เรื่องปก

Friday, 24 January, 2014 - 00:00

ครั้งแรกในโลก ออร์เคสตร้าบนเวทีชุมนุม

    การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางสถานการณ์ที่เขม็งเกลียว เนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ที่รัฐบาลอ้างว่ามือที่สาม รวมไปถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อใช้ควบคุมการชุมนุมของมวลมหาประชาชนเป็นการเฉพาะ
    แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผู้ชุมนุมลดน้อยถอยลง ขณะเดียวกันเหล่าศิลปินหลากหลายแขนงแสดงเจตจำนงเพื่อมาขึ้นเวทีกู้ชาติในครั้งนี้ร่วมกับกลุ่ม กปปส.อย่างไม่ยี่หระต่ออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
    หัวค่ำของคืนวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา หากใครติดตามการชุมนุมอยู่ที่ขอบเวทีบริเวณแยกอโศก หรือเฝ้าดูอยู่หน้าจอโทรทัศน์ดาวเทียมช่องบลูสกาย ก็จะพบกับการแสดงของวงออร์เคสตร้าวงใหญ่ ซึ่งมีผู้แสดงกว่า 80 ชีวิต อยู่บนเวทีเพื่อร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไพเราะ ถูกใจผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับเวทีการชุมนุมทางการเมืองที่นำวงออร์เคสตร้ามาขึ้นบรรเลงบนเวทีอีกด้วย
    นายปกรณี พงษ์วานิชกุล ผู้ประสานงานวง "Ratchaprasong Symphony Orchestra" กล่าวว่า วงนี้เป็นวงเฉพาะกิจที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อแสดงบนเวทีการชุมนุมร่วมกับกลุ่ม กปปส.นี้เท่านั้น โดยการแสดงคืนวันพุธเป็นวันแรก บรรเลงทั้งหมด 5 เพลง โดยเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด พวกตนรวมตัวกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยนักดนตรีทุกคนจะมีเฟซบุ๊กของกลุ่มอยู่ มีตนเป็นผู้ประสานงาน รวบรวมนักดนตรีในแนวเพลงคลาสสิกให้มาร่วมบรรเลงเพลงกันบนเวทีแห่งนี้ และทราบว่าเป็นครั้งแรกของเวทีการชุมนุมทางการเมืองที่นำดนตรีแนวนี้มาบรรเลงอีกด้วย
    นายปกรณีกล่าวถึงเหตุผลที่มาบรรเลงบนเวที กปปส.ว่า พวกเราทั้ง 80 คน มาเล่นดนตรีในวันนี้ก็เพราะเห็นว่าควรจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยกลุ่ม กปปส.ในการต่อต้านรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากละเมิดอำนาจของศาลและบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ และต้องการนำเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลงให้ผู้ชุมนุมฟัง เพื่อระลึกถึงความดีงามของในหลวงของเราที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน โดยเรารวมตั้วกันเมื่อช่วงเย็นวันพุธ และต้องมาแสดงในช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน ใช้เวลาซ้อมไม่ถึง 4 ชั่วโมง แต่ก็เล่นออกมาได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากแต่ละคนมีทักษะในการเล่นดนตรี โดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์กันอยู่แล้ว เพียงนำเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมาร้อยเรียงกันเท่านั้น
    "ส่วนตัวเรียนจบดนตรีมา เล่นไวโอลิน แต่ตอนนี้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ความรักดนตรีก็ยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย ทำให้รู้สึกว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ก็น่าจะมาร่วมด้วยช่วยกันต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศชาติที่ดีขึ้นในอนาคต โดยความจริงตั้วใจจะมาเล่นตั้งนานแล้ว แต่ด้วยเวลาและภารกิจของแต่ละคน ทำให้การรวมตัวกันของนักดนตรีแต่ละชนิดค่อนข้างยาก ก็เลยยังไม่มีโอกาสมาแสดงให้ผู้ชุมนุมได้ฟัง ทั้งนี้ วงเฉพาะกิจของเรามีตั้งแต่เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักศึกษาวิชาดนตรีจากหลากหลายมหาวิทยาลัย ไปจนถึงนักดนตรีอาชีพ และนักเรียนดนตรีที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ ทางวงตั้งใจไว้ว่าถ้าหากว่ามีการชุมนุมต่อไปเรื่อยๆ ก็จะมาเล่นให้ได้ทุกคืนแน่นอน" หัวหน้าวงราชประสงค์ซิมโฟนีออร์เคสตร้าทิ้งท้าย ก่อนย้ำว่า "ผมจะทำทุกอย่างให้ในหลวงมีความสุขมากที่สุด"     
    นอกจากการแสดงของวงออร์เครสต้าที่ประทับใจมวลมหาประชาชนอย่างมากแล้ว ยังมีศิลปะการแสดงของไทยแท้แต่โบราณอย่าง "โขน" มาร่วมแสดงบนเวทีการชุมนุมในครั้งนี้อีกด้วย
    ครูชูชีพ ขุนอาจ แห่งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ จ.นครปฐม ปัจจุบันมีเด็กกำพร้ามาอาศัยอยู่จำนวน 200 คน มีตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ ไปจนถึง 10 กว่าขวบ จนสามารถออกไปทำมาหากินและใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ โดยทางศูนย์ฯ จะสอนศิลปะการแสดงของไทยตั้งแต่เด็กๆ และเด็กเหล่านี้ก็ชื่นชอบและหลงรักการแสดงของไทยเป็นอย่างมาก แต่เราก็ไม่บังคับ ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่ต้องศึกษาก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีในกรณีแบบนั้น
    "เด็กทุกคนที่มาแสดงโขนในคืนนี้ล้วนแต่เป็นเด็กกำพร้าทั้งสิ้น ถือเป็นการสร้างความกล้าให้กับพวกเขาด้วย เนื่องจากเขาขาดความอบอุ่นในครอบครัว ครูต้องการปลูกฝังความรักชาติ รักแผ่นดินให้กับพวกเขา ตลอดจนอยากให้มาซึมซับบรรยากาศทางการเมืองของประเทศที่พวกเขาจะต้องอยู่อาศัยในอนาคต เพื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปเป็นพื้นฐานทางด้านประสบการณ์ในการต่อต้านสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง ครูเชื่อว่าโตขึ้นเขาจะรับรู้ได้เอง ว่าสิ่งที่เขามาทำในค่ำคืนนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมดีงาม ครูเชื่อแบบนั้น"
    ครูชูชีพทิ้งท้ายสั้นๆ ว่า "บ้านเมืองของเรากำลังอยู่ในวิกฤติ ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะมาช่วยเรา สิ่งสำคัญคือเด็กและเยาวชนที่ผู้ปกครองจะต้องปลูกฝังความรักชาติ รักแผ่นดินเกิด รวมไปถึงศิลปะของไทยทุกแขนง เพื่อรักษามันไว้ตราบนานเท่านาน".