สุขภาพ

Tuesday, 21 August, 2012 - 00:00

ใช้ "โภชนาการดี" พิชิตมะเร็งร้าย

  "โรคมะเร็ง" เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยในอันดับต้นๆ และโรคมะเร็งส่วนใหญ่เกิดจากวิถีชีวิตที่ขาดความสมดุล พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ขาดโภชนาการที่ถูกต้อง และขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ปัจจัยเหล่านี้เองทำให้ร่างกายต่อสู้โรคร้ายไม่ได้
    รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขปี 2553 ในประเทศไทยระบุว่า มีผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิดเข้ารักษาในโรงพยาบาล 269,204 คน มากที่สุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ 49,409 คน รองลงมามะเร็งท่อน้ำดี 40,373 คน มะเร็งเต้านม 35,654 คน มะเร็งปากมดลูก 22,115 คน และมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์หญิง 15,713 คน มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิด 58,076 คน เป็นชาย 33,659 คน หญิง 24,417 คน โดยเป็นมะเร็งตับ-ท่อน้ำดีมากที่สุด 14,008 คน รองลงมาได้แก่ มะเร็งหลอดคอ-หลอดลมใหญ่และปอด 9,310 คน มะเร็งเต้านม 2,515 คน มะเร็งปากมดลูก 1,746 คน คาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 133,767 คน
    “มะเร็ง...สามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับโภชนาการที่ถูกต้องและถูกหลัก ทั้งก่อนเข้ารับการรักษาและภายหลังจากการรักษา” คำยืนยันของ พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพานิชย์ ผู้ก่อตั้งศูนย์โภชนาและสมุนไพรบำบัดภูตะวรา ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคนหนึ่งของเมืองไทย
    หลังจากที่ได้ใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าหาวิธีการรักษาโรคมะเร็งมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงบันดาลใจในการให้ความสำคัญในการบำบัดโรคอย่างถูกวิธี โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ของโภชนศาสตร์คลินิก พฤกษเคมีจากพืชและสมุนไพร พร้อมทั้งเครื่องมือและเทคนิคที่จะทำให้คนสามารถปรับปรุงพฤติกรรมบางส่วนอันเป็นเหตุให้เกิดโรคร้าย เพราะผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ถึง 99% มีอัตราเสี่ยงการเป็นโรคจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นมะเร็งจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
    พ.ต.ท.นพ.มั่นกล่าวว่า แพทย์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นกระบวนการรักษาโดยการผ่าตัด ฉายแสง ให้เคมีบำบัด และอาจจะมีการกินยาเพื่อขจัดเซลล์มะเร็งให้หมด หรือเหลือน้อยที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากในการที่จะขจัดเซลล์มะเร็งไปจากร่างกายเราไม่ให้เหลือแม้แต่เซลล์เดียว ด้วยเหตุนี้จึงพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งส่วนใหญ่ แม้ว่าจะผ่านการรักษามาแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก 3-5 ปี เซลล์มะเร็งก็จะกลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง
    สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า คนส่วนมากที่ผ่านการรักษามะเร็งมาแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตเท่าที่ควร ที่สำคัญที่สุดคือขาดโภชนาการที่สมดุล เมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันที่มีความเสี่ยงแบบเดิมๆ ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งซ้ำก็จะมีต่อไปอีกเรื่อยๆ เราจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง ควรรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ร่างกายจะได้แข็งแรง เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อสู้กับโรคภัยที่หลากหลาย สามารถขจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายได้
    "ก่อนและระหว่างเข้ารับการรักษา สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งคือต้องเสริมสร้างโภชนาการที่ถูกต้องให้แก่ผู้ป่วย เพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้มีความแข็งแรงเพียงพอในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง บ่อยครั้งที่แพทย์ไม่สามารถทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องตามโปรแกรมเพราะร่างกายอ่อนแอ ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดอาการดื้อยาและกลับมาขยายตัวรุนแรงกว่าเดิม" ผู้ก่อตั้งศูนย์โภชนาและสมุนไพรบำบัดภูตะวราระบุ และกล่าวต่อด้วยว่า
    วิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนาการที่เข้มข้น ผ่านสารอาหารจำเป็นจากพฤกษเคมีจากพืชและสมุนไพร ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีดังนี้
    1.เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ชายควรมีมวลกล้ามเนื้อสูงกว่า 30% ของน้ำหนักตัว และผู้หญิงควรมีมวลกล้ามเนื้อสูงกว่า 25% ของน้ำหนักตัว เพื่อให้อวัยวะทุกระบบต่อสู้โรคร้ายได้ เพราะมวลกล้ามเนื้อคือแหล่งเสบียงสำคัญของทุกระบบในร่างกาย
    2.เพิ่มภูมิต้านทานทั้งในระบบเซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบโปรตีน ให้อยู่ในระดับสูงเพียงพอที่จะขจัดสิ่งรุกรานทั้งหลาย เช่น เชื้อโรคต่างๆ มะเร็ง สารพิษ และอื่นๆ ที่ร่างกายไม่ต้องการ
    3.เพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งที่ร่างกายสร้างเองได้และจากสารอาหารภายนอกที่เติมเข้าไปแก่ร่างกาย เพื่อกำจัดอนุมูลอิสระให้อยู่ในปริมาณที่ไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย
    4.ซ่อมแซม เสริมสร้างทุกเซลล์ ทุกอวัยวะ เพื่อการทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
    5.เพิ่มคุณภาพชีวิต สร้างความกระฉับกระเฉง กระตือรือร้น คล่องแคล่วแข็งแรง ช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ กินได้นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก เพิ่มความสุขและลดความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ
    อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.นพ.มั่นทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า การรักษาโรคมะเร็งให้หายขาด คือ การที่ร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งเซลล์สุดท้ายออกจากร่างกายได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตัวเราเองต้องพึ่งตนเองเป็นสำคัญที่จะสร้างร่างกายที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ทรงประสิทธิภาพ มีจิตใจที่จะต่อสู้ ก็จะพิชิตมะเร็งได้อย่างแน่นอน อย่ารอความหวังจากการรักษาของแพทย์และยาอย่างเดียว
    สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจรับข้อมูล หรือเข้ารับการอบรมความรู้ด้วยศาสตร์ทางโภชนาการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายให้ชนะโรคร้ายได้อย่างถูกต้อง ติดต่อสอบถามและรับข้อมูลฟรีได้ที่ ศูนย์โภชนาและสมุนไพรบำบัดภูตะวรา โทร. 0-2612 2400.