Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เผยแรงงานไทยไปนอก ส่งเงินกลับ5.2หมื่นล้านบ.


กรมการจัดหางานเผยตัวเลขส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศปี 2552 มี 1.8 แสนคน ระบุมีรายได้เข้าประเทศ 5.2 หมื่นล้านบาท เตรียมขยายตลาดและการดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศให้ครอบคลุมมากขึ้น

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในปี 2552 ที่ผ่านมา กรมการจัดหางานได้จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 184,856 ราย มีรายได้ส่งกลับประเทศถึง 52,603 ล้านบาท และได้ขยายตลาดจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐที่เกาหลีใต้ในระบบ Employment Permit System (EPS) และส่งเสริมให้ใช้เงินกู้จากธนาคารของรัฐดอกเบี้ยต่ำ จำนวน 4,620 คน เป็นเงิน 490 ล้านบาท

หลังจากนี้ นโยบายเกี่ยวกับการให้บริการจัดหางานในต่างประเทศ จะมุ่งเน้นไปที่ 2 ด้านคือ การขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ และการปรับปรุงศูนย์ทะเบียนซึ่งต้องมีการจำแนกรายสาขาอาชีพของผู้ลงทะเบียน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการหางานให้กับแรงงานไทยที่สัญญาจ้างในต่างประเทศสิ้นสุดลงและต้องเดินทางกลับประเทศ เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานที่มีฝีมือและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับแรงงานรุ่นต่อๆ ไปได้

นอกจากนี้ กรมฯ มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดหางาน จะดูแลเกี่ยวกับปัญหาการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ คนหางานที่ถูกหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ โดยในปีที่ผ่านมามีปัญหาการหลอกลวงคนหางานไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล แคนาดา และคนงานที่ถูกทอดทิ้งที่ประเทศลิเบีย กระทรวงแรงงานได้ให้สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศจัดตั้งคณะทำงานฯ ปรับปรุงกฎหมายที่มีข้อบกพร่อง เช่น กฎหมายกองทุนเงินทดแทนฯ โดยให้นำเงินกองทุนฯ มาให้ความช่วยเหลือแก่คนงานที่ถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ แต่กฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้คนงานที่แจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเองต้องเป็นสมาชิกกองทุนฯ นอกจากสมัครใจเท่านั้น

รวมถึงการให้ความรู้แก่คนหางานอย่างไรจึงจะทั่วถึง และได้มอบหมายให้มีการจัดสัมมนาร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยให้นำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2553 สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในโครงการขยายตลาดแรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศมาเลเซีย เพื่อการมีงานทำของแรงงานไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมีการจัดทำสื่อวีดิทัศน์เพื่อให้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ และคู่มือการฝึกอบรมคนหางานด้วย

นายจีรศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์ เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการทำงานเป็นอย่างมาก ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นไปด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง ในอนาคตรูปแบบการให้บริการของกรมการจัดหางานจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จะเป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งจะทำให้กรมฯ มีงานที่ยากขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้และมีโอกาสทางสังคมมากกว่า จะสามารถอาศัยเทคโนโลยีด้านสารสนเทศต่างๆ เป็นช่องทางในการหางานทำมากกว่าการมาขอรับบริการกับหน่วยงาน การสร้างช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการมาติดต่อ ณ สำนักงาน และลดภาระงานให้เจ้าหน้าที่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานเชิงรุกในกลุ่มเป้าหมายพิเศษได้มากขึ้น.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์