ปรากฏการณ์ปัญหาสุขภาพของเยาวชนที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน แสดงออกผ่านพฤติกรรมการใช้เวลาว่างที่ไม่เอื้อประโยชน์ เช่น เล่นเกม และเสพสื่อที่ไม่ปลอดภัย บางส่วนมีพฤติกรรมเสี่ยง ดื่มสุรา สูบบุหรี่ จนนำไปสู่การเสพยาเสพติด บ้างก็ถูกกระกระแสวัตถุนิยมชักจูงลากไป ซื้อวัตถุและบริการที่ฟุ่มเฟือย หรือบางคนก็มักเห็นแก่ตัว ทำประโยชน์เพื่อตนเองเป็นหลัก อีกทั้งในสังคมยังมีพื้นที่เสี่ยงมากกว่าพื้นที่สร้างสรรค์ ฯลฯ
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เยาวชนมีความอ่อนแอเชิงจริยธรรม ขาดความเข้มแข็งจากภายในที่สามารถรู้จักเท่าทันและเข้าใจตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากเยาวชนไทยขาด "สุขภาวะทางปัญญา" เป็นสำคัญนั่นเอง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมมือกับ มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (กลุ่มละครมะขามป้อม) จัดทำโครงการ "ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง" ละครสะท้อนปัญญา หรือ Tranformative Theatre for Teen โดยมีเป้าหมายใช้ศิลปะการละครพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของเยาวชน และสร้างนักการละครรุ่นใหม่ที่สามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางปัญญา เอื้อประโยชน์และสอดคล้องกับประเด็นปัญหาในชุมชน ที่คนทุกระดับสามารถเข้าถึงและเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางปัญญา อันนำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาวะได้อย่างยั่งยืนภายใน 3 ปี
และในวันเปิดตัวโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ละครสะท้อนปัญญาปี 2 (2553) ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มละครเยาวชน "มดตะนอย" โดย กาญจนา พรมกสิกร และ วัชรวรงค์ รักชาติ นักเรียนชั้น ปวส.ปี 2 โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี จ.เชียงราย ที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในการประกวดปีแรก ได้มาอวดฝีไม้ลายมือเล่นละครเนื้อดีสะท้อนสังคมอีกครั้ง กับ "ดากานดาผู้ไม่เคยพอ" ผ่านคำเมืองให้คอละครได้ชมกัน
กาญจนาสวมบทดากานดา หญิงสาวในรั้วมหาวิทยาลัยที่หลงไปกับกระแสวัตถุนิยมตามเพื่อน เพราะมีความเชื่อว่าหากมีมือถือล้ำยุค มีโน้ตบุ๊คทันสมัย เพื่อนๆ จะมารุมล้อมให้ความสนใจ เลยไปขอให้แม่รับบทโดยวัชรวรงค์ที่เป็นชาวไร่ชาวนาซื้อของแพงๆ ให้ โดยไม่ได้ดูฐานะตัวเอง แม่ก็ใจอ่อนเพราะความรักลูก จนฉากสุดท้ายเพื่อนสาวมีฐานะที่แสดงโดยวัชรวรงค์อีกเช่นกัน ก็นำกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมมาอวด ทำให้ดากานดาอยากได้ขึ้นมาอีก และเอ่ยคำสุดท้ายก่อนปิดฉากว่า
"อีแม่ หนูอยากได้กระเป๋าใหม่ ใบละ 4 หมื่นเองเจ้า"
ซึ่งกาญจนาบอกเล่าหลังระบายม่านทิ้งตัวปิดลงว่า เนื้อหาในละครหยิบจับมาจากเรื่องจริงในสถานศึกษาที่มีนักเรียนไหลไปกับสังคมวัตถุนิยม โดยไม่ดูถึงพื้นเพของตัวเองว่าเป็นครอบครัวเกษตรกรรม จนทำให้พ่อแม่หลายคนต้องเอาที่นาไปจำนองเพื่อสนองความอยากของลูก บางรายที่ไม่ได้ก็อาจก่อเรื่องเลวร้ายขึ้นเพื่อให้ได้ซึ่งของเหล่านั้นมา แถมสุดท้ายพอจบมาก็เข้าเมืองสู่แสงสี ไม่ได้หาเลี้ยงพ่อแม่อย่างที่พวกท่านหวังไว้ ซึ่งตนและเพื่อนที่ร่วมกันทำละครเรื่องนี้ขึ้นมา ก็หวังให้เป็นบทเรียนสะท้อนทำให้เยาวชนได้ฉุกคิดว่า จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องฟุ้งไปกับกระแสรอบตัว แต่สามารถสร้างคุณค่าและความมั่นใจในตนเองได้
"อย่างหนูกับเพื่อนๆ ตอนแรกอยากเป็นดารากันมาก พอรู้ว่ามีโครงการค่ายละครก็กรูกันมาสมัคร แต่พอได้เรียนรู้จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ นักแสดงละครเวทียากกว่าการเป็นดารามาก แถมยังเคยท้อ เพราะเราทำกันเองโรงเรียนไม่รู้เรื่อง ความเหนื่อยยากเกิดขึ้นและทะเลาะกันตลอด แต่พี่ๆ กลุ่มมะขามป้อมก็ให้กำลังใจเสมอมา จนฝึกหัดตัวเองและเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ในจุดนี้เราก็พอใจมากแล้วแม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทว่าเราก็ไม่เคยหยุดนิ่ง หนูกับเพื่อนๆ ไปปูเสื่อแสดงสด ณ ถนนคนเดินเชียงราย ยามคนดูชื่นชมและบอกให้สร้างเวทีแสดงไปเลย แค่เท่านี้จริงๆ ก็รู้สึกได้ว่าเราเป็นดารา เรายิ่งใหญ่ เรามีคุณค่าในตัวเองแล้ว" ละอ่อนเจียงฮายพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พร้อมกล่าวต่อด้วยว่า กิจกรรมดีๆ อย่างนี้จะส่งต่อให้รุ่นน้องแน่นอน เพราะเมื่ออาจารย์รู้ก็สนับสนุนให้เปิดชมรม คิดว่าโครงการปี 2 จะให้รุ่นน้องมาสมัคร เชื่อว่าเขาจะได้รับอะไรกลับไปมากมายทีเดียว
ขณะที่ นพ.บัญชา พงษ์พานิช กรรมการบริหารแผนงาน สำนักเปิดรับทั่วไป สสส. กล่าวว่า ปีที่แล้วเราได้นักละครรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการสะท้อนมุมมองความคิดต่อสังคม 22 ทีม ในปีนี้ สสส.และมูลนิธิสื่อชาวบ้าน คาดหวังว่าจะสร้างนักละครรุ่นใหม่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ให้ได้ภาคละ 10 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อเป็นแกนนำไปขยายผลสู่นักศึกษาและเยาวชนแนวร่วมในทุกภาค นอกจากนี้ยังคาดหวังด้วยว่าจะมีผู้ชมที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ร่วมชมละครสะท้อนปัญญาอย่างน้อย 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมเยาวชนสุขภาวะทางปัญญา
"สุขภาวะทางปัญญา หมายถึง ความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยปัญญาในที่นี้นอกจากหมายถึงความรู้แล้ว ยังครอบคลุมถึงความคิดความเชื่อและความเห็นที่ก่อประโยชน์เกื้อกูล ผ่านการคิดดี คิดเป็นและเห็นตรง และการเผยแพร่เรื่องสุขภาวะทางปัญญาให้เป็นเรื่องง่ายจับต้องได้ เราจึงใช้ปัญญาทางศาสตร์ศิลป์ผ่านงานละคร จากเด็กขยายสู่สังคม โดยให้เด็กหยิบจับประเด็นทางสังคมมานำเสนออย่างแยบยล ทำให้ตัวทำผู้เล่นละครรู้เท่าทันสภาวการณ์รอบตัว วิเคราะห์ ประเมินค่าได้ แล้วส่งเนื้อหาละครที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างเข้าใจไปกระทบต่อผู้เสพ ผ่านความบันเทิงสุนทรียะที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นคนมีสุขภาวะทางปัญญา" นพ.บัญชาขยายความเพิ่มเติม
นักเรียน นักศึกษา หรือเยาวชนในพื้นที่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการละครพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของเยาวชน "ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง" ติดตามข้อมูลและการสมัครเพิ่มเติมได้ที่ www.transformtheatre.net หรือ www.makhampom.net ปิดรับการสมัครวันที่ 5 มี.ค.2553 โดยทีมชนะเลิศจะได้รับรางวัลเป็นเงิน 10,000 บาท ส่วนทีมที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจะได้รับประกาศนียบัตร.








