหรู การอ้างตัวว่าเป็นพระอรหันต์และสามารถสื่อสารกับพระพุทธเจ้าได้ ทั้งยังมีภาพผู้ที่มีใบหน้าคล้ายพระรูปดังกล่าวนอนอยู่กับสีกาด้วย ว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่พระประพฤติตัวไม่เหมาะสมในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงพระที่ทำผิดวินัยสงฆ์ขั้นร้ายแรง เช่น ค้ายาเสพติด ฆ่าผู้อื่น ฯลฯ อีกทั้งบรรดาพระที่หากินทางการทรงเจ้าเข้าผีต่างๆ ด้วย
    สำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวกับพระวินัยในปัจจุบัน สามารถลงโทษโดยการปาราชิกและดำเนินคดีตามกฎหมายของทางโลกแก่พระที่ทำผิดวินัยร้ายแรงได้เพียงเท่านั้น เช่น เสพยา ฆ่าผู้อื่น เป็นต้น แต่ยังไม่มีบทบัญญัติชัดเจนที่จะไปลงโทษในความผิดเล็กน้อย เช่น ใช้ของหรูหรา หากินบนความศรัทธาของชาวบ้าน อวดอ้างตนว่าเป็นพระอรหันต์ ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดโลกวัชชะหรือชาวโลกติเตียน ส่งผลให้ชาวพุทธเสื่อมศรัทธาในพระศาสนา
    “พฤติกรรมของพระนอกรีตเหล่านี้จึงสมควรที่จะได้รับการบรรจุเข้าไว้ในกฎหมายสงฆ์ เพื่อลงโทษพระสงฆ์ที่ออกนอกลู่นอกทางให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพราะพระสงฆ์พวกนั้นต่างรู้ดีกันอยู่แล้วว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลเสียอย่างไรต่อศาสนา แม้แต่พฤติกรรมการผิดประเวณีของพระจะสามารถจับสึกได้ แต่ผมเห็นว่าเป็นการสร้างความหม่นหมองแก่ศาสนา ควรต้องมีการลงโทษมากกว่านี้ แต่ก็เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการปรามพระที่ประพฤติไม่ดีเหล่านั้นคือชาวบ้านและชุมชน ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย” อ.หอมกล่าว
    อาจารย์ผู้นี้กล่าวว่า ขอเสนอว่าก่อนจะรับผู้ใดมาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ ทางวัดควรจะมีการตรวจสอบประวัติให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พระที่หวังเข้ามาหากินกับผ้าเหลือง หรือผู้ที่หนีคดีมาพึ่งพิงวัดเป็นที่หลบซ่อน ซึ่งพบมากในปัจจุบัน เข้ามาทำให้ศาสนาเกิดความเสื่อมเสีย เพราะที่ผ่านมากระบวนการในการรับพระเข้ามานั้นยังคงหละหลวมอย่างมาก ทำให้มีพระนอกรีตอยู่ในสังคมไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ความผิดของพระที่ปฏิบัติตัวไม่ดีมีอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับร้ายแรง เช่น ฆ่าคนตาย ค้ายาเสพติด เป็นต้น ระดับปานกลาง เช่น การจีบผู้หญิง การผิดประเวณี เป็นต้น และระดับเบา เช่น การฉันอาหารหลังเพล ถูกตัวผู้หญิง กินของกินเล่นหลังเพล เป็นต้น
    ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ในปัจจุบันการกระทำของพระสงฆ์ที่ถือว่าผิดกฎหมายเกี่ยวกับวินัยของสงฆ์ และจะต้องถูกลงโทษนอกเหนือไปจากการปาราชิก ได้แก่ การกระทำที่เป็นความผิดอาญาซึ่งเป็นความผิดเช่นเดียวกับทางโลกแต่เพียงเท่านั้น เช่น ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด การฆ่าผู้อื่น ฉ้อโกง ฯลฯ ส่วนพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การผิดประเวณี การสะสมเงินทอง การทรงเจ้าเข้าผี การค้าขายเครื่องรางของขลัง ฯลฯ ซึ่งส่อไปในทางที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย ยังไม่มีกำหนดเอาไว้ในกฎหมาย จึงไม่สามารถเอาผิดกับพระนอกรีตเหล่านั้นได้มากไปกว่าการจับสึก
    อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ทางสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ต่อสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งหากกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ก็จะทำให้พระสงฆ์ที่ประพฤติไม่เหมาะสม รวมถึงพระที่ทำให้ศาสนากลายเป็นพุทธพาณิชย์ถือว่าเข้าข่ายเป็นการทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย ส่งผลให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาในพระศาสนา จะต้องได้รับโทษที่หนักขึ้นกว่าเดิม คือมากกว่าแค่การจับสึก เพราะทุกวันนี้อำนาจของผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรมนอกรีตของพระเหล่านั้นน้อยเกินไป.